
สน.นี้...รถใหญ่ไม่ผิด
เพื่อนผมเป็นคนขายลอตเตอรี่ ปั่นจักรยานขายไปเรื่อยๆ เขาถูกรถขนส่งปูนเฉี่ยว เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2553 แถวพาต้าปิ่นเกล้า ถ้ารถไม่เบรกก็คงถูกทับเละ
มีตำรวจ สน.บางยี่ขัน ผ่านมาพอดี เพื่อนผมจะแจ้งความ แต่ตำรวจบอกว่าไม่ต้องแจ้งความหรอก เดี๋ยวลงบันทึกประจำวันไว้ แล้วจะนัดให้มาสอบปากคำวันหลัง เป็นอันว่าจบแค่นั้น
ตำรวจไม่เข้าไปดูคนเจ็บเลยว่าเจ็บขนาดไหน เพื่อนผมเดินเองไม่ได้ มีเลือดออกที่ขา พูดแค่นั้นก็ให้กลับบ้าน จนวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 สน.บางยี่ขัน โทรมาตามให้ไปที่สน. พอไปถึงตำรวจก็บอกให้ยอมความ คู่กรณีจะชดใช้ค่าเสียหายให้ ค่าจักรยานที่พัง 1,500 บาท ไม่งั้นคู่กรณีจะฟ้องกลับว่าเพื่อนผมผิด และตำรวจก็จะปิดคดีไม่ได้
เพื่อนผมผิดตรงไหน ทั้งบาดเจ็บทั้งจักรยานพัง แต่ขับรถปูนไม่บาดเจ็บเลย รถก็ไม่เสียหาย สมเหตุสมผลแล้วหรือครับคุณตำรวจ ถ้าเพื่อนผมตายขึ้นมา ครอบครัวเขาคงไม่ยอมรับเงิน 1,500 บาทหรอก คู่กรณีจะฟ้องคนตายหรือไม่ อยากรู้เหมือนกันว่าคดีจะออกมาในรูปไหน ตำรวจจะช่วยใคร
ผมไม่ได้โกรธคนชน แต่โกรธตำรวจที่พูดกับพวกเราแบบนี้ บ่งบอกว่าตำรวจไม่ได้อยู่ข้างประชาชนเลย ฝ่ายไหนมีเงิน ฝ่ายนั้นต้องถูกเสมอ เพื่อนผมเป็นแค่คนขายลอตเตอรี่ หาเช้ากินค่ำ ปั่นจักรยานคันเล็กๆ ไปวันๆ ไมมีเงิน ตำรวจเลยไม่ช่วย
สถานีตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน แต่วันนี้คงไม่มีใครกล้าไปขอความช่วยเหลือแล้ว ไม่มีเงิน ไม่รวยพอ ตำรวจบางคนไม่สนใจ ตำรวจดีๆ ยังมีให้เห็น...แต่อาจจะน้อยกว่า
สมพงษ์
ตอบ
สอบถามจาก ร้อยเวร สน.บางยี่ขัน เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 3 กันยายน ได้รับคำตอบว่า ตรวจสอบไม่ได้ ไม่รู้ว่ากรณีไหน ต้องสอบถามร้อยเวรเจ้าของคดีเองว่าใครถูกใครผิด ถ้าว่ากันตามกฎหมาย รถใหญ่ไม่จำเป็นต้องผิดเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าใครทำผิดกฎจราจรจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ
เช่น รถใหญ่ขับมาทางตรงในเลนของตัวเอง แต่จู่ๆ มีรถเล็กปาดหน้า หรือเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน เป็นเหตุให้รถใหญ่ต้องเบรกหรือหลบหลีกไม่ทัน จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกัน กรณีแบบนี้ ถึงแม้รถเล็กจะเกิดความเสียหายและได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ถือว่ามีความผิด เพราะขับรถประมาท ตามกฎหมายต้องเสียค่าปรับทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายเสียเปรียบต้องเรียกร้องเอาเอง แต่ไม่ต้องฟ้องร้อง เพราะเป็นคดีแพ่ง
"ร้อยเวร" จะเป็นผู้ชี้ว่าใครถูกใครผิด โดยจะพิจารณาจากความเป็นจริงและหลักฐาน
กรณีนี้ไม่แน่ใจ เพราะไม่ทราบรายละเอียด แต่คนเจ็บสามารถนำบันทึกประจำวันไปเบิกกับ พ.ร.บ.คุ้มครองบุคคลที่ 3 ของคู่กรณีได้ วงเงินคุ้มครองกรณีบาดเจ็บไม่เกิน 5 หมื่นบาท ส่วนที่แจ้งว่า คู่กรณีจ่ายค่าจักรยานให้ 1,500 บาทนั้น น่าจะเป็นการช่วยเหลือในแง่ของมนุษยธรรม
ร้อยเวร แนะนำให้คุณนำใบรับรองแพทย์ ไปติดต่อกับร้อยเวรที่รับเรื่อง เพื่อให้ช่วยติดตามบริษัทประกันมาเจรจาค่ารักษาพยาบาล
คำตอบของร้อยเวร สน.บางยี่ขัน...ชัดเจน...จริงๆ
ลุงแจ่ม



