
ใหญ่ก็ตาย ไม่ใหญ่ก็ตาย
เห็นนักเรียนตีกันแล้ว นึกถึงเมื่อตอนอายุ ๑๓-๑๔ ก็ พ.ศ.๒๕๑๓- ๒๕๑๔ ตอนนั้นมีเพลงชื่อ "ใหญ่ก็ตาย ไม่ใหญ่ก็ตาย" ขับร้องโดยนักร้องผิวดำซึ่งเป็นรุ่นน้อง ไวพจน์ เพชรสุพรรณ เป็นรุ่นพี่ ศรเพชร ศรสุพรรณ คุณดำ แดนสุพรรณ ร้องเพลงประชดพวกนักเรียน นักเลง จิ๊กโก๋ ซึ่งถ
ฆ่าก็ตาย ไม่ฆ่าก็ตาย สัตว์ทั้งหลายไม่อยู่ค้ำฟ้า ฆ่ากันมันบาปที่สุด เช่นฆ่ามนุษย์เหมือนปูเหมือนปลา ไข้ที่รอหมอ โรคที่รอยา อยู่ในดงพงป่าใครไม่ฆ่า เขาก็ต้องตาย ใครเลือดมากบริจาคกาชาด อย่าเก่งอาจอวดกล้าท้าทาย ไปเที่ยวเดินแอ็ด (เดินกวนตีน) ให้พวกเสียบอก โลหิตมันหกเห็นแล้วเสียดาย ตัวคุณก็ต้องตาย เสียดายกำลังของชาติ พวกญาติๆ ก็จะน้ำตานอง ใหญ่ก็ตาย ไม่ใหญ่ก็ตาย เพื่อนทั้งหลายกระผมขอร้อง เก่งจริงไหงวิ่งลนลาน ตอนไล่ทหารเสียเงินก่ายกอง ชาติต้องการรั้วทั่วแผ่นดินทอง เก่งในซอยในซ่อง ควรจะต้องจับใส่ซังเต พระพวงใหญ่แขวนไว้เต็มคอ คล้องหลวงพ่อไหงก่อเกเร ไม่มีธรรมะแต่พระเต็มอก พระท่านไม่ปกป้องคนเสเพล ตัวผมชอบฮาเฮ เกเรแล้วไม่สู้ หายใจอยู่ดีกว่าเท่งทึง
ใครๆ ลองหาซื้อเพลงของนักร้องชื่อนี้ไปเปิดให้นักเรียนนักศึกษาพวกนั้นฟังบ่อยๆ เขาจะได้มีสติพิจารณาตนเองกันเสียบ้าง....
ถ้าชอบตี ให้ไปเรียนวิชากระบี่กระบอง
ถ้าชอบแทง ให้ไปเรียนวิชาฟันดาบฝรั่ง
ถ้าชอบต่อย ให้ไปเรียนวิชาเป็นนักมวย
ถ้าชอบยิง ให้ไปสมัครเป็นมือปืนทีมชาติ หรือไปเป็นทหารตำรวจ
ถ้าชอบรุม ให้ไปเป็นนักรักบี้ หรืออเมริกันฟุตบอล
ถ้าชอบทำปืน และระเบิด ให้ไปเรียนวิชาผลิตอาวุธกับคลังแสงของทหาร จะได้ลดการซื้ออาวุธจากต่างประเทศ
ถ้าถูกเขาไล่ตีแล้วหนีไม้หนีมีดทัน ให้ไปเรียนเป็นนักวิ่งทีมชาติ
ถ้าวิ่งตามทันคู่อริ ให้ไปสมัครแข่งวิ่งผลัด ๔
มีคนถามว่าเด็กมันตีกันเพราะอะไร? ข้อนี้ตอบไม่ยาก ดูจากตนเองที่เคยเป็นวัยรุ่ ซึ่งถึงจะเป็นวัยรุ่นอยู่ในภาวะของความเป็นสามเณรก็ยังมีเรื่องต่อยกันเอง ชกต่อยกับพระเจ้าถิ่น เด็กเจ้าถิ่น เด็กวัด
แต่สมัยอาตมาเป็นเณรนั้นเขาไม่ใช้อาวุธนะ โดยมีพยานยืนล้อมเพื่อให้ความเป็นธรรมนับเป็นสิบ ยอมแพ้หรือน็อกแล้วก็หายโกรธกัน มีไม่น้อยที่เณรชกต่อยกับพระเจ้าถิ่น สุดท้ายก็กลายเป็นน้องเขยบ้าง เป็นพี่เมียบ้าง ดังนั้นจึงพอจะประมวลเหตุที่วัยรุ่นตีกันได้ คือ...
อวดหญิง
ชิงศักดิ์ศรี
เบ่งบารมี
หนี้แค้นที่ต้องชำระ
สันดานเกะกะเกเร
"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) "



