ไลฟ์สไตล์

ย่ำเมืองลอดช่อง ส่องงานศิลป์

ย่ำเมืองลอดช่อง ส่องงานศิลป์

09 ก.ย. 2553

"ศิลปะ" ถือเป็นชิ้นงานที่สร้างความสุนทรียภาพให้แก่มนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของวงจรชีวิตมนุษย์อย่างไม่รู้ตัว และแน่นอนว่างานศิลปะของแต่ละประเทศ ย่อมแสดงถึงเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของชาติบ้านเมืองตัวเองได้อย่างไม่มีบิดพริ้ว สิ่ง

 ดังนั้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้วัฒนธรรมระหว่างประเทศผ่านงานศิลป์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงจัดทำโครงการ ศิลปินแห่งชาติสัญจร "ศิลปวัฒนธรรมนานาชาติไทย มาเลเซีย สิงคโปร์" พร้อมเชิญศิลปินแห่งชาติระดับแนวหน้าของไทย 5 คน ได้แก่ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ.2544 ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรมและสื่อผสม) พ.ศ.2540 ศ.เดชา วราชุน ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์และสื่อผสม) พ.ศ.2550 รศ.อิทธิพล ตั้งโฉลก ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ.2551 และ อ.ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ.2552 ย่ำถิ่นลอดช่อง สอดส่องงานศิลป์

 ไม่น่าแปลกที่นครรัฐซึ่งตั้งอยู่บนเกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างสิงคโปร์ ซึ่งเคยอยู่ในอาณัติของประเทศอังกฤษมาอย่างยาวนาน และเพิ่งจะยืนหยัดเป็นประเทศเอกราชได้เพียง 45 ปี จะไม่มีรากเหง้าทางศิลปะและวัฒนธรรมของตัวเองอย่างชัดเจน ดังจะเห็นได้จากพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอผลงานของศิลปินในประเทศล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมและอารยธรรมประเทศต่างๆ อย่างเช่น พิพิธภัณฑ์เปอรานากัน ที่เน้นนำเสนอเรื่องราวของชาติพันธุ์บนเกาะสิงคโปร์ ขณะที่ส่วนหนึ่งในผลงานที่จัดแสดงภายใน พิพิธภัณฑ์แบลค เอิร์ธ ก็มีกลิ่นอายของจีน เวียดนาม แอบแฝงอยู่ด้วย เช่นเดียวกับ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสิงคโปร์ (แซม) ทว่ารวมงานศิลป์หลากสาขาเอาไว้ได้มากกว่า หรือที่เด่นชัดสุดก็ต้อง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สิงคโปร์  ที่เล่าวิถีชีวิตของคนสิงคโปร์ผ่านวัฒนธรรมร่วมสมัย 4 เรื่องได้แก่ อาหาร มหรสพ แฟชั่นเครื่องแต่งกาย และภาพถ่ายเก่า นอกจากนี้ยังมี อาร์ตติส สตูดิโอ สถานที่ทำงานของศิลปินสิงคโปร์ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล รวมทั้งสถาบันภาพพิมพ์ เดอะ สิงคโปร์ ไทเลอร์ ปริ๊นท์ อินสทิว ซึ่งน้อยคนนักจะได้เห็นการทำงานของสถาบันแห่งนี้แบบเจาะลึก

 ศิลปินแห่งชาติแต่ละคนต่างเก็บรายละเอียดของการสัญจรครั้งนี้อย่างเต็มอิ่ม อ.ถวัลย์ ดัชนี กล่าวถึงการเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์แบลค เอิร์ธ ซึ่งถือกำเนิดจากความชื่นชอบงานศิลปะของหนุ่มขายซาลาเปา อึง อิน เทียน จนถึงขั้นยอมควักกระเป๋าซื้อตึกแถวเพื่อเปิดพิพิธภัณฑ์โดยไม่คิดค่าเข้าชมและไม่ขอรับเงินบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากที่พ่อค้าขายอาหาร กลับเปิดพิพิธภัณฑ์ให้ทุกคนได้เข้าชม ต่างจากเมืองไทยหาได้น้อยคนนัก ส่วนใหญ่มัวแต่นึกถึงธุรกิจกำไรเป็นหลัก พูดถึงศิลปะที่มาพร้อมมูลค่า แต่ของเขากลับทำมูลค่าจากการขายซาลาเปา เพื่อนำมาหนุนพิพิธภัณฑ์ที่ใส่จิตวิญญาณของงานศิลปะเข้าไป แม้เป็นประเทศที่ไม่มีรากเหง้าเป็นของตัวเอง แต่พยายามยืนหยัดในความเป็นชาติด้วยความเข้มแข็ง นี่คือสิ่งสำคัญที่หวังให้เกิดขึ้นในประเทศไทยบ้าง

 ในมุมของ ดร.กมล ทัศนาญชลี กล่าวเสริมว่า ศิลปวัฒนธรรมของไทยมีมายาวนานหลายร้อยปี แต่คนในชาติกลับมองข้าม เพียงเพราะความชินตา ต่างจากสิงคโปร์เป็นประเทศใหม่แต่กลับมีนโยบายและวิธีจัดการที่ดีเยี่ยม ทั้งยังปลูกฝังให้คนในชาติรักงานศิลปะด้วยการสร้างพิพิธภัณฑ์อันหลากหลาย ดังจะเห็นได้ว่าการสร้างอาคารทุกแห่ง 30 เปอร์เซ็นต์ จะต้องมีพื้นที่ให้แก่งานศิลปะด้วย สิ่งนี้ไม่ควรละเลยเพราะศิลปะสามารถหล่อหลอมคนในชาติให้รู้จักรากเหง้าของตัวเองถึงแก่นแท้ได้

 หลังจากเต็มอิ่มกับนวัตกรรมศิลปะ อ.ปรีชา เถาทอง แสดงความกังวลใจถึงการนำเสนอของศิลปะไทย ว่ายังไม่ค่อยน่าสนใจ ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเผยแพร่ บางครั้งถูกปิดบังไว้อย่างไร้ค่า ซึ่งเป็นอันตรายมาก สิ่งหนึ่งคือต้องสอนให้รู้ถึงคุณค่าความเป็นตัวตนและท้องถิ่นของตัวเอง เมื่อได้เรียนรู้จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจ สิ่งนี้จะทำให้เขารู้จักเลือกรับและปฏิเสธ โดยเฉพาะการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้คนในชาติมีใจที่จะอนุรักษ์และหวงแหนสิ่งที่มีค่าในอดีตให้ดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน