
"เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ"พระราชทานกำลังพระทัยแก่ผู้ป่วยมะเร็ง
เพื่อน้อมรำลึกถึง สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย" ผู้ทรงอุทิศพระวรกายตลอดพระชนม์ชีพ เป็นแบบอย่างในการ ให้ อย่างแท้จริง ทรงวางรากฐานการพัฒนาทางการแพทย์และการสาธารณสุขไทยให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานา
ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคต ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงจัดกิจกรรมวันมหิดลขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อนำรายได้จากกิจกรรมดังกล่าวไปช่วยผู้ป่วยที่ยากไร้และด้อยโอกาสของโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งปีนี้กำหนดจัดงานขึ้นวันเสาร์ที่ 18 กันยายน เวลา 22.00 น.เป็นต้นไป ทางสถานีวิทยุกองทัพบกช่อง 5
โอกาสนี้ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในฐานะองค์ประธานจัดงานหารายได้ เสด็จบันทึกแถบวีดิทัศน์ พร้อมพระราชทานให้สัมภาษณ์ในรายการพิเศษเนื่องในวันมหิดล ณ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 โดยมี ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล และ รศ.นพ.ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร รองคณบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจการพิเศษ ร่วมดำเนินรายการ
ในการนี้มีพระดำรัสถึงความก้าวหน้าทางด้านโรคมะเร็งของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ว่า โรงพยาบาลเปิดอย่างเป็นทางการมาได้ 1 ปีเต็ม สำหรับปีนี้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นปัญหามากโดยเฉพาะในภาคอีสาน ดังนั้นจึงต้องวิจัยว่าสาเหตุแท้จริงคืออะไร แล้วพัฒนาตัวยาใหม่ๆ จากห้องปฏิบัติการนำไปสู่ความเข้าใจอย่างถ่องแท้
"ตัวข้าพเจ้าอยากให้ประเทศไทยสามารถผลิตยาได้เอง เรามีฝ่ายวิจัย มีโรงพยาบาลที่สามารถจะทำได้ แต่การใช้ยาบางครั้งควรพิจารณาใช้เท่าที่จำเป็นและเหมาะสม บางครั้งใช้ยามากเกินไป แต่ไม่ได้ให้ผลที่ดีกว่า ซึ่งอาจทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ และ สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญพอๆ กับยาคือ "กำลังใจ" ถ้ามีกำลังใจก็จะอยู่ได้นาน เราอยากให้ผู้ป่วยรู้ว่ากำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าตั้งใจว่าจะต้องหาย มันก็จะเบาลงจะช่วยยืดอายุของเราให้สูงขึ้น แต่ถ้ากำลังใจไม่ดี หดหู่ ก็จะไปเร็วมาก ข้าพเจ้าจะพูดกับคนไข้เสมอว่า หมอช่วยได้ครึ่งหนึ่ง แต่พวกคุณต้องช่วยอีกครึ่งหนึ่งด้วย"
โอกาสนี้ได้พระราชทานคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง ความตอนหนึ่งว่า ตามหลักการแล้วมะเร็งสามารถหลีกเลี่ยงได้ในบางส่วน เช่น การสูบบุหรี่ ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็เป็นการหลีกเลี่ยงสาเหตุของมะเร็งอย่างหนึ่ง และอีกอย่างที่เพิ่งทำการวิจัยเสร็จสิ้นไปไม่นานเท่าไหร่คือเรื่อง "ควันธูป" ซึ่งมีสารก่อมะเร็งมากมาย แต่ถ้าจำเป็นต้องจุดจริงๆ ก็ควรจุดในที่โล่ง อย่าจุดในห้องที่ควันธูปจะอับอยู่ เพราะเป็นอีกสาเหตุที่จะก่อมะเร็งได้เช่นกัน
พร้อมกันนี้ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ยังมีพระดำรัสขอความร่วมมือช่วยเหลือ ในการบริจาคทรัพย์แก่ผู้ป่วยที่ยากไร้และด้อยโอกาสโรงพยาบาลศิริราชความว่า หลังจากทำงานที่โรงพยาบาลศิริราชมา 17 ปี ซาบซึ้งดีว่าโรงพยาบาลศิริราชเป็นที่พึ่งของผู้ป่วยด้อยโอกาสและผู้ป่วยยากไร้จากทั่วประเทศ บางครั้งเห็นผู้ป่วยมานอนค้างเสื่อผืนหมอนใบเพื่อรอรับการรักษา ซึ่งเป็นอย่างนี้ทุกวันไม่เว้นแม้แต่เสาร์-อาทิตย์ จึงอยากขอให้ผู้ใจบุญได้โปรดบริจาคเงินสนับสนุนโรงพยาบาล ในการทำบุญใหญ่คือการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยยากไร้เหล่านี้ ผู้มีน้อยก็บริจาคน้อย ผู้มีมากบริจาคมาก บุญที่ได้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน แต่อยู่ที่ใจที่อยากจะทำบุญ ก็จะได้บุญอย่างล้นเหลือ และในโอกาสนี้ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ยังได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยผู้ด้อยโอกาสในครั้งนี้ด้วย



