
คันฉ่องและโคมฉาย - ผู้นำกับธรรมะ (๙) อย่าเมายศ
"หลิวปัง" นั้น มีกุนซือดีมากแนะนำว่า ถึงหลิวปังจะได้อำนาจแต่ถ้าบริหารไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งบริหารขอให้ไปอยู่ชายแดนก่อน ก็ไปอยู่ชายแดน วันหนึ่งหลิวปังท้อใจมากเพราะมีทหารหนีทัพอยู่เรื่อยๆ เมื่อทหารหนีทัพทุกวันกองทัพก็ไม่มีอะไรจะกิน แม่ทัพขุนศึกที่ร่วมรบด้วยกัน
กุนซือก็บอกว่า ร้อยคนพันคนที่หนีไปอย่างดีก็เป็นแค่ทหารเลว แต่คนล่าสุดที่หนีไปศักยภาพของเขาคือแม่ทัพ คนคนนี้ผมถึงต้องไปตาม หลิวปังก็ว่ามันแน่สักแค่ไหนไปเรียกมันมา ก็ไปเรียกทหารคนนั้นมา พอมาอยู่กันต่อหน้า กุนซือก็เสนอว่า ท่านอยากรู้อะไรลองถามเขาสิ ปรากฏว่าทหารคนนั้นพูดถึงตำราพิชัยสงคราม พูดถึงการวางยุทธศาสตร์ หลิวปังฟังแล้วตกใจมาก มีคนเก่งขนาดนี้อยู่ในกองทัพด้วยหรือ เป็นไปได้อย่างไร ฉันขอตั้งให้เธอเป็นแม่ทัพ กุนซือบอกว่า นายครับ จะตั้งคนเป็นแม่ทัพ จู่ๆ มาตั้งกันแบบนี้ไม่ได้ มันไม่สมเกียรติยศ นายต้องตั้งปะรำ ทำพิธี พรุ่งนี้สถาปนา มอบเสื้อเกราะ มอบกระบี่แม่ทัพ ปรากฏว่า พอคนคนนี้ได้รับการสถาปนาเป็นแม่ทัพ ไม่นานเขากลายเป็นสุดยอดกุนซือให้กับหลิวปัง
ในที่สุดกำนันธรรมดาคนหนึ่งได้เป็นปฐมฮ่องเต้ แล้วก็สถาปนาราชวงศ์ฮั่น ที่มีอายุยืนกว่า ๔๐๐ ปี ทุกวันนี้ชาวจีนจึงเรียกตัวเองว่าเป็นชาวฮั่น ประสบความสำเร็จเพราะอะไร เพราะหลิวปังหรือพระเจ้าฮั่นเกาจู มีศิลปะในการใช้คน
ตัวของท่านเองมีศิลปะในการใช้คนไหม ผู้นำจำนวนมากที่ล้มเหลวก็เพราะอย่างนี้ มีคนดีอยู่ในองค์กรแต่มองไม่เห็น คนเก่งไม่ใช้ชอบใช้คนใกล้ แล้วนี่ก็คือจุดอ่อนของผู้นำที่ไม่ใช่มืออาชีพทั้งหลาย ใครชงกาแฟให้ ใครถือกระเป๋าให้ ใครรับโทรศัพท์แทน ใครเออๆ ค่ะๆ ดีครับนาย สบายครับท่าน รับประกันครับผม เขาพูดอยู่สามประโยคนี้ แต่ประโยคที่สี่เขาเก็บไว้เคยได้ยินไหม ดีครับนาย สบายครับท่าน รับประกันครับผม นายฟังแล้วนายชื่นหัวใจ ประโยคที่สี่ที่เขาไม่ได้พูดก็คือ แล้วเราก็จมไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นมีคนดีอยู่ใกล้ๆ มองเห็นไหม ถ้ามองเห็นแล้วมีศิลปะในการใช้เขาไหม จะใช้เขาต้องให้เกียรติเขา นี่คือคุณสมบัติของผู้นำมืออาชีพประการที่สอง
๓.ผู้บริหารมืออาชีพต้องไม่ตกหลุมดำของผู้อื่น ผู้บริหารต้องก้าวพ้นหลุมดำของผู้บริหาร หลุมดำของผู้บริหารมี ๕ ประการดังนี้
๑.ยศ
๒.ทรัพย์
๓.อำนาจ
๔.กามารมณ์
๕.ชื่อเสียง
เมื่อเป็นผู้บริหารแล้วจะมี ๕ อย่างนี้เข้ามาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ดังนั้น ยศได้ยศมา อย่าเมายศ
ยศ ก็คือ ตำแหน่ง ทุกๆ ยุคสมัย เมื่อคนมียศแล้วก็มักจะเมายศ เคยสังเกตไหม มีอยู่ปีหนึ่งอาตมาได้อ่านข่าวผู้หญิงคนหนึ่งได้รับรางวัลเป็นนักกวาดถนนดีเด่นของกรุงเทพฯ เช้าๆ มากวาดถนนประมาณ ๘-๙ คน ในเขตดุสิต เมื่อไปรับรางวัลจากผู้ว่าฯ มาแล้ว เพื่อนๆ ถามว่าเมื่อวานไปรับรางวัลมาเป็นอย่างไรบ้าง เธอไม่พูด ถือว่าเธอเป็นนักกวาดถนนมือหนึ่งของเขต จึงไม่ตอบเพื่อน เธอมองว่าคนละชั้น เธอมันกวาดแบบสั่วๆ ฉันมันกวาดแบบมืออาชีพ ทั้งๆ ที่กวาดขยะเหมือนกัน ทั้งที่ยศแค่นี้นิดเดียว มียศแค่ได้รับรางวัลเป็นนักกวาดถนนดีเด่นมือหนึ่งของเขตดุสิต เพราะฉะนั้นคนได้ยศก็มักจะเมายศ ไม่ต้องพูดว่าเป็นรัฐมนตรีจะเมาขนาดไหน แค่มียศกวาดอันดับหนึ่งยังเมาขนาดนี้
"ว.วชิรเมธี"



