
จดหมายถึงผู้แทน ถึง นายกฯ อภิสิทธิ์
"ประชาชนไม่แน่ใจ" แนวคิดสวัสดิการสังคมของคนไทยจะไปทางไหน ยังไม่ชัดเจน ความเห็นแตกต่างกันในระหว่างกลุ่มต่างๆ
ในกลุ่มประชาชนทั่วไป จากการสำรวจความเห็นของประชาชนในเดือนเมษายน ปีนี้ ได้ผลค่อนข้างมีความชัดเจนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการให้รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินและผู้ดำเนินการจัดสวัสดิการสังคมให้ประชาชน
ในกลุ่มประชาชนผู้มีอันจะกิน มักจะไม่ชอบแบบถ้วนหน้า เพราะตนคือผู้เสียภาษี และมองเห็นอนาคตว่าถ้าถ้วนหน้าแล้วภาษีก็จะสูงขึ้น ส่วนประโยชน์ที่จะตกแก่ตนนั้นน้อยหรือไม่มีเลย
ในกลุ่มนักวิชาการและข้าราชการ มีความเห็น 2 ขั้วค่อนข้างชัดเจน ขั้วแรก ออกแนวซ้าย ต้องการสวัสดิการถ้วนหน้า โดยใช้เหตุความเท่าเทียมกันมาสนับสนุน และคิดว่าเรื่องงบประมาณเป็นเรื่องที่จัดการได้ และขั้วที่สอง ออกแนวขวา ต้องการให้เฉพาะคนจน โดยใช้เรื่องค่าใช้จ่ายสูงเป็นเหตุต่อต้านความถ้วนหน้า และสนับสนุนการมีภาษีต่ำๆ ประชาชนควรพยายามดูแลตัวเอง
สิ่งที่เมืองไทยไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ คือ ประชาชนกลุ่มเล็กๆ นักวิชาการ และข้าราชการ มีทางเลือกที่ 3 ซึ่งก็คือ ให้ชุมชมจัดสวัสดิการสังคม จะว่าไปต้องเรียกว่า เป็นทางเลือกที่ไม่ต้องการพึ่งรัฐ (เพราะประสบการณ์สอนว่าพึ่งไม่ได้) แต่ให้พึ่งตนเอง
นายกรัฐมนตรีมีแนวนโยบายว่า ต้องการเป็นสังคมสวัสดิการในปี พ.ศ.2560 คล้ายกับบอกประชาชนว่า ถ้าอยากได้ก็กรุณาเลือกเรากลับมาเป็นรัฐบาลอีก เราคงไม่ปฏิเสธว่าพรรคประชาธิปัตย์ใส่ใจเรื่องสวัสดิการสังคม แต่ที่ประชาชนเริ่มไม่แน่ใจ คือ ณ ปัจจุบัน ประชาธิปัตย์เลือกที่จะทำสวัสดิการถ้วนหน้า หรือสวัสดิการคนจน กันแน่
ความคลุมเครือเกิดขึ้นจากหลายคำพูด เช่น “ให้สังคมสวัสดิการเป็นวาระแห่งชาติ” “ไม่เคยบอกว่าจะเป็นรัฐสวัสดิการ” หรือ “ระบบสวัสดิการของไทยจะเป็นไประบบสวัสดิการที่มีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเงินสมทบ”
ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย



