ไลฟ์สไตล์

นาฬิกานำพาดอกผลให้ "โอ๊ค" อัครรัฐ
"โอ๊ค" อัครรัฐ วรรณรัตน์

นาฬิกานำพาดอกผลให้ "โอ๊ค" อัครรัฐ "โอ๊ค" อัครรัฐ วรรณรัตน์

11 ก.ย. 2553

ขึ้นชื่อว่าของรักของหวง จะให้งัดออกมาโชว์ใครต่อใครคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก และหากเป็นของที่มีค่ามีราคาค่างวดด้วยแล้ว คงต้องเก็บรักษาและดูแลอย่างดีเป็นแน่ แต่นั่นกลับไม่ใช่วิสัยของหนุ่มนักเรียนนอกวัย 30 ต้นๆ อย่าง "โอ๊ค" อัครรัฐ วรรณรัตน์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

  หลังจากป่ะหน้ากันที่  "โมทีฟ" ร้านเฟอร์นิเจอร์หรู ย่านราชประสงค์ ที่หนุ่มโอ๊คกุมบังเหียนดูแลอยู่ หนุ่มนักบริหารก็เริ่มบทสนทนาทันทีด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า หลังจากค้นพบว่าตัวเองชอบงานทางด้านดีไซน์ จึงตัดสินใจหันมาเอาดีทางด้านนี้ ด้วยการเปิดกิจการร้านเฟอร์นิเจอร์สวยเก๋ไอเดียแปลกนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่กำลังศึกษาปริญญาโทอยู่คือเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว จนล่าสุดต่อยอดมาเป็นกิจการนาฬิกาประดับข้อมือดีไซน์สวยแบรนด์เท็นเด็นซ์เมื่อปลายปี 2008 ที่ผ่านมานี่เอง

 และด้วยบทบาทผู้บริหารที่มีงานค่อนข้างล้นมือในแต่ละวัน ทำให้หนุ่มโอ๊คต้องบริหารเวลาให้ทุกอย่างออกมาลงตัวที่สุด และจากการให้ความสำคัญในเรื่องของเวลานี้เอง ทำให้หนุ่มโอ๊คถึงกับหลงใหลเครื่องบอกเวลาอย่างนาฬิกาข้อมือ ถึงขั้นลงทุนควักกระเป๋าซื้อหามาเป็นของสะสมกว่า 30 เรือนทีเดียว หรือจะเรียกได้ว่าเป็นของรักของหวงก็คงไม่ผิดนัก

 “ปกติเป็นคนชอบของที่มีดีไซน์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า หรือนาฬิกา รวมไปถึงของชิ้นใหญ่ๆ อย่างเฟอร์นิเจอร์ด้วย แต่ถ้าจะให้เลือกสะสมเฟอร์นิเจอร์ก็คงจะยากเกินไป ส่วนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเก็บไว้นานๆ มันก็เอ้าท์ แต่อย่างนาฬิกาไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่มีเอ้าท์ ยังคงนำกลับมาสวมใส่ได้ตลอดแถมมูลค่าก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นซึ่งถือเป็นการลงทุนอีกอย่างหนึ่งด้วย” หนุ่มนักบริหารเล่าถึงที่มาของการเริ่มสะสมเครื่องประดับข้อมือ

 หนุ่มโอ๊คบอกว่าโดยปกติแล้วเป็นคนไม่ติดแบรนด์ แต่จะเน้นที่การดีไซน์เป็นหลัก บางเรือนราคาไม่แพงนัก แต่หากเป็นดีไซน์เก๋ๆ ที่ถูกใจก็ยอมควักกระเป๋าซื้อแน่นอน ตรงกันข้ามบางเรือนถึงจะดีไซน์ถูกใจมากแค่ไหน แต่ถ้าราคาสูงลิบลิ่วก็ซื้อไม่ไหวคือแต่ละเรือนก็ต้องมีลิมิตด้วยเช่นกัน

 "ปกติผมจะชอบนาฬิกาที่เป็นสายยางหรือสายหนัง แบบที่เป็นสายเหล็กจะไม่ชอบเลย ส่วนหน้าปัดชอบที่เป็นแบบกลม คือทุกเรือนที่ผมซื้อจะเป็นหน้าปัดกมลแทบทั้งหมด จะมีก็โรเจอร์เดอร์บุยเรือนเดียวที่เป็นหน้าปัดสี่เหลี่ยม ซึ่งรุ่นนี้จะผลิตเพียง 28 เรือนทั่วโลกเท่านั้น ที่ตัดสินใจซื้อคือชอบที่หน้าปัดมันใหญ่ มันเป็นโอเวอร์ไซส์ ทำมาจากทองคำขาว ออกแนวสปอร์ตนิดๆ ใส่กับชุดทำงานก็ได้ หรือจะแต่งตัวสบายๆ ก็สวมเรือนนี้ได้เหมือนกัน ถ้าเป็นคนรักนาฬิกาการันตีเลยว่า จะต้องมียี่ห้อนี้กันแทบทุกคนอย่างน้อยๆ ก็ 1 เรือน ส่วนถ้าเป็นเรือนที่มีราคาสูงอย่าง ปาเต็ก ฟิลลิปส์ นานๆ จะเอามาใส่สักครั้ง เพราะมันจะดูเป็นทางการมาก ผิดกับแกรมร็อกแฟนซีสีขาวดำที่ซื้อมาราคาไม่แพงเท่าไหร่ แต่ผมกลับใส่บ่อยกว่าซะอีก" หนุ่มโอ๊คเล่าพร้อมกับงัดเรือนบอกเวลาสไตล์เก๋ๆ ขึ้นมาจำแนกลายละเอียดให้ฟังทีละเรือนอย่างไม่รู้เบื่อ

 จะเห็นได้ว่านาฬิกาที่หนุ่มโอ๊คหยิบจับมาอวดโฉมกันในโอกาสนี้ แต่ละเรือนล้วนมีความพิเศษในตัวที่แตกต่างกันออกไป อย่างแบรนด์พรรณรายจะบอกเวลาได้พร้อมกัน 2 ประเทศ ส่วนเท็นเด็นซ์จะเป็นอิตาเลี่ยนดีไซน์ ราคาไม่สูงนัก สีสันฉูดฉาดเหมาะมากที่จะมีไว้ใส่เล่นสักเรือน แถมน้ำหนักยังเบาใส่แล้วสบายข้อมือด้วย หรือจะเป็นแบรนด์ แม็คคานิเช่ เวโรชี่ ที่สามารถตั้งเวลาได้ถึง 4 โซน ซึ่งเป็นเรือนล่าสุดที่หนุ่มโอ๊คควักกระเป๋าซื้อหามาครอบครองนั่นเอง 

 และจากการหลงใหลเรือนบอกเวลาจนกลายเป็นของสะสมเป็นเครื่องประดับคู่กาย จึงทำให้หนุ่มนักบริหารผู้นี้เป็นคนตรงต่อเวลา และให้ความสำคัญในเรื่องของเวลาเป็นอันดับต้นๆ ทั้งยังสามารถแบ่งเวลาบริหารงานต่างๆ ได้อย่าลงตัวในทุกจังหวะของชีวิตอีกด้วย

 นักสะสมท่านใดสนใจอยากจะลองนำไปปฏิบัติตามกันบ้าง หนุ่มโอ๊คฝากบอกว่า ไม่หวงไม่ห้ามนะคร้าบบบ...

เรื่อง... "วันวิสา โรจน์แสงรัตน์"
ภาพ... "ศุภกฤต คุ้มกัน"