ไลฟ์สไตล์

แขกรับเชิญ 7 ก.ย. 2553

แขกรับเชิญ 7 ก.ย. 2553

09 ก.ย. 2553

"ผมขอโอกาสครับ" เป็นการจั่วหัวที่ขอความเห็นใจและขอโอกาสต่อทุกท่านในการสนับสนุนบัตรคอนเสิร์ต วิน วิน โชว์ ครั้งนี้ โดยไม่อ้อมค้อมครับ!

แม้ผมไม่ใช่ ซูเปอร์สตาร์ หรือดารายอดนิยม...แต่ผมมีศรัทธาและความรักในทุกๆ อาชีพที่ได้ทำมาตลอด 20 ปี กับชีวิตที่อยู่ในวงการธุรกิจและวงการบันเทิง ทั้งคนเบื้องหน้าและเบื้องหลังตั้งแต่พนักงานโรงแรม นักพากย์ นักคิดโฆษณา ผู้จัดโชว์ นักแสดง พิธีกร นักร้อง นักจัดรายการวิทยุ...จนถึงอาชีพพ่อค้าขายเค้ก
    คนสู้ชีวิตตลอดอย่างผมที่วันนี้ไม่ขอยึดติดกับอดีตผ่านมา แม้จะเคยผ่านชื่อเสียง (ระดับหนึ่ง) เคยประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เคยใช้ชีวิตที่ใช้จ่ายอย่างสบายๆ จนเว่อร์ ! เคยๆ ๆ ๆ...
    และแล้ว...ทุกสิ่งทุกอย่างมันหายไปหมดกับช่วงชีวิตหนึ่ง (ประมาณหนึ่งปีเต็ม)
    แล้ว เราจะทำยังไงต่อไปล่ะ !  เพราะมันต้องกินต้องใช้ ครอบครัวต้องดูแล เงินเก่าเริ่มหมด แต่ทุกคนไม่รู้ เพราะด้วยความที่ไม่อยากให้ทุกคนที่บ้านห่วง และต้องรักษาภาพทั้งภายนอกและภายในครอบครัว (นั่นสิน่าคิด !)
    ในช่วงที่วิกฤติชีวิต รายรับไม่เท่ากับรายจ่าย สภาพการเงินไม่คล่องเหมือนก่า จากคนไม่มีหนี้ เริ่มเป็นหนี้ ....เริ่มคิดได้ว่าถ้ามัวแต่รองานแสดง งานร้องเพลง หรือพากย์เสียงที่นับวันดูจะน้อยลงทุกวัน คงไม่รอด! เพราะด้วยการเมืองที่ร้อนระอุส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจลามเป็นลูกโซ่ทุกธุรกิจในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ก็เลยคิดว่าควรทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองเคยถนัด และไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายเกินความจำเป็น จะได้มีเงินมาเลี้ยงครอบครัวและให้เป็นรายรับเข้ามาบ้างหลังจากที่นิ่งไปเป็นปี
    ผมผ่านจุดมรสุมชีวิตด้วยการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดกับอาชีพใหม่ที่กลายมาเป็นพ่อค้าขายข้าวเหนียวมูนเพียงกระทงละ 5 บาท ทำเค้กกล้วยหอม และตับบดที่เคยมีฝีมือให้คนทานกัน จนถูกเชิญให้ไปออกรายการทีวีและสัมภาษณ์ลงนิตยสาร จนกลายมาเป็นอีกหนึ่งอาชีพล่าสุดที่กลายเป็นปากต่อปากมาจนทุกวันนี้ แม้กระทั่งมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปร้องเพลงก็ยังอดไม่ได้ที่สาธิตทำอาหารให้คนไทยและฝรั่งต่างแดนได้ทานกัน จนยึดคติที่ว่า “กล้าได้ อายอด”
    สองปีหลังมานี้ ผมหันมาปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด ทำบุญทำทานอย่างสม่ำเสมอ ฝึกสมาธิ เรียกสติกลับคืนจนสามารถปฏิบัติได้ดีในระดับหนึ่งและสามารถชี้แนะให้ใครต่อใครได้โดยไม่อายปาก เพราะสิ่งที่ผมทำ ผมได้กับตัวเอง นั่นคือการรู้จักให้อภัย การปล่อยวาง การไม่ยึดติด และความพอเพียง ....ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง เป็นวัฏจักรสังขารในโลกแห่งความเป็นจริง เพียงแต่คุณจะยอมรับมันได้มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับการฝึกจิตและปฏิบัติของแต่ละคนไม่เท่ากัน
