
ตะลุย เซปัง พิสูจน์ โคโรลล่า ดีเอ็นเอ
หลายครั้งหลายคราคนไทยมักบอกว่าประเทศเราไม่ค่อยดี เพราะมีนักการเมืองแย่ๆ ที่ทำให้ประเทศวุ่นวาย สำหรับผมหลายอย่างเราดีครับ โดยเฉพาะเรื่องรถ ถือว่าเราโชคดี ดีกว่าอีกหลายที่ เพราะอุตสาหกรรมของเราก้าวหน้า ทำให้ผู้บริโภคได้ใช้รถดีๆ ก่อนประเทศอื่น
อย่างเช่นล่าสุด โคโรลล่า 2010 หรือ โคโรลล่า ไมเนอร์เชนจ์ บ้านเรานั้นซื้อ-ขายกันที่โชว์รูมแล้ว แต่ที่อื่นๆ เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ยังไม่ได้เห็นรถใหม่กันเพราะว่ายังไม่ได้เปิดตัว
กิจกรรมแนะนำรถรอบสื่ออาเซียนและทดสอบ โคโรลล่า ใหม่ ล่าสุดที่ "คม ชัด ลึก" เดินทางไปร่วม จัดขึ้นที่สนามเซปังฯ เซอร์กิต สนามเอฟวัน ที่ใกล้บ้านเราที่สุด โดยโตโยต้า เอเชีย แปซิฟิก
การเดินทางไปเซปังฯ ง่ายนิดเดียวเพราะว่าอยู่ห่างจากสนามบินไม่มากนัก ในช่วงนี้มาเลเซียกำลังก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่เพื่อรองรับโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ที่กำลังขยายตัว อย่างไรก็ตามคนที่เดินทางไปจะรู้ว่าสนามบินแถวนี้ไม่มีใครคึกคักเท่าไรเพราะว่าคนน้อยกว่าสุวรรณภูมิเรามากครับ
กิจกรรมหลักๆ ของ โคโรลล่า คือ การทดสอบสมรรถนะ โคโรลล่า ใหม่ ทุกเครื่องยนต์ ตั้งแต่ 1.6, 1.8 และ 2.0
ถ้าพูดถึง ดีเอ็นเอของโคโรลล่า รถที่หลายคนคุ้นเคยกันดีอาจจะนึกไม่ออกว่าสิ่งที่เป็นจุดแข็งของรถคืออะไร
โคโรลล่า คือ ความสะดวกสบาย ความมั่นคงของตัวรถ และความต่อเนื่องของอัตราเร่ง นี่คือดีเอ็นเอเดิมๆ ของมีอยู่ ในทุกโมเดลที่ผ่านมาของรถ แต่ในรถรุ่นใหม่ปี 2010 นั้น โตโยต้าได้เริ่มมีสิ่งพิเศษเข้าไปในความเป็นโคโรลล่า ผ่านเทคโนโลยี ดูอัล วีวีทีไอ และระบบเกียร์ซูเปอร์ ซีวี-ที 7 สปีด ใหม่ล่าสุด
สิ่งใหม่ที่เพิ่มเติมทำให้อัตราเร่งของโคโรลล่าราบรื่นไร้รอยต่อ มีสมรรถนะที่ดีขึ้น อัตราเร่งที่ดีขึ้น เช่น ทำให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ดีกว่าคู่แข่งระดับเดียวกันคือ โคโรลล่าใช้เวลา 10.75 วินาที ส่วนซีวิคใช้เวลา 11.29 วินาที นอกจากนี้สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงดีกว่ารุ่นก่อน 15%
และการทดสอบรถคราวนี้ โคโรลล่าอยากให้สื่อได้สัมผัสสิ่งที่ผมเล่ามา
กิจกรรมขับรถ ใช้ทางวิ่ง ของสนามเซปัง เรียกว่า นอร์ทแทรค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่แข็งเอฟวัน แต่จะตัดทางวิ่งให้สั้นลง ซึ่งขนาดสั้นแล้วก็ยังยาวกว่า 1 รอบของสนามพีระโดยประมาณ
การทดสอบอัตราเร่งของรถจากจุดสตาร์ทไปที่โค้งแรกของสนาม จากนั้นก็ เข้าโค้ง ตัวเอส ที่ 1 เพื่อดูความมั่นคงของตัวรถ การเบรก สลาลอม แล้วก็ทางตรง ทั้งหมดนี้วิ่งกันต่อเนื่อง ไปรอบๆ สนาม แค่นี้ก็สร้างความตื่นเต้นให้นักข่าวอาเซียนที่ได้จับรถใหม่ก่อนใครแล้ว แต่ผมเห็นสื่อไทยเฉยๆ เพราะว่าคุ้นกับรถมากกว่าและก็มีทดสอบในไทยไปก่อนหน้าส่วนหนึ่ง ซึ่งโดยรวมรถ 2.0 ลิตร เรียกว่าทำได้ดีในทุกการทดสอบเลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมขับแบบนุ่มนวล เพื่อหาคนที่ขับรถได้นุ่มที่สุด ซึ่งเป็นเทคนิคหนึ่งที่จะช่วยให้ประหยัดน้ำมัน ในโคโรลล่ามีสัญลักษณ์ไฟสีเขียว เขียนว่า ECO ตรงหน้าปัดรถ ถ้าเราขับแล้วใช้น้ำมันได้เต็มประสิทธิภาพได้เวลาเหมาะสม ไฟตัวนี้จะแสดงขึ้นมาผมเคย
เป็นลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ แบบนั้นในรถบางยี่ห้อแต่เป็นรถยุโรป เช่น ซาบ ซึ่งมีไฟเขียวติดตลอดเวลา โดยติดตั้งไฟนี้ไว้ตรงที่ใกล้วัดรอบ ต้องขับให้เข็มวัดรอบอยู่ในช่วงเส้นสีเขียวของวัดรอบนั่นเอง
การขับ ECo คือไม่เร่ง ไม่เบรก ไม่เลี้ยวรุนแรง โตโยต้านำเอาเครื่องจี เซ็นเซอร์มาติดตั้ง วัดฝีเท้านักข่าว จี เซ็นเซอร์ ทำหน้าที่จับอาการ เร่งแรงเกินไป เบรกแรงเกินไป ระบบจะนับจำนวน แสดงเป็นตัวเลขดิจิทัล ใครมีมากสุดถือว่าขับได้แย่สุด รอบสนามกำหนดเวลา 3 นาที ส่วนใหญ่ผมเห็นขับผ่านได้หมด แสดงว่าขับประหยัดก็เป็นแต่จะขับหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ในเมืองไทย โคโรลล่า วางรถไว้ 7 เกรด เท่ากับสิงคโปร์ ที่เหลือก็ตามไลน์สินค้า มีให้เลือกน้อยสุดบ้างมากบ้าง แต่ไม่เท่าไทยกับสิงคโปร์ เพราะขึ้นอยู่กับความต้องการและรสนิยมของตลาด
โคโรลล่านั้นผลิตจากเมืองไทยส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่ส่งไปขายในอาเซียน ถือเป็นรถที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ถือเป็นสิ่งคนไทยที่น่าภูมิใจที่รถประกอบจากสยามเมืองยิ้มโลดแล่นไปในตลาดโลก



