ไลฟ์สไตล์

ห้องสมุดร.ร.วัดพิชัยแหล่งเรียนรู้ที่ไม่มีวันจบ

ห้องสมุดร.ร.วัดพิชัยแหล่งเรียนรู้ที่ไม่มีวันจบ

11 ก.ย. 2553

"โรงเรียนมีพื้นที่ 332 ตารางวา นักเรียน 372 คน ครูและผู้บริหารรวม 32 คน งบประมาณรายหัวที่ได้รับการจัดสรรและงบอุดหนุนที่ได้ไม่เพียงพอต่อการส่งเสริมนักเรียนไปทัศนศึกษานอกสถานที่ อีกทั้งห่วงความปลอดภัยของนักเรียนด้วย

เพราะถนนเข้าออกมีทางเดียว การที่มีการประปานครหลวง ศูนย์หนังสือจุฬาฯ และ คม ชัด  ลึก  สนับสนุนหนังสือเข้าห้องสมุดและทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้แก่นักเรียนแห่งนี้อย่างดียิ่ง"  สุกันยา ประกอบผล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพิชัย กทม. กล่าวด้วยความตื้นตันใจ

ผอ.สุกันยาอายุ 51 ปี  เพิ่งย้ายมาบริหารโรงเรียนแห่งนี้เมื่อปลายปีที่แล้ว มีความมุ่งมั่นอยากเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่เด็กนักเรียน ที่ส่วนใหญ่มีฐานะปานกลางและยากจน ได้พัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ทั้งด้านการเรียนรู้และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านต่างๆ โดยเฉพาะคนที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแสดง ศิลปะ ได้แสดงออกอย่างเต็มที่

อย่างเช่น"อภิรุจี พุ่มสด" นักเรียนชั้นป.5/1 เจ้าของรางวัลที่ 2 การประกวดวาดภาพรักษ์น้ำของการประปานครหลวง และคัดลายมือภาษาจีน หรือ "ปาณิศา กลั่นกลึง" นักเรียนชั้นป.6/2 ที่มีความสามารถทางด้านการพากย์หุ่นมือ เพราะอยู่ชมรมส่งเสริมการอ่านของโรงเรียน และความฝันอยากเป็นนักแสดง ได้เดินตามเส้นทางฝันของตนเองให้ได้มากที่สุด เป็นต้น

เด็กโรงเรียนนี้ส่วนใหญ่เรียนปานกลางและมีเด็กๆ จากมูลนิธิบ้านนกขมิ้นมาเรียนด้วย เพราะ โรงเรียนเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้เข้าถึงการศึกษา แม้ว่าจะเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์และยากจนก็ตาม จึงได้พยายามส่งเสริมกิจกรรมด้านอื่นให้พวกเขาเพื่อจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การเรียนรู้ ครูบรรณารักษ์จะให้นักเรียนแนะนำหนังสือที่น่าอ่านผ่านกิจกรรมหุ่นมือทุกครั้งที่มีหนังสือใหม่ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเข้าห้องสมุดและรักการอ่านไปในตัวนั่นเอง

ผลการให้โอกาสเด็กทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกันทำให้ "สมจิต แซ่เฮ้อ" นักเรียนชั้น ป.5/1 เรียนหนังสืออย่างมีความสุข และมีความฝันว่าสักวันหนึ่งเธอจะต้องเรียนหมอให้ได้ เพื่อจะได้นำความรู้ที่มีไปช่วยเหลือผู้คนที่เจ็บป่วยให้มีชีวิตที่ยืนยาวต่อไป เพราะได้รับโอกาสที่ดีจากครูและเพื่อนๆ ประกอบกับได้รับการอบรมบ่มนิสัยจาก "พ่อสุรชัย และแม่อัญชลี สีเขียวอ่อน" ที่มูลนิธิบ้านนกขมิ้นนั่นเอง

"อำพา โพธิผละ" ครูสอนภาษาไทย ชั้น ป.5-ป.6 เล่าถึงวิธีส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่านว่าในห้องเรียนจะมีมุมหนังสือ นักเรียนจะอ่านตามความสนใจในเวลาว่าง ส่วนเวลากลับไปบ้านจะมีสมุดบันทึกการอ่านให้ผู้ปกครองเซ็นรับรองว่าอ่านหนังสืออะไรบ้าง เชื่อว่าการได้รับการสนับสนุนหนังสือใหม่ จะทำให้เด็กๆ เข้าห้องสมุดมากขึ้น

การส่งเสริมการอ่านควรทำไปพร้อมกันทั้งที่บ้านและโรงเรียน"อพันตรี คำคุณเมือง" สอนชั้น ป.2 แนะนำว่าหลังเลิกเรียนในแต่ละวัน พ่อแม่ ผู้ปกครองควรเอาใจใส่บุตรหลานให้อ่านหนังสือและทำการบ้านเพื่อฝึกให้เป็นนิสัยตั้งแต่เด็ก โตขึ้นจะได้เป็นเด็กรักการอ่าน ใฝ่รู้ใฝ่เรียน

การส่งเสริมการอ่านคือแนวทางที่"กมลทิพย์ ใบเงิน" บก.ข่าวการศึกษา-เยาวชนคม ชัด ลึก ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด โดยทำโครงการร่วมกับศูนย์หนังสือจุฬาฯ ตั้งแต่ "อุไรวรรณ กรวิทยาศิลป" เป็นผู้จัดการต่อเนื่องมาที่ "ทรงยศ สามกษัตริย์" เพราะแนวทางการส่งเสริมเด็กไทยให้รักการอ่านการเรียนรู้ จะช่วยพัฒนาเด็กไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพได้

เช่นเดียวกับ"ลือชัย ดีถาวร" ผู้ช่วยผู้ว่าการ(บริการ 2) การประปานครหลวง ที่มองว่าการส่งเสริมการอ่านน่าจะเป็นอีกโครงการหนึ่งที่การประปานครหลวง ทำเพื่อสังคมได้เพิ่มเติมขึ้นจากที่ทำโครงการ 1 สาขา 1 โรงเรียน สอนน้องประหยัดน้ำ และน้ำประปาดื่มได้

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเปิดโลกการเรียนรู้ให้แก่น้องๆโรงเรียนวัดพิชัย สอบถามได้ที่โทร.0-2377-6160

0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0