    นั่นคือที่มาของหนังสือ “กล้าได้ อายอด” จนมาสู่เวที Win Win Show ซึ่งเป็นวาไรตี้โชว์ที่ผมขอยกคำว่า “คุณภาพ” มาลงบนเวทีนี้ครับ เป็นโชว์ครั้งแรกที่เต็มโชว์ของตัวเอง เป็นโชว์ที่ไม่มีสื่อให้โปรโมทมากมาย เพราะลำพังตัวเองก็ไม่ใช่ดาราหรือนักร้องที่นิยมในปัจจุบัน อีกทั้งแขกรับเชิญของเวทีนี้ก็ไม่ได้เน้นคนดังในยุคนี้อีก จึงทำให้งานโชว์ของเวทีนี้ดูเหมือนจะซบเซาในเรื่องการทำประชาสัมพันธ์ ไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และถูกปิดกั้นโอกาสในการนำเสนอตามสื่อทีวีต่างๆ
    ด้วยจิตวิญญาณและศรัทธาในอาชีพนักแสดง-นักร้อง ผมขอเชิญชวนท่านผู้อ่านโปรดให้โอกาสโปรดไปดูพวกเรา ที่ตั้งใจทำโชว์ครั้งนี้ขึ้นมา เพื่อนอกจากจะขอโอกาสในการสร้างผลงานแล้ว ยังหาทุนให้แก่วัดพระบาทน้ำพุ เพื่อเป็นการสร้างกุศลทั้งคนจัดและคนดูด้วยครับ
    แขกรับเชิญของเวทีนี้ ผมได้เชิญนักร้องระดับคุณภาพอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นตำนานซึ่งนับวันจะหาฟังได้ยาก อย่างแชมป์สยามกลการคนแรกของเมืองไทย เมื่อปี 2526 เจ้าของเพลง “พ่อจ๋าแม่อยู่ไหน” สุนทรีย์ จวบสมัย หรือคนที่ร้องบทเพลงของ วิสนีย์ ฮูสตัน ได้ดีที่สุดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย อย่าง ครูไก่-อัญชุลีย์ บัวแก้ว แชมป์นักร้องเวทีสยามกลการปี 2532 ซึ่งปัจจุบันเป็นครูสอนเทคนิคการใช้เสียงอยู่ที่สถาบันเคพีเอ็น...ยังมีเจ้าแม่คาราโอเกะ อย่าง นิตยา บุญสูงเนิน รวมถึงนักร้องเกย์รุ่นใหม่ที่มากความสามารถจากเวทีดันดารา อย่าง เจนนิเฟอร์ แบงค์ (ที่มีสไตล์การแต่งตัวและเลียนแบบคุณเจนนิเฟอร์ คิ้ม ได้ฮามากๆ) คุณเอก-พจนาถ พจนาพิทักษ์ กวีคนหนุ่มไฟแรงที่แต่งเพลงฝากใจไปบ้านและ คนค้นฅน ให้กับรายการดัง รวมถึงแขกเซอร์ไพรส์ที่ไม่สามารถบอกได้
    ผมรับรองว่า Win Win show จะเป็นอีกหนึ่งเวทีวาไรตี้โชว์แห่งปีที่รวมบทเพลงเพราะยุค 70-80 ทั้งไทย-สากล จากนักร้องตัวจริง ด้วยน้ำเสียงที่ต้องมนต์สะกดกับสำเนียงและพลังเสียงของทุกคนและแถมความฮากับเรื่องราวต่างๆ ที่นำมาถ่ายทอดบนเวทีนี้กันแบบไม่อาย
    นี่ก็นับวันถอยหลังสำหรับ Win Win Show ที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 กันยายนนี้ รอบเวลา 18.30 น. ณ โรงละครเอ็ม เธียเตอร์ (ถ.เพชรบุรีตัดใหม่) บัตรราคา 900/1,200/1,500 และ 2,000 บาท (บัตรทุกราคานำมาแลกพ็อกเก็ตบุ๊ก “กล้าได้ อายอด” ที่หน้างาน ยกเว้นราคา 900)
    ไปดูกันเถอะครับ ไปช่วยกันต่อลมหายใจให้ทุกๆ คน (รวมถึงผมด้วย) ท่านสนับสนุนผมก็เท่ากับได้สนับสนุนคนให้มีโอกาส ให้มีงานทำ อีกเป็นร้อยๆ คน และที่สำคัญส่วนหนึ่งรายได้ของงานโชว์ครั้งนี้ก็จะไปถวายวัดพระบาทน้ำพุ เพื่อเป็นกุศลกับทุกๆ คนด้วยครับ  
    การทำโชว์ครั้งนี้ แม้หนทางอาจจะดูมืดมนด้วยภาวะและเหตุการณ์ต่างๆ ที่สุดบรรยาย แต่ผมก็ยังขอเป็นดาวดวงหนึ่งที่ยังมีไฟอยู่ตลอดเวลา แม้ไฟดาวเล็กๆ ดวงนี้เริ่มจะอ่อนแรง แต่ก็จะขอให้มันดับไปด้วยแรงของมันเองที่จะอยู่บนฟ้า ขอความกรุณา ช่วยเติมไฟให้ผมได้โชนแสงส่องสว่างต่อได้ไหมครับ !
    หากคุณกล้าที่จะฟันฝ่า คุณไม่อายทำกิน คุณก็จะยืนอยู่ได้แม้ภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ตามที
    “กล้าได้ อายอด”....แล้วเจอกันในงาน วินวินโชว์ ครับ