
Together We Canรวมกันเราทำได้ ร่วมสนุกให้กำลังใจเพื่อนๆ กันจร้า...
"เปิดโลกอินเทรนด์" มีเรื่องมันๆ ดีๆ มาฝากน้องๆ เพื่อนเหมือนเคย อาทิตย์นี้ขอย้อนกลับไปดูเรื่อง สยามเซ็นเตอร์ ดีไซน์ ฟอร์เวิร์ด : สปาย ยู แฟชั่น คอนเทสต์ 2010 อีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะชวนเพื่อนๆ มาร่วมแจมสนุกด้วยการทายว่า ใครจะเป็นนักดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ทายกั
นอกจากนั้นยังสามารถติดตามดูผลของน้องๆ ที่เข้ารอบ และเอามาโชว์จากตรงนี้ หลังจากลงหนังสือพิมพ์แล้ว ก็จะไปปรากฏที่ www.oknation.net/blog/trendy ตามไปให้กำลังใจและร่วมเล่นสนุกได้ว่าใครจะเป็นแชมป์ดีไซเนอร์คนใหม่จากเวทีนี้
ผู้ที่ทายถูก 3 คนแรก จะมีของรางวัลน่ารักๆ ให้ (โดยดูจากวันที่อีเมลเรียงกันตามลำดับ)
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะว่าต้องร่วมส่งเสริมความสามารถของเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการอ่ะค่ะ ก็แหม งานนี้มีส่งร่วมกว่า 300 ชิ้น คัดมาแล้วเหลือล่าสุด 20 ผลงาน แล้วก็สรุปรางวัลรองชนะเลิศในวันที่ 14 กันยายนนี้ ส่วนรางวัลชนะเลิศนั้นวันที่ 8 ตุลาคม เดือนหน้าโน่น
สำหรับอาทิตย์นี้ มาดูกันแบบฮิพๆ หลังจากน้องๆ ได้รับโจทย์ ภายใต้แนวคิด “T-Shirt for Peace” ซึ่งเชื่อว่าผลงานของน้องๆ แต่ละคนในรอบนี้เข้าตากรรมการจนยากจะคัดออกให้เหลือ 10 ทีมสุดท้าย ในรอบตัดสิน
ว่าแล้วก็ไปดูกันดีกว่า น้องๆ แต่ละคนไอเดียบรรเจิดกันอย่างไรบ้าง
01. คอลเลกชั่น : “Angry Young Men”
โดย : นริศรา นิยม มหาวิทยาลัยรังสิต
คอลเลกชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพ Angry Young Men ผลงานของ Picasso ที่สื่อถึงสงครามกลางเมือง ความขัดแย้ง ความรุนแรง และความไม่เสมอภาค โดยนำจุดเด่นของความเป็น Picasso ในการสร้างสรรค์ผลงาน Cubism ที่มีรูปทรงเลขาคณิต มาใช้กับฟอร์มของชุดที่มีความไม่เท่ากัน เส้นสายที่หักให้ความรู้สึกรุนแรง และเหมือนอยู่ในภาวะที่ยุ่งเหยิง
02. คอลเลกชั่น : “Picabia I see again in memory my dear Udnie 1914”
โดย : ชัชนฎา สุพรรณดิตถ์ มหาวิทยาลัยรังสิต
แรงบันดาลใจมาจากงานของ Francis Picaia เขียนขึ้นในปี 1914 ซึ่งมีแนวทางเป็น futurists จะสื่อออกมาในรูปแบบที่เป็นเครื่องยนต์และเทคโนโลยี ออกมาเป็นลักษณะเส้นโค้ง และ perspective คำจำกัดความหมายของผลงานคือ ผลงานที่ให้ความรู้สึกทั้งภายในและภายนอก และในภาพยังหมายถึงความทรงจำดีๆ ที่มีต่อคนคนหนึ่ง ก็เหมือนกับ SPY ที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายๆ คน
03. คอลเลกชั่น : “Three Musicians”
โดย : สาธิตา ศรีพจนารถ มหาวิทยาลัยรังสิต
การออกแบบชุดได้แรงบันดาลใจจากรูปของ Pablo Picasso รูป Three Musicians ที่วาดขึ้นในปี 1921 ซึ่งถือเป็นยุคของ modern art โดยใช้เทคนิคสีน้ำมัน และการปะติดคอนราด ในภาพสื่อถึงนักดนตรีทั้งสามที่มีสีสันที่สดใสของโบฮีเมียน และเครื่องดนตรี โน้ตเพลงที่สื่อถึงความรื่นเริง ดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงนับมาออกแบบเป็นคอลเลกชั่น three musicians โดยนำเอาแรงบันดาลใจมาจากนักดนตรี มาออกแบบเป็นชุด และออกแบบลวดลายที่มีพื้นมาจาก cubism โดยใช้สีพื้นเป็นสีดำ เทา แบบ on tone และนำสีคู่ตรงข้าม อย่างสีส้มแสดและน้ำเงินมาใช้ในลาย ของเครื่องดนตรี และลายตัดต่อต่างๆ ที่นำมาจากในภาพ ทำให้เสื้อผ้ามีสีสันที่สดใส
