
พัฒนาพลังงานทดแทนจากข้าว ทำครบวงวงจรแห่งแรกในไทย
ขณะนี้หลายฝ่ายต่างพยายามเสาะแสวงหากรรมวิธีในการที่ผลิตพลังทดแทนทั้งจากพลังงานจากธรรมชาติ (ลม) พลังจากจากพืช พลังงานชีวภาพและพลังงานชีวมวล เพื่อทดแทนพลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิง หรือฟอสซิลใต้ดิน ที่นับวันมีน้อยลงและมีราคาสูงขึ้น ล่าสุดมูลนิธิชัยพัฒนา ได้ดำเ
นายมนตรี คงตระกูลเทียน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม ซีพีเอส บอกว่า มูลนิธิชัยพัฒนา ได้ให้ความไว้วางใจมอบหมายให้บริษัท เกรท อะโกร จำกัด กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้เป็นผู้ออกแบบและดำเนินการก่อสร้างศูนย์สาธิตและพัฒนาพลังงานทดแทนจากข้าวครบวงจร หรือที่เรียกว่า โครงการพัฒนาพลังงานทดแทนจากข้าวครบวงจร ที่ อ.คลองหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา มาตั้งแต่ปี 2552 ขณะนี้ได้ดำเนินการสร้างตัวอาคารต่างๆ และติดตั้งเครื่องจักรต่างๆ จนแล้วเสร็จไปกว่า 90% และจะสามารถส่งมอบได้ในปลายเดือนกันยายนนี้ และสามารถเปิดดำเนินการเร็วๆ นี้
โครงการศูนย์สาธิตและพัฒนาพลังงานทดแทนจากข้าวครบวงจร ที่ อ.คลองหลวง นับเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ที่จะนำข้าวมาใช้ประโยชน์ครบวงจร ภายในโครงการประกอบไปด้วย จุดรับข้าวเปลือก ไซโลเก็บข้าวเปลือก โรงสีข้าวชุมชนซีพีอาร์ 1000 เครื่องผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล และเครื่องหีบน้ำมันรำ โดยมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์เป็นผู้ถวายโรงสีข้าว กระทรวงพลังงานเป็นผู้ถวายเครื่องอบลดความชื้นข้าวเปลือก เครื่องผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล และเครื่องหีบน้ำมันรำ เมื่อเสร็จแล้วจะเป็นโรงงานที่ถูกออกแบบที่มีลักษณะพิเศษ มีความแข็งแรง โดยวิศวกรมืออาชีพของบริษัท เกรท อะโกร จำกัด กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์
"มีการคำนวณว่า หากโครงการนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับข้าวเปลือกในบริเวณพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวงและในเขตอำเภอใกล้เคียงเข้าสู่โรงสีได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ไร่ สามารถสีข้าวแปรรูปข้าวได้วันละ 24 ตัน ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 200 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง รำข้าวนำไปสกัดเป็นน้ำมันรำ กากรำนำไปจำหน่ายเป็นอาหารสัตว์ และขี้เถ้าสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดิน ซึ่งถือเป็นการช่วยลดพลังงานและใช้พลังงานจากข้าวอย่างครบวงจรได้อย่างแท้จริง" นายมนตรี กล่าว
ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม ซีพีเอส ยืนยันว่า โครงการพัฒนาพลังงานทดแทนจากข้าวครบวงจร ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งจะมีประโยชน์แก่ชาวนาอย่างมหาศาล นอกจากจะมีการรับซื้อข้าวเปลือกจากพื้นที่ อ.คลองหลวง และอำเภอใกล้เคียง จ.พระนครศรีอยุธยา ยังสามารถรับข้าวเปลือกจากอำเภอต่างๆ ของจังหวัดใกล้เคียงด้วย ที่สำคัญโครงการจะเกิดประโยชน์ในด้านการช่วยลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล เพราะมีการนำพลังงานจากชีวมวล คือนำแกลบจากโรงสีข้าวมาใช้มาเป็นวัตถุดิบ แทนการนำพลังงานจากภายนอกและพลังงานที่ทดแทนที่ได้มาจากแกลบมาผลิตกระแสไฟฟ้าส่วนหนึ่งใช้ในโครงการเอง และอีกส่วนหนึ่งสามารถนำพลังงานไฟฟ้าที่ได้มาไปจำหน่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วย
นับเป็นอีกโครงการหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะสามารถช่วยเกษตรกรชาวนาให้สะดวกในการจำหน่ายผลผลิตข้าวที่ไม่ถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลางแล้ว ยังเป็นโครงการสามารถนำทุกส่วนของข้าวมาใช้ประโยชน์อีกด้วย



