ไลฟ์สไตล์

นาโต่โมเดล

นาโต่โมเดล

06 ก.ย. 2553

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้ไปเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้บ้านนาโต่ ที่เชียงราย และได้เห็นความพยายามในการสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีความรู้ในการประกอบอาชีพการเกษตรในพื้นที่ โดยการคิดรูปแบบและวิธีการเรียนการสอนที่เหมาะสมต่อพื้นที่ขึ้นมา จนอาจเรียกได้ว่าเป็น “รูปแบบ” หรือโ

บ้านนาโต่ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 5 กิโลเมตรเท่านั้น ผู้คนที่อยู่ในพื้นที่จึงเป็นคนไทยที่มาจากชนเผ่าต่างๆ รวมแล้ว 6 ชนเผ่า มีโรงเรียนในพื้นที่ทั้งระดับประถมและมัธยม แต่เมื่อก่อนนี้ยังไม่มีอาชีวศึกษา ครั้นเมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมรี เสด็จฯ ไปเยี่ยมพื้นที่นี้ ก็ได้มีพระราชดำริอยากให้มีการสอนอาชีวศึกษา สำหรับเด็กนักเรียนในพื้นที่ เพื่อให้มีความรู้ทางด้านการเกษตร และสามารถประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่ของตนเองได้โดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน

 ด้วยเหตุนี้ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย จึงได้สนองพระราชดำริ โดยสร้างศูนย์การเรียนรู้บ้านนาโต่ขึ้นมา เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เพื่อสอนเด็กระดับ ปวช. และปวส. ด้านการเกษตร โดยส่วนหนึ่งรับเด็กนักเรียนมาจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นโรงเรียนในพื้นที่แห่งนี้

ศูนย์การเรียนรู้บ้านนาโต่จึงเป็นสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาแห่งเดียวในพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนเข้าศึกษาในระดับสูง ซึ่งเด็กทั้งหมดนี้ไม่มีโอกาสศึกษาต่อที่อื่นเนื่องจากความยากจน และเกือบทั้งหมดต้องเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือผู้ปกครองทำมาหากินในพื้นที่ ดังนั้นจุดประสงค์หลักของศูนย์แห่งนี้คือการยกระดับและพัฒนาการศึกษาของเด็กให้สูงขึ้นโดยเน้นเรื่องการเกษตร เพราะต้องการให้นักศึกษาที่จบแล้วได้ทำงานในพื้นที่ ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ศูนย์แห่งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย โดยมี อ.เทพชัย ร่มโพธิ์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัย และมี อ.สมเดช วงศ์ชัยพานิชย์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์

ทั้งสองท่านนี้ได้ทุ่มเททั้งกำลังกายกำลังใจและกำลังทรัพย์ แม้บางส่วนเป็นทรัพย์ส่วนตัวด้วยซ้ำไป เพื่อให้ศูนย์แห่งนี้สามารถดำเนินการได้อย่างดี จนประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ลำพังอาจารย์จากวิทยาลัยเอง ก็ไม่เพียงพอในการสอนเด็กนักเรียน แต่ศูนย์แห่งนี้มีครูจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเข้ามาร่วมสอนด้วย เป็นตัวอย่างของความร่วมมือข้ามหน่วยงานที่ดี 

ปัญหาหนักอย่างหนึ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญคือค่านิยมในสังคม ทั้งพ่อแม่และคนใกล้ชิด ต่างก็มองว่าการทำเกษตรไม่จำเป็นต้องร่ำเรียนก็ทำได้ และยังมีความเชื่ออยู่ว่าการเกษตรยิ่งทำก็ยิ่งยากจน ฉะนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือการสร้างทัศนคติที่ดีต่ออาชีพการเกษตร ในที่สุดศูนย์ได้เลือกวิธีการสอนที่ให้เด็กได้เรียนรู้โดยการทำจริงในลักษณะของโครงการ และมีรายได้เกิดขึ้นระหว่างที่เด็กกำลังศึกษา ได้ทำบัญชีรายรับรายจ่าย และนำไปสู่การวางแผนการผลิตโดยใช้หลักวิชาการ

 ตอนนี้เด็กที่เรียนในโครงการส่วนใหญ่เริ่มคิดเป็น สามารถวางแผนได้ และรู้ว่าควรผลิตอะไร และไม่ควรทำอะไร รวมทั้งสามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียนได้ จึงเกิดความเชื่อมั่นว่า ความรู้ทางการเกษตรที่ได้เรียนจากครูในศูนย์แห่งนี้ สามารถนำมาใช้ได้จริง และหากทำได้ดีก็จะไม่ยากจน รายละเอียดในการคิดและการทำเช่นนี้จนประสบความสำเร็จ ผมจะนำมาเล่าให้ฟังต่อในคราวหน้าเพื่อให้เห็นว่านาโต่โมเดลเป็นอย่างไร

รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