04. คอลเลกชั่น : “Wonderful Vission”
โดย : ธนิศรา จุลศักดิ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปินยุคแรกเริ่มศิลปะสมัยใหม่ โดยสร้างเทคนิคใหม่ในการระบายสีภาพโดยไม่เกลี่ยสี เพื่อให้สีผสมกันในดวงตาผู้ชมงาน เป็นการสื่ออารมณ์และจินตนาการของศิลปินออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งคอลเลกชั่นนี้นำเทคนิคการผสมสีมาประยุกต์มาใช้กับการผสมสีของผ้าด้วยการตัดผ้าเป็นเส้น แล้วนำมาถักรวมกันจนเกิดเป็นสีส้ม สีเหลือง สีฟ้า สีม่วง สีเขียว ส่วนโครงชุดเพิ่มรูปทรงที่แปลกใหม่ เพื่อแสดงถึงการหลีกหนี และการคิดค้นแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในชีวิตจริง
05. คอลเลกชั่น : “Colour of the Kiss”
โดย : ลลิตสุดา เศรษฐอภิธาน มหาวิทยาลัยศิลปากร
เสื้อผ้าที่ออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากผลงาน The Kiss ของศิลปินชาวออสเตรเลีย Gustav Klimt เป็นภาพคู่รักในสีสันที่หลากหลาย รวมถึงสีทองสุกสว่างที่ตกแต่งอย่างวิจิตร และเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ เสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้จึงนำสีสันและลวดลายมาในภาพสร้างสรรค์ในผลงานชิ้นนี้
06. คอลเลกชั่น : “Splaher Expression”
โดย : เทพทิวา เทวกุล ณ อยุธยา มหาวิทยาลัยศิลปากร
ได้แรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะแนว Abstract Expressionism ของศิลปินชาวอเมริกัน Jackson Pollock ผลงานแนวสาด และหยดสีลงบนผืนผ้าใบให้ความรู้สึกที่สนุกสนาน เคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง โดยสื่อผ่านเสื้อผ้าคอลเลกชั่นนี้ ด้วยการใช้สีที่ดูฉูดฉาด สดใส ใช้เทคนิคการตัดเย็บแบบซ้อนทับ และทำให้เกิดมิติด้วยการถักแบบฟรีฟอร์มเป็นเส้นโยงไปมาแทนการเชื่อมโยงสีจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง รวมถึงการสกรีน และปักทับลงไปบนฟอร์มของชุดที่ทำออกมาในรูปแบบของหยดสีที่โดนสลัด และแตกกระจายในแบบ Jackson Pollock
07. คอลเลกชั่น : “Monochrome”
โดย : สุปวีณ์ หิรัญพานิช มหาวิทยาลัยศิลปากร
ผลงานชิ้นนี้เริ่มจากภาพเขียนของ Patrick Heron ที่มีเพียงสีดำทาอยู่บนพื้น Canvas สีขาว การลงสีเน้นความเป็นอิสระ และการมีขอบเขตไว้ได้อย่างกลมกลืนกัน สื่อถึงความเรียบง่ายแต่สามารถสื่ออารมณ์ได้หลายรูปแบบ มองให้สนุก หรือเศร้าก็ได้ ซึ่งเปรียบได้กับ SPY BLACK ที่มีคาแรกเตอร์ที่ดูลึกลับน่าสนใจ จึงได้นำแนวทางการลงสี และการสื่อความรู้สึกของรูปทรงที่มีเพียงสีขาวและดำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลกชั่นนี้
08. คอลเลกชั่น : “Eye on o’keeffe”
