
มะเร็งปากมดลูก...ป้องกันได้
มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตหญิงไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง ประมาณ 14 รายต่อวัน ส่งผลกระทบทั้งจิตใจ คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจของครอบครัว รวมไปถึงประเทศชาติเป็นอย่างมาก
วิทยาการทางการแพทย์สามารถพบสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี สายพันธุ์ 16, 18 ประมาณ 70% และอีกประมาณ 30% เกิดจากไวรัสเอชพีวี ชนิดอื่นๆ เชื้อไวรัสตัวนี้เกือบทั้งหมดติดมาจากการมีเพศสัมพันธ์
มะเร็งปากมดลูก สามารถตรวจคัดกรองได้จากการตรวจภายใน สตรีทุกรายที่เคยมีเพศสัมพันธ์ ควรไปรับการตรวจภายใน เพื่อดูว่ามีเซลล์ผิดปกติหรือไม่ ถ้าตรวจพบความผิดปกติในระยะนี้ การรักษาจะทำได้ง่าย ภาวะแทรกซ้อนของการรักษามีน้อย และอัตราการหายจากโรคเกือบ 100% และไม่กลายเป็นมะเร็งปากมดลูก
การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในประเทศไทยยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ปัญหาสำคัญที่สุด เกิดจากสตรีไม่ไปรับบริการตรวจ ทั้งนี้ อาจจะเกิดจากความอาย กลัวความเจ็บปวด และเกิดจากความเข้าใจผิดว่า ทำไมจะต้องไปรับการตรวจ โดยที่ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว ผู้ป่วยระยะก่อนเป็นมะเร็งจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ
ปัจจุบันนี้มีวัคซีนที่ใช้ป้องกัน เอชพีวี สายพันธุ์ 16 และ 18 แล้ว มีประสิทธิภาพในการป้องกันได้ จึงสามารถป้องกันมิให้เซลล์เปลี่ยนแปลงไปเป็นระยะก่อนมะเร็ง จึงสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากไวรัส 2 สายพันธุ์นี้ได้ แต่ไวรัส 2 สายพันธุ์นี้เป็นสาเหตุประมาณ 70% ของโรค ยังเหลืออีกประมาณ 30% ที่อาจจะเกิดจากไวรัสเอชพีวีตัวอื่น ผู้ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ยังต้องได้รับการตรวจคัดกรองเป็นระยะๆ
รักษาอย่างไร หายหรือไม่
มะเร็งปากมดลูกมีโอกาสรักษาให้หายขาดจากโรคได้สูงเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น การรักษามีหลายวิธี วิธีการมาตรฐานและใช้ได้ผลดีมีอยู่ 2 วิธี ก็คือการรักษาโดยการผ่าตัด และการใช้รังสีรักษา ซึ่งแพทย์มักจะเสริมด้วยการให้ยาเคมีบำบัด ส่งผลให้อัตราหายจากโรคนี้สูงขึ้น การผ่าตัดมักใช้ในผู้ป่วยอายุน้อย และมีความเสี่ยงต่อการดมยาสลบและการผ่าตัดต่ำ มักใช้ในผู้ป่วยที่โรคยังจำกัดที่บริเวณปากมดลูกเท่านั้น
ส่วนการรักษาทางรังสี ให้การรักษาในผู้ป่วยทุกราย และทุกระยะของโรค เนื่องจากรังสีรักษาครอบคลุมบริเวณกว้าง ไม่ใช่เฉพาะบริเวณปากมดลูกเท่านั้น ผู้ป่วยรายใดที่รับการรักษาโดยการผ่าตัด สามารถรักษาทางรังสีรักษาให้หายจากโรคได้เช่นกัน
การรักษามะเร็งปากมดลูกโดยวิธีอื่นๆ ก็มีที่ใช้บ้าง เช่น การรักษาโดยใช้ยาเคมีบำบัดซึ่งใช้ในผู้ป่วยบางรายที่มีการกระจายของโรคออกไปนอกเหนือจากบริเวณที่จะผ่าตัดได้ หรือฉายรังสีครอบคลุมได้ไม่หมด นอกจากนี้ยังมีการรักษาหลายวิธีร่วมกัน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแนวทางการรักษาร่วมกับผู้ป่วยและญาติ โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ หวังให้ผู้ป่วยหายจากโรคในอัตราสูงสุด
องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า การป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ดีที่สุด คือการตรวจคัดกรองเป็นระยะๆ ร่วมกับการฉีดวัคซีน เอชพีวี
โปรดปรึกษาแพทย์ และหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tgcsthai.com
รศ.นพ.ชัยยศ ธีรผกาวงศ์
นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย



