
กลุ่มแพทย์ฯค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย
กลุ่มแพทย์ฯค้านร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย พร้อมปชช.เข้าชื่อ 1.5 หมื่น เสนอร่างกม.ประกบเข้าสภา หวังให้เกิดความเป็นธรรมด้านการรักษา ด้านสามารถ ฟันธง ! ไม่ทันสมัยประชุมนี้ แนะบอกวิปรัฐบาล เลื่อนออกไปก่อน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
(9ก.ย.) เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา - สมาพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)และประชาชน ทั่วไ ป นำโดยนางอรพรรณ์ เมธาดิลกกุล ได้เข้ายื่นเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข พ.ศ... พร้อมแนบรายชื่อ ประชาชนที่ร่วมกันเข้าชื่อเสนอกฎหมาย จำนวน 15,007 คน ต่อนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไปเพื่อนำไปพิจารณาประกบควบคู่กับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการบริการสาธารณสุข พ.ศ...ที่ได้รับการบรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
โดยนางอรพรรณ์ กล่าวว่า เนื่องด้วยปัจจุบันระบบบริการสาธรณสุขของประเทศไม่มีความพร้อม เนื่องมาจากการขาดแคลนในจำนวนสาธารณสุข ความพร้อมของสถานพยาบาล ความก้าวหน้าเทคโนโลยี ปัญหางบประมาณในการพัฒนาขีดความสามารถของแพทย์และเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถจับงบให้เพียงพอ เนื่องจากงบประมาณบางส่วนถูกจัดสรรออกไปนอกกระทรวงสาธารณสุขเพื่อรองรับการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ พ.ศ. 2545 ทำให้ขีดความสามารถของสถานพยาบาล โดยเฉพาะของภาครัฐบาลอ่อนแอลงไปมาก จนทำให้เกิดผลกระทบต่อขีดความสามารถในการรักษาพยาบาล ประกอบกับความรู้ ความเข้าใจในเรื่องขั้นตอนการรักษาพยาบาล และความคาดหวังของประชาชนไม่เท่ากัน สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่เข้าใจถึงข้อจำกัดด้านการรักษาพยาบาล ส่งผลให้เกิดการฟ้องร้องต่อบุคลากรในระบบสาธารณสุ ปัญหาเหล่านี้ทำให้บุคลากรสาธารณสุขตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการทำงานที่แม้จะทำโดยสุจริต มีเจตนาที่ดีต่อผู้ป่วย
นางอรพรรณ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเพื่อให้ระบบสาธารณสุขของประเทศพัฒนาต่อเนื่องไปโดยทั้งบุคลากรสาธารณสุขของประเทศสามารพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องไปโดยทั้งบุคลากรสาธารณสุขสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปราศจากความวิตก กังวล และประชาชนยังสามารถรับการรักษาได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งเป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 80 ( 2 ) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนและพัฒนาระบบสุขภาพ ที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนให้ผู้ที่มีหน้าที่ให้การบริการได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย อีกทั้งเพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าวได้รับการเยียวยาโดยเร็วและเป็นธรรม ตลอดจนการสร้างความสมดุลที่ถูกต้องในระบบบริการสาธารณสุขเพื่อประโยชน์แก่สุขภาพอนามัยของประชาชนโดยรวม จึงได้มีการเสนอร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้
ด้านนายสามารถ กล่าวว่า จะรับเรื่องไปตรวจสอบความถูกต้องและบรรจุในระเบียบวาระโดยจะทำให้เร็วที่สุด แต่ถ้าจะนำเข้าสู่กระบวนจะใช้เวลา 4 เดือน ซึ่งเชื่อว่าคงไม่สามารถบรรจุได้ทันในการประชุมสภาสมัยนี้ที่จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 28 พ.ย.นี้ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็ควรไปบอกกับวิปรัฐบาลว่าถ้าจะพิจารณาให้กฎหมายสมบูรณ์ที่สุดก็ควรจะชะลอออกไปก่อน เพราะสามารถนำมาพิจารณาในการประชุมสมัยหน้าได้ เนื่องจากเป็นร่างกฎหมายสาธารณะและมีผลกระทบต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนที่จะได้รับการบริการสาธารณสุข อย่างไรก็ตามแม้จะไม่มีร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เข้ามาประกบ แต่เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีประชาชนเสนอชื่อเข้ามาเมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขึ้นมาพิจารณาก็ต้องมีสัดส่วนของภาคประชาชน 1 ใน 3 เข้ามาร่วมพิจารณา อีกทั้งยังมีขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ที่จะต้องผ่านกระบวนการที่จะทำให้สมบูรณ์ที่สุด