โดย : สุวพันธ์ ทองสถิต และ จันทมาศ นิโลดม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คอลเลกชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากผลงานของศิลปิน Modernism ชาวอเมริกัน Georgia O’Keeffee ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่มีชื่อเสียง ได้แก่ painting รูปดอกไม้, กระดูกสัตว์, ก้อนหิน ที่แสดงถึงการผสมผสานกันอย่างลงตัว และยังสร้างสรรค์งาน Abstract ที่ทรงพลังอีกด้วย โดยนำเอาแรงบันดาลใจจากผลงานของศิลปินมาออกแบบโครงเสื้อมาจากยุค 1920 ที่เป็นยุคเฟื่องฟูของ O’Keeffee มาปรับให้ทันสมัย เลือกใช้งานกระดาษ serial planes ช่วยสร้างมิติจากระนาบแบนๆ ของกระดาษ หรือผ้า และใช้รายละเอียดการซ้อนทับที่ประยุกต์มาจากผลงาน Abstract รูปดอกไม้ของ O’Keeffee เลือกใช้สีสันที่ให้ความรู้สึกสนุกสนาน
09. คอลเลกชั่น : “Lady with the tears”
โดย : ไกรวิชญ์ คูณมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คอลเลกชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากภาพวาดแนว Pop Art รูปหญิงสาวกำลังเศร้า และร้องไห้ของ Roy Lichtentein โดยนำแต่ละภาพที่เป็นอิสระมาเชื่อมโยงผูกเป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่พบรักและอกหัก โดยนำ Silhouette ของยุค 60 ที่ดูเข้ารูปมาผสมกับ Oversize Silhouette เกิดเป็นฟอร์มที่ดูแปลกตา ใส่รายละเอียดที่มีลักษณะเป็น Pop Art ด้วยการนำเส้นผม ใบหน้า ดวงตา และน้ำตาของหญิงสาว รวมถึงการใช้ถ้อยคำ เส้นหยัก และเส้นเฉียงสไตล์ Pop Art มาใช้ทำให้โดดเด่น และเต็มไปด้วยพลังของ Pop Art แนวนิยมศิลปะที่โดดเด่นในยุค Modern Art
10. คอลเลกชั่น : “Perfect Triangle”
โดย : ชนิศ ศรีอาจ และ นนทณัฐ เกตุภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้ออกแบบแนว Party’ s Wear ที่เน้นถึงความสนุกสนานและน่าค้นหา ให้แก่ผู้สวมใส่ ที่ใช้เทคนิค digital print ลายผ้าเป็นรูปสามเหลี่ยมวางเรียงต่อกันไปมาให้เกิดเป็นรูปภาพที่น่าสนใจ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากจุดเด่นของงานศิลปะของ Pablo Ruiz Picasso และเพิ่มความพิเศษลงไปด้วยการพิมพ์ให้หลายลวดลายทับซ้อนกันเพื่อให้เกิดเป็นภาพศิลปะภาพหนึ่ง โทนสีได้มาจากผลิตภัณฑ์ของ SPY ที่มีความสดใสและสนุกสนาน มาใช้กับเสื้อผ้าให้ดูโดดเด่นเป็นที่จดจำ
11. คอลเลกชั่น : “Neo Fashionism”
โดย : ภูวดล สลักทอง และ ชลธาร ชัชวาลา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
ผลงานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปะสไตล์ Neo Expressionism ของ Jean Micheal ศิลปินชาวแอฟริกัน-อเมริกา ลักษณะเด่นของผลงานคือการใช้สีสันสดใส และอารมณ์ของงานที่ออกมาในรูปแบบของความสนุกสนานกึ่งกราฟฟิตี้ และการเขียนภาพคอนทัวร์ที่มีเทคนิคหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฝีมือและฝีแปรง เป็นต้น คอลเลกชั่นนี้มีความเป็นฟรีฟอร์มในบางส่วนของชุด และเทคนิคการพิมพ์ลายที่เกิดจากการวาดภาพหลายๆ ชิ้น แล้วนำมาคอลลาจน์ให้เกิดเป็นผ้าที่มีการต่อยอดลายได้อย่างไม่รู้จบ จนกระทั่งเทคนิคการทวิสต์ผ้าผสมกับการปักไล่เฉดสีทับบนลายอีกชั้น เพื่อให้เกิดเลเยอร์ของเสื้อผ้าที่สามารถนำมาใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันอีกด้วย
12. คอลเลกชั่น : “The Second Paint”
