
2สัปดาห์แบบคัดกรองนศ.อาชีวะเสร็จสธ.ทดลอง3สถาบันเด็กรู้จักคุมอารมณ์
กรมสุขภาพจิตคาดอีก 2 สัปดาห์พัฒนาแบบคัดกรองพฤติกรรมเสี่ยง-อีคิวเสร็จพร้อมใช้กับเด็กอาชีวะ เผยทดลองในสถาบันอาชีวะ 3 แห่งได้ผลดี เด็กรู้จักควบคุมอารมณ์มากขึ้น หาทางออกของปัญหาแบบสร้างสรรค์ ลดการทะเลาะ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหากรณีนักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาทว่า ได้ให้กรมสุขภาพจิตประสานงานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อเตรียมหารือร่วมกันในเรื่องดังกล่าว โดยสธ.จะเป็นผู้เข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ 2 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการคัดกรองเด็กนักเรียน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่เสี่ยงต่อการใช้ความรุนแรงและอาจเสี่ยงต่อการก่อเหตุทะเลาะวิวาท ซึ่งจะคัดกรองตามหลักวิชาการที่เหมาะสม และกลุ่มที่ 2 ดำเนินการคัดกรองกลุ่มเด็กที่มีปัญหาความฉลาดทางอารมณ์ หรืออีคิว เพื่อจะได้ง่ายต่อการติดตามดูแลเยียวยาให้ตรงจุด
2.ด้านการพัฒนาเด็ก มุ่งพัฒนา 2 ทักษะสำคัญ ประการแรกเน้นให้ความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาด้านทักษะทางการใช้ชีวิตของเด็ก ตลอดจนการควบคุมการปรับตัวในสังคม ที่สำคัญต้องฝึกให้เด็กเรียนรู้ถึงความกล้าในการปฏิเสธบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ดี เช่น ปฏิเสธการชักชวนของเพื่อนในกลุ่มที่อาจชวนไปทำพฤติกรรมที่ไม่ดี เป็นต้น ซึ่งจะต้องร่วมมือกับ ศธ.เพื่อเร่งแก้ปัญหาต่อไป ประการที่สองเน้นการพัฒนาด้านอีคิว เพื่อให้มีการเรียนรู้การปรับอารมณ์ที่ให้สามารถเข้ากับสังคมได้
นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตได้ดำเนินการวิจัยโดยใช้แบบคัดกรองความเสี่ยงต่อพฤติกรรมรุนแรงและแบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์หรืออีคิวในนักเรียนอาชีวะ 3 สถาบัน พบว่า หลังมีการคัดกรองและประเมินแล้วนำเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงมาเข้ารับการช่วยเหลือ ด้วยการจัดโปรแกรมพัฒนาทักษะชีวิตและอีคิว ผลค่อนข้างดี โดยนักศึกษาอาชีวะมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี มีการทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น ด้านทักษะชีวิต รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเอง หาทางออกของปัญหาในวิธีที่สร้างสรรค์ขึ้น เกิดการปรับตัว และการทะเลาะเบาะแว้งลดลง
“การจะนำแบบประเมินทั้ง 2 แบบมาใช้กับนักเรียนอาชีวะในวงกว้างจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาแบบประเมินให้มีความเหมาะสมกับนักเรียนในสถาบัน ซึ่งศธ.ได้ส่งนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญมาร่วมกับกรมในการพัฒนา คาดว่าจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ จึงจะส่งมอบแบบคัดกรองและแบบประเมินความเสี่ยงให้ศธ.ไปดำเนินการได้" นพ.วชิระกล่าว



