
พรบ.คุ้มครองฉบับหมอคุ้มครองทั้งผู้รับ-ผู้ให้บริการ
กะเทาะร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบฯ ฉบับหมอ เน้นคุ้มครองทั้งผู้รับ-ผู้ให้บริการสาธารณสุข ย้ำไม่ลิดรอนสิทธิ ไม่ปกป้องหมอเลว มั่นใจประชาชนได้ประโยชน์เต็มที่ ดีกว่าร่างฉบับเดิม
นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ศัลยแพทย์ประสาท โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และนักกฎหมาย ในฐานะผู้ยกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากระบบสาธารณสุข พ.ศ.... ซึ่งเป็นฉบับที่แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขทุกสาขา ทุกสังกัดและประชาชนเข้าชื่อ 1 หมื่นรายชื่อเสนอกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลักการของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเน้นให้เกิดการคุ้มครองที่สมดุลทั้งผู้ให้และผู้รับบริการสาธารณสุข ซึ่งท้ายที่สุดประโยชน์จะตกอยู่ที่ประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงคือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการช่วยเหลือ และทางอ้อมจะทำให้ได้รับการรักษาโดยที่ผู้ให้การรักษาไม่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความหวาดกลัว เหมือนกับตำรวจที่จับโจร แต่กลับต้องโทษอาญาภายหลัง ตำรวจก็คงจะใส่เกียร์ว่าง ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ....ทั้ง 7ฉบับที่มีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาก่อนหน้านี้ เน้นคุ้มครองเฉพาะผู้รับบริการโดยลืมผู้ให้บริการสาธารณสุข
นพ.เมธีกล่าวอีกว่า ข้อแตกต่างที่ชัดเจนของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ได้แก่ 1.ร่างฉบับนี้จะกำหนดให้ผู้ที่รับความช่วยเหลือตามร่าง พ.ร.บ.นี้แล้วต้องยุติการฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญา เพื่อลดการฟ้องร้องแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขอย่างแท้จริง ส่วนร่างเดิมผู้เสียหายที่รับความช่วยเหลือสามารถฟ้องทั้งแพ่งและอาญาแพทย์และผู้บุคลากรสาธารณสุขได้โดยไม่มีอายุความ และ 2.องค์ประกอบของคณะกรรมการที่จะทำหน้าที่ในการตัดสิน ร่างเดิมจะใช้มติเสียงข้างมากมีเอ็นจีโอร่วมตัดสินความผิดของผู้ให้บริการสาธารณสุข เท่ากับให้ผู้ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้มาตัดสินผู้ที่ประกอบวิชาชีพว่าทำถูกหรือผิด แต่ในร่างใหม่ จะมีผู้แทนจากสภาวิชาชีพด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ในเรื่องการรักษาเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ และมีคนนอกเข้ามามีส่วนร่วมด้วย
"ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ประชาชนได้ประโยชน์เหมือนเดิม และไม่ได้ตัดสิทธิ์ หรือลิดรอนสิทธิของประชาชนในการฟ้องแพทย์ ยังคงสิทธิของประชาชนเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่เพิ่มช่องให้เลือก หากคิดว่าได้รับผลกระทบจริง ก็สามารถเลือกเดินหน้าเข้ามารับความช่วยเหลือตามที่ พ.ร.บ.นี้กำหนด หรือเลือกฟ้องร้องผู้ให้บริการก็ได้ แต่จะต้องไม่รับการช่วยเหลือตาม พ.ร.บ.นี้ หากเห็นว่าช่องทางไหนดีกว่าก็เลือกช่องทางนั้น แต่จะต้องไม่เกิดการจับปลาสองมือ เท่ากับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นกฎหมายลูกของมาตรา 80 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการสาธารณสุขที่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม ย่อมได้รับความคุ้มครอง ส่วนกรณีแพทย์เลวที่ทำผิดมาตรฐานวิชาชีพร่าง พ.ร.บ.นี้ ก็ไม่ได้คุ้มครอง" นพ.เมธีกล่าว