โดย : ชนะพล เล็กประเสริฐ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
ในคอลเลกชั่นนี้นำเอาแนวความคิดจากช้างผู้เป็นอาร์ติสต์ ถ่ายทอดผ่านด้วยลายพิมพ์ สีสันสดใสจากเครื่องดื่ม SPY ทั้ง 8 รสชาติบวกกับการสร้างเทคนิคด้วยการปาดสีอะคริลิกเป็นรูปทรงฟรีฟอร์มคล้ายกับฝีแปรงของช้าง และแฝงความเป็นโมเดิร์นอาร์ตด้วยการตัดเส้นสีดำในรูปแบบโมเดิร์น กราฟฟิตี้ เพื่อเพิ่มความทันสมัยน่าสนใจให้ลายนำไปรีพีท สอดแทรกเทคนิคสร้าง Texture บนเสื้อผ้า Stretch Chiffon ด้วยการทำลายโครงสร้างเดิมฉีกผ้าออกตามแนวผ้าแล้วนำกลับมาเย็บซ้อนขึ้นใหม่ เพิ่มมิติให้แก่เนื้อผ้า
13. คอลเลกชั่น : “Museum of Modern Art”
โดย : อริศรา กาญจนชีวิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
แรงบันดาลใจของผลงานชิ้นนี้มาจากภาพ Museum of Art ก่อตั้งในปี 1972 โดยการออกแบบชุดในคอลเลกชั่นนี้เป็นการนำลวดลายจากภาพที่เห็นมาไว้บนชุด และยังใช้สีสันรูปแบบผลิตภัณฑ์ของ SPY มาใช้ในการออกแบบด้วย
14. คอลเลกชั่น : “Color of Happiness”
โดย : เพชรดนัย ทันใจ และ ธัญพิสิฐ์ ฐานทองดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการเชิดสิงโตของประเทศจีน โดยนำเอาบรรยากาศของการเชิดสิงโตทั้งความสนุกสนานและสีสันสดใสของเครื่องแต่งกายบวกกับการแต่งกายของชนชาติจีนที่มีวิถีชีวิตแบบสังคมคอมมิวนิสต์ มาใช้ในการออกแบบคอลเลกชั่นนี้
15. คอลเลกชั่น : “The Hole”
โดย : วรัมพร จตุภัทรอาภรณ์ และ นพเก้า พรหมอินทร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
The Hole ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานศิลปะการตัดและพับกระดาของ Jen Stark ที่มีชื่อเรียกว่า Papermation ซึ่งเป็นงานที่มีลักษณะเป็นรูปแบบ 3 มิติ และมีความตื้นลึกของตัวงาน ทำให้ดูเหมือนกับห้วงหรือหลุมลึกเข้าไป จึงได้แนวคิดของผลงาน โดยการทำให้ชุดดูมีมิติมีการทับซ้อนกันของผ้าให้ดูมีความตื้นลึก และดูมีมิติขึ้นมาในตัวชิ้นงาน และดึงเอาสีสันของตัวงานศิลปะที่มีความสนุกสนานมาใช้กับผลงาน
16. คอลเลกชั่น : “Cubic Me”
โดย : ลีลา ค้าเจริญ และ ภัทธิชา สยามพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปะแบบ Cubism เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ของการสร้างสรรค์ภาพโดยการดัดแปลงภาพ ด้วยพื้นที่ Geometrix และทำให้พื้นที่นั้นเกิดภาพลวงตาซึ่งท้าทายงานศิลปะแบบเดิม โดยนำมาปรับใช้กับคอลเลกชั่นนี้ด้วยเทคนิคการซ้อนกัน ของชิ้นงานขนาดเล็กแบบ Mosaic โดยแต่ละชิ้นจะมีสีของตนเองเมื่อเกิดซ้อนเกยกัน ทำให้เกิดรูปแบบสีที่ดูสะดุดตาเลียนแบบภาพ Cubism ส่วนโครงเสื้อเน้นรูปทรงเลขาคณิต โดยใช้วัตถุดิบเป็น Synthetic silk และเทคนิค Lacer cut เพื่อสร้างมิติของสีที่สอดรับกับรสชาติของ SPY หลากหลายรสชาติ
17. คอลเลกชั่น : “Geometrical”
โดย : กมล อยู่ดี และ สาธิต เพิกแสง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
