
แขกรับเชิญ 31 ส.ค. 2553
"ญี่ปุ่น"ทึ่ง"ไทยโชว์"...ใน"เทศกาลไทย" ครั้งที่ 8 ที่ "โอซากา"
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน Thai Fatival หรือเทศกาลไทยที่นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น โดยปีนี้กงสุลไทยประจำนครโอซาการ่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือกันจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 และได้ย้ายมาจัดที่ ATC หรือ Asiapacific Trade Center โดยที่ผ่านมา 7 ครั้ง ได้จัดขึ้น FM Osaoa 2 ครั้ง และที่สวนสาธารณะโนจิ อีก 5 ครั้ง และสาเหตุที่ย้ายมาจัดที่ ATC ก็เนื่องจากเทศบาลนครโอซากาต้องการจะโปรโมทเมือง ซึ่งเป็นเมืองที่เขาสร้างขึ้นมาใหม่จากการใช้ขยะนำมาถมให้เป็นเกาะขึ้นมาใหม่ มีชื่อเรียกว่า Nan Kou ในบริเวณลานด้านหน้าของ ATC ซึ่งจะเป็นสถานที่จัดงานไทยเฟสฯ ในครั้งนี้
ที่ตรงนี้ โดยปกติจะเป็นท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ ที่สำหรับพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทางทะเลของประเทศญี่ปุ่น ส่วนภายในอาคารจะมีศูนย์การค้าและสถานที่ทำการของหน่วยงานราชการและองค์กรต่างๆ ของเอกชนที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ดังนั้นเทศกาลไทยที่เคยจัดขึ้นที่สวนสาธารณะโนจิมาหลายปี จึงต้องย้ายมาจัดที่ ATC ในปีนี้เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการช่วยโปรโมทเมืองใหม่ของนครโอซากานั่นเอง
สำหรับการจัดงานเทศกาลไทยที่โอซากา ในรูปแบบของงานนั้น ก็จัดได้ยิ่งใหญ่และหลากหลายด้วยการแสดงและบูธต่างๆ ที่มาร่วมเปิดแสดงสินค้าของไทยกว่า 40 ร้าน และมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและญี่ปุ่น 3 หมื่นกว่าคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถือว่ามากพอสมควร แต่ถ้าเทียบกับเมื่อปีที่แล้ว ก็จะน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ก็เมื่อปีที่แล้วมีผู้เข้าร่วมงานรวมแล้ว 5 หมื่นกว่าคน ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าเมืองนี้อยู่ไกลไปนิดหรือการกระจายข่าวอาจจะยังไม่ทั่วถึง
หันมาที่บูธแสดงสินค้าไทย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงทั้งในนครโอซากา เช่น ร้านราชาสุกี้ไทย ร้านพิราบขาว และอีกหลายๆ ร้าน รวมถึงร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงจากเมืองโตเกียว อย่างร้านศรีไท รวมถึงเมืองอื่นๆ อย่างเมืองเกียวโตและนาโกยา ก็มาร่วมกันออกร้านกันอย่างมากมาย จึงทำให้อาหารการกินภายในงานมีความหลากหลายและก็เรียกได้ว่ามีอาหารไทยครบทุกชนิดที่ผู้ร่วมงานจะบริโภค รวมถึงเครื่องดื่มทุกชนิดที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย และญี่ปุ่น
สำหรับบูธอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณงานที่เด่นๆ ก็จะมีบูธของนิตยสาร Wai Wai THAILAND ซึ่งคุณมาโคโตะ เค็นโด ประธานบริษัท เปิดเผยว่า ไวไวไทยแลนด์ เป็นนิตยสารของบริษัทญี่ปุ่นที่มีกระทรวงพาณิชย์ของเขาให้ความสนับสนุน เป็นนิตยสารที่นำเสนอเมืองไทยรวมถึงสนับสนุนร้านค้าและกิจกรรมต่างๆ ของเมืองไทย ทั้งในญี่ปุ่นและในประเทศไทย ภายใต้สโลแกนที่ว่า ร่วมมือเผยแพร่เสน่ห์ของประเทศแห่งรอยยิ้ม บูธของไวไวไทยแลนด์ซึ่งมาไกลจากโตเกียว ภายในร้านนอกจากจะมีหนังสือนิตยสารนี้แล้ว ยังมีหนังสือและสิ่งพิมพ์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับเมืองไทยของเรา แถมยังเก๋ไก๋ด้วยการแจกนางกวักให้แก่ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมบูธ
