
สภาสตรีไทยฯ ดึงชายร่วมพัฒนาหญิง
เมื่อสหพันธ์สตรีแห่งชาติจีน ขึ้นชื่อว่าเป็นองค์กรหนึ่งที่มีบทบาทและเอาจริงเอาจังในการผลักดันการพัฒนา รักษาสิทธิประโยชน์ของสตรี แก้ไขปัญหาให้กับสตรีในทุกด้านอย่างต่อเนื่องจนประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม
ดังนั้น ในโอกาสที่ประเทศไทยซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับจีนมายาวนานถึง 35 ปี ขณะเดียวกันก็มีคณะแลกเปลี่ยนดูงานระหว่างกันมากว่า 20 ครั้ง คณะกรรมการสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ นำโดย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคินอังอุบลกุล ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ จึงได้นำคณะกรรมการฯ เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดการทำงานด้านสตรี กับ มาดามเฉิน จื้อลี่ ประธานสหพันธ์สตรีแห่งชาติจีน และรองประธานสภาประชาชนจีน.เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
คุณหญิงณัฐิกา เล่าว่าหลังจากการพบปะพูดคุยกับประธานสหพันธ์สตรีแห่งชาติจีน ทำให้ทราบว่า แม้จะเป็นองค์กรเอกชนเช่นเดียวกับของสภาสตรีไทยฯ แต่ต่างกันตรงที่สหพันธ์สตรีแห่งชาติจีนเป็นองค์กรสตรีที่ใหญ่และรัฐบาลให้การสนับสนุนในการดูแลสตรีทั่วประเทศ ในขณะที่ของประเทศเราการสนับสนุนจากภาครัฐยังถือว่าน้อยมาก โดยรายได้ที่นำมาใช้ในกิจการขององค์กรส่วนใหญ่ต้องหากันเอง
นอกจากนี้ ประธานสภาสตรีไทยฯ ยังกล่าวอีกว่า แนวทางที่ได้รับจากพูดคุยกับผู้นำของประธานสหพันธ์สตรีแห่งชาติจีน ซึ่งเน้นหลักๆ อยู่ 4 หัวข้อ ได้แก่ เคารพตนเอง, มีความเชื่อมั่น, เข้มแข็ง และยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง พร้อมกันนี้ก็ได้มีนโยบายขานรับ เช่น ส่งเสิริมให้เป็นเถ้าแก่ หรือให้ผู้หญิงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยมีนโยบาย ให้รัฐบาลช่วยผู้หญิงให้สามารถกู้เงินในการประกอบอาชีพอิสระได้จำนวนมาก หรือช่วยเรื่องดอกเบี้ย ขณะเดียวกันก็ยังส่งเสริมให้สตรีมีสิทธิทางกฎหมายได้รับบริการด้านสุขภาพอนามัย โดยเฉพาะการตรวจโรคมะเร็งเต้านมให้สตรีในชนบทที่มีอายุระหว่าง 35-59 ปี รวมถึงการผลักดันให้สตรีมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในงานภาครัฐระดับนโยบาย ผ่านการสนับสนุนส่งเสริมและฝึกให้สตรีเป็นผู้นำระดับสูง โดยการรณรงค์และประชาสัมพันธ์โดยติดคำขวัญในเชิงกำลังใจและสร้างความรู้สึกฮึกเหิมในสถานที่ต่างๆ
และเมื่อกล่าวถึงบทบาทของสภาสตรีไทย วันนี้ในฐานประธานสภาสตรีไทย เล่าว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากการยกระดับสตรีไทยทั้งด้านสุขภาพโดยที่ผ่านมาได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการให้บริการตรวจมะเร็งแก่ครูทั่วประเทศ อีกประการหนึ่งเธอเองพยายามผลักดันมาโดยตลอดนั่นคือ การดึงเอาสุภาพบุรุษจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมในการทำงานกับองค์กรสตรีมากขึ้น แทนที่จะปล่อยให้ฝ่ายผู้หญิงทำงานกันเองตามลำพัง เพื่อให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากงานวันสตรีไทยที่ผ่านมา แสดงให้เห็นแล้วว่าการทำงานร่วมกันจะเป็นพลัง ซึ่งมีผลต่อสังคมสูงมาก และยังเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง
สำหรับก้าวย่างต่อไปของสภาสตรีแห่งชาติฯ คุณหญิงณัฐิกา เปิดใจว่า ได้พยายามวางรากฐานเกี่ยวกับการวางยุทธศาสตร์สำหรับผู้ที่จะเข้ามารับหน้าที่ในวาระนี้ต่อไป โดยเฉพาะการวางนโยบายการทำงานแบบระยะยาว 5 -10 ปี ภายใต้รูปแบบคู่มือวิสัยทัศน์ฉบับผู้นำ แทนการดำเนินงานทำงานแบบระยะสั้นๆ เหมือนเช่นที่ผ่านมา รวมทั้งการผลักดันให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในการเมืองการปกครองมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นผู้หญิงและคนในสังคมให้ตระหนักและให้โอกาสแก่ ผู้หญิงมากขึ้น



