
โชว์เคสปลูกถ่ายตับ-ไตครั้งแรกของเมืองไทย
ว่าที่ ผู้ป่วย คงหายใจกันคล่องคอมากขึ้น เมื่อวิทยาการ เทคโนโลยี รวมถึงขีดความสามารถของบุคลากรในวงการการแพทย์พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง ล่าสุด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เดินหน้าเพิ่มศักยภาพ ปรับโฉม ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร-ตับ ด้วยอุปกรณ์การแพทย์ทันสมัย ให้บริการต
กมลรัตน์ ชัยวัฒนไชย ผู้ปลูกถ่ายตับและไตพร้อมกันรายแรกของเมืองไทย เล่าย้อนถึงประสบการณ์ ที่ต้องเผชิญกับโรคร้ายว่า โดยปกติเป็นคนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และอายุก็ยังไม่มาก จึงไม่คิดว่าจะเป็นโรคไต จนวันหนึ่งไปวัดความดันเห็นว่าสูงผิดปกติจึงได้รับคำแนะนำให้ไปพบแพทย์เฉพาะทาง แพทย์ก็วินิจฉัยว่าเป็นโรคไตระยะสุดท้าย ต้องฟอกเลือด ล้างไต เป็นประจำเข้าออกโรงพยาบาลทุกสัปดาห์
"ตอนนั้นต้องอดทนรอจนมีผู้บริจาคไต แต่ไตที่ได้รับมีเชื้อไวรัส เนื่องจากในช่วงนั้นยังไม่มีการตรวจคัดกรอง ส่งผลให้เชื้อลุกลามไปยังตับด้วยร่างกายตอนนั้นแย่มาก คิดว่าไม่รอดแน่ เพราะสมัยก่อนเครื่องมือ เทคโนโลยียังไม่ทันสมัย แต่ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ สุดท้ายก็ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้เปลี่ยนตับและไตไปพร้อมกัน ตอนนั้นคาดหวังแค่ยื้อชีวิตให้รอดก็โอเคแล้ว แต่ผลตอบรับดีเกินคาด หลังผ่าตัดวันเดียวร่างกายก็ขับของเสียได้ กำลังใจก็มา จนทุกวันนี้ดำเนินชีวิตได้ปกติ” ผู้ปลูกถ่ายตับและไตพร้อมกันรายแรกของเมืองไทยเล่า
ด้าน นพ.รุจาพงศ์ สุขบท หัวหน้าศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวถึง ปัจจุบันความเจ็บป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและตับ มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งที่มีสาเหตุมาจากสภาพพยาธิวิทยา คือ มีต้นเหตุที่แท้จริงของโรค และเกิดจากตัวแปรอื่น ๆ ที่ส่งผลทำให้เกิดอาการ อาทิ สภาพจิตใจ สภาพแวดล้อม อาหารการกิน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้นการมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและครับครันในจุดเดียว มีส่วนช่วยให้แพทย์สามารถตรวจประเมินหาสาเหตุ ตลอดจนกำหนดแนวทางการรักษาได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และเหมาะสมกับแต่ละบุคคลที่ล้วนมีอาการที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ทำให้ปัจจุบันผู้ป่วยโรคทางเดินอาหารและตับสามารถไว้วางใจได้ กระนั้นแพทย์รวมถึงผู้ป่วย (รุ่นพี่) ก็ยังให้คำแนะนำว่า การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อทางเดินอาหารและตับ เช่น ดื่มแอลกอฮอลล์ ทานอาหารรสจัด หรือพักผ่อนน้อย ถือเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด! เพราะ “โอกาส” ในการได้รับบริจาคตับหรือไตอาจต้องใช้เวลาที่นาน รวมถึง “ปฏิกิริยา” ตอบสนองของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน ฉะนั้นป้องกันตั้งแต่วันนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด!!!