ส่วนบูธที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ บูธของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า ททท. ซึ่งครั้งนี้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงานกับกงสุลไทยประจำนครโอซากานี้ ซึ่งด้านหน้าของบูธจะตบแต่งเป็นสระน้ำเล็กๆ และให้ผู้ที่เดินผ่านไปมาได้นำกระทงมาลอย ส่วนภายในบูธของ ททท.จะมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย ให้ผู้เข้าร่วมชมบูธได้สัมผัสกันแบบสดๆ เช่น นวดแผนโบราณ ก็จะมีหมอนวดแผนโบราณชื่อดังจากเมืองไทยมาจับเส้นสายคลายปวดเมื่อย ชนิดที่เรียกได้ว่า ทุกๆ จุดของร่างกาย นอกจากนั้นก็ยังมีหมอดูลายที่มีชื่อเสียงของเมืองไทยและหมอดูพลังจิต ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมากในขณะนี้
นอกจากนี้ ททท.ยังนำ "ขุนอิน" มาสาธิตและสอนระนาดเอกให้แก่ชาวญี่ปุ่น โดยมี Mr.Yukinobu Kami ดีเจชื่อดังมาช่วยแปล ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้บูธของ ททท.เรียกผู้ชมชาวญี่ปุ่นได้มากไม่แพ้บูธอื่นๆ แถมด้วยการแจกคู่มือสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไทย พร้อมด้วยของชำร่วย เช่น พัด และยาดมสมุนไพรไทย
ส่วนทางด้านการแสดงบนเวทีก็มีการแสดงที่น่าสนใจอยู่หลายอย่าง เริ่มจากการแสดงดนตรีไทยร่วมสมัยของวงขุนอินแจ๊สแบนด์ ซึ่งนำเพลงไทยเดิมมาบรรเลงด้วยระนาดเอกในสไตลฟิวชั่นแจ๊ส และวงของขุนอินสามารถสร้างความประทับใจแก่นักฟังเพลงชาวญี่ปุ่นได้เป็นอย่างมาก ด้วยการนำเพลงญี่ปุ่นหลายเพลงเช่น เพลง Hana มาบรรเลงผ่านระนาดของไทย ด้วยลีลาที่ไพเราะและสนุกสนานสลับกันไป โดยเฉพาะเพลงโดราเอมอนแจ๊สนั้น สามารถเรียกเสียงปรบมือจากชาวญี่ปุ่นได้มากที่สุด
ยังมีการแสดงชุดรำและฟ้อนรวมถึงโชว์ต่างๆ ที่หลากหลายรูปแบบจากคณะของ Southern Breeze ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรูปแบบการแสดงของทางภาคเหนือ มีความสวยงามตระการตามากมายหลายชุด และที่สำคัญของการแสดงบนเวทีก็คือ การแสดงศิลปะการต่อสู้มวยไทย ซึ่งผู้แสดงทั้งหมดเป็นเยาวชนของชาวญี่ปุ่น ได้มาโชว์แม่ไม้มวยไทยให้ผู้ชมได้ปรบมือกันอย่างกึกก้อง และรายการสุดท้ายที่เป็นไฮไลท์ของงานและสามารถเรียกผู้ชมได้อย่างเนืองแน่น ซึ่งส่วนมากจะเป็นชาวไทยที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ก็คือ กลุ่มนักร้องชื่อดังคุณภาพคับแก้วจากเมืองไทยก็คือ หมอโอ๊ด นิวจิ๋ว และ ออฟ ปองศักดิ์ ที่มาพร้อมกับเพลงเก่งของเขาหลายเพลง เป็นการปิดท้ายรายการแสดงของเทศกาลไทยครั้งที่ 8 ที่นครโอซากา
สรุปว่าเทศกาลไทยครั้งที่ 8 ที่นครโอซากานั้น สามารถเรียกความสนใจและภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองไทยที่มีต่อชาวญี่ปุ่นได้อย่างมากมาย คิดว่าปลายปีนี้คงดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นให้เข้ามาเที่ยวในเมืองไทยได้มากกว่าประเทศอื่นๆ ในย่านภูมิภาคอาเซียน
และถ้าไม่มีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นเสียก่อน ในปลายปีนี้ เศรษฐกิจบ้านเราคงจะครึกครื้น และคึกคัก อย่างแน่นอน