จากความเป็นมาของศิลปะในยุค Cubism นี้ได้นำมาดัดแปลงและเป็นแรงบันดาลใจโดยนำภาพของศิลปินชื่อดังในยุคนั้นมาดัดแปลงปรับเปลี่ยนให้เกิดเป็นลายใหม่นำไปใช้เป็นลายของผ้า และนำลักษณะของรูปวาดที่มีความเป็นเหลี่ยมเป็นมุมมาปรับให้เข้ากับเสื้อผ้า โดยการใช้ Silhouete ของเสื้อผ้าให้มีลักษณะที่แปลกตามากขึ้น เป็นลักษณะงาน collage and Paste-up มาปะติดลงด้านนอกของผ้าให้มีความรู้สึกแข็ง ดูมีความน่าสนใจมากขึ้น มีการนำผ้ามาขัดกันให้เกิดในลักษณะเหมือน Pop-up อีกด้วย
18. คอลเลกชั่น : “King of Surreal”
โดย : ณัฐ เพชรรัตน์ และ อรวรรณ ฉิมจิ๋ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ พระนครใต้
ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพ The Persistence of Memory ของศิลปินกลุ่ม surrealism ที่มีนามว่า Salvador Dali เป็นชุด street wear ที่ล้อเลียนภาพ The Persistence of Memory และเอกลักษณ์ของ Salvador Dail โดยการสร้างแบบตัดให้มีลักษณะการละลายของโครงชุด ใช้เทคนิคพิเศษเป็นการผสมระหว่างศิลปะกับแฟชั่นอย่างแท้จริง
19. คอลเลกชั่น : “Across the Universe”
โดย : คริษฐา ประจันตะเสน สถาบันสอนศิลปะ อาร์ตเฮ้าส์
เป็นคอลเลกชั่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการผสานสีสันของผลิตภัณฑ์ SPY โดยตีความสีสันต่างๆ ที่ได้เปรียบเทียบกับ Nebula กลุ่มแก๊สในอวกาศที่มีสีสันสวยงาม มีประกายระยิบระยับ เช่นเดียวกับ mood-tone ของตัวผลิตภัณฑ์ คือ Light, Bright and Sparkling และยังรวมกับศิลปะแนว deconstructivism โดยสถาปนิกหญิง Zaha Hadid โดยถ่ายทอด Subinspiration ผ่านทาง silhouette ของชุด
20. คอลเลกชั่น : “The True Color of Unstopable Amusment”
โดย : ปิยนุช ตรีคุณประภา สถาบันบุงกะ แฟชั่น อคาเดมี่
ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะลัทธิ furturism ซึ่งเป็นศิลปะที่สะท้อนถึงความรวดเร็ว และได้นำมาถ่ยทอดลงบน Pattern ของเสื้อผ้าที่แบ่งออกเป็น 3 รูปทรง คือ สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม และวงกลม ซึ่งทั้งสามรูปทรงนี้เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์รูปทรงต่างๆ ในงานศิลปะ ซึ่งเปรียบเหมือนเครื่องดื่ม SPY ที่เป็นเหมือนจุดเริมต้นของความสนุกที่ไม่หยุดนิ่ง โดยใช้รูปทรงที่ซ้ำกัน ทับซ้อนกันไปมาให้เกิดมิติ และเพื่อแสดงถึงความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง และตกแต่งด้วยการปักเลื่อม และลายสกรีนกากเพชรที่สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวที่ไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน
อะอ้า....เห็นความคิดที่แตกต่าง และความสามาถเฉพาะตัวกันไปแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้น ก็อย่าลืมร่วมสนุกด้วยการส่งเมลเข้ามาบอกว่า ใครจะเป็นแชมป์ แล้วเราจะหาของขวัญให้ 3 คนแรกที่ทายถูก พร้อมกันนั้นก็อย่าลืมร่วมใจกันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "Together We Can รวมกันเราทำได้" ของกรุงเทพมหานคร รวมเป็นคอลเลกชั่นเต็มรูปแบบจำนวน 4 ชุดของแต่ละทีม พร้อมแสดงผลงานบนรันเวย์โดยรอบตัดสินจะมีขึ้น ในวันศุกร์ที่ 8 ตุลาคมนี้ ณ ดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่
แล้วเจอกันจ้า...
สามารถดูผลงานฉบับเต็ม ทั้ง 20 ผลงานได้ที่ www.oknation.net/blog/trendy



