ไลฟ์สไตล์

แปรรูป "กล้วย-เผือก-มัน-ฟักทอง"
แบรนด์ "นภัสวรรณ" เน้นออกร้าน

แปรรูป "กล้วย-เผือก-มัน-ฟักทอง" แบรนด์ "นภัสวรรณ" เน้นออกร้าน

04 ก.ย. 2553

หลังจากใช้ชีวิตเป็นลูกจ้างในฐานะพนักงานบริษัทเอกชนนานถึง 12 ปี ในที่สุด นภัสวรรณ บูรณพันธุ์วิวัฒน์ ได้หักเหชีวิตจากเมนุษย์เงินเดือนมาเป็นผู้ประกอบการเอง ด้วยการนำผลผลิตทางการเกษตร "กล้วย-มัน-เผือก-ฟักทอง" มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สารพัด ภายใต้เครื่องหมายการ

 นภัสวรรณ บอกว่า เกิดมาในครอบครัวที่ทำธรุกิจขนาดย่อม โดยที่บ้านที่ จ.ฉะเชิงเทรา ทำผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน จำพวกตะกร้า ตะแกรง กระบุง และของชำร่วย ทำด้วยลวดทองเหลือง ทำให้ชีวิตเธอคลุกคลีอยู่กับงานขายมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ แม้ทำงานแล้วพอถึงวันหยุดยังนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขายเพื่อหารายได้พิเศษ กระทั่งก่อนออกจากงานในตำแหน่งสุดท้ายผู้จัดการเขตของบริษัทผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอาง (มิสทิน) ทางบ้านเห็นว่าเป็นงานที่เน็ดเหนื่อย คุณแม่เลยบอกว่าให้นำสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนที่ผลิตและจำหน่ายโดยไม่คิดต้นทุนออกขาย เธอจึงลาออกจากงานมาขายสินค้าอย่างเต็มตัว

 "ที่จริงฉันเองไม่ได้คิดว่าจะเป็นผู้ประกอบการเอง พอเราออกจากงานมาขายของได้คลุกคลีกับเพื่อนในวงการใหม่ ที่ทำค้าขายด้วยกัน ขายได้ 1 ปี เพื่อนชวนไปออกบูธขายที่ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ เป็นงานมหกรรมอาหาร ต้องขายอาหารอย่างเดียว ฉันจึงติดต่อไปรับขนมไทยทุกชนิดทั้งทองหยอด เม็ดขนุน ขนมชั้นและอีกหลายอย่างไปขาย ปรากฏว่าขายดีมากได้วันละหลายพันบาท ตอนนั้นงานมี 5 วันหรือ 7 วันนี่แหละ ทำให้ฉันคิดว่าสินค้าของใช้ซื้อครั้งเดียวเก็บได้นาน แต่ของกินซื้อได้ทุกวัน เลยคิดว่าน่าจะหันมาทำอาหารประเภทของหวาน ซึ่งขนมที่ขายครั้งแรกเป็นของสดขายวันต่อวันเลยคิดว่าน่าจะเป็นขนมที่เก็บได้นาน มาขายดีกว่า" นภัสวรรณ ย้อนอดีต

 ดูเหมือนว่าโชคเข้าข้าง ทำให้ความคิดของนภัสวรรณ ประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี หลังจากที่เธอได้รู้จักกับแกนนำกลุ่มแม่บ้านที่มีความชำนาญด้านการแปรรูปกล้วย มัน เผือก และฟักทอง ที่ จ.สุโขทัย จึงตกลงร่วมเพื่อแปรรูปกล้วย มัน เผือก และฟักทอง พร้อมกับปรับสูตรใหม่ให้เป็นกลางๆ สำหรับคนทั่วไปโดยเฉพาะในสังคมเมือง ขณะเดียวกันเธอเองมีความชำนาญด้านการขายในฐานะที่ทำงานด้านการขายจากบริษัทเอกชน การร่วมมือทำให้ดำเนินการอย่างราบรื่นในนามกลุ่มผลิตบ้านขนมนภัสวรรณ หมู่บ้านศิรินทร์เทพ 9 ถนนราษฎร์พัฒนา แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูงนั่นเอง

 "เราเริ่มต้นกันจริงๆ เมื่อปี 2540 เริ่มจากทำกล้วยทอดกรอบ ต่อมาเพิ่มกล้วยอบน้ำผึ้ง มันอบน้ำผึ้ง และเผือกอบน้ำผึ้ง ติดตราเครื่องหมายการค้า "นภัสวรรณ" พอนำมาขายปรากฏว่าตลาดตอบรับดีมาก เนื่องจากช่วงนั้นกระแสการบริโภคอาหารชีวจิตกำลังมาแรง กระทั่งได้มีโอกาสออกงานใหญ่ครั้งแรกที่กรมส่งเสริมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ ขายได้วันละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท ที่สำคัญตรงนี้เองที่ทำให้ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วย มัน เผือก และฟักทอง ภายใต้แบรนด์ นภัสวรรณ เป็นที่รู้จักและมีผลทางการค้าในเวลาต่อมา" นภัสวรรณ กล่าว  

 หลังจากได้ออกร้านตามงานต่างๆ แล้ว นภสวรรณ เริ่มขยายตลาดด้วยการนำสินค้าเข้าจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าในช่วงที่จัดรายการ เริ่มจากห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน จ.นนทบุรี และขยายไปยังห้างเซ็นทรัลทุกสาขาในกรุงเทพฯ สีลมคอมเพล็กซ์ และส่งในรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ในนามแบรนด์ "คริสป์ เดล" ที่สยามพารากอนด้วย จนปี 2547 ส่งผลิตภัณฑ์กล้วยอบเนย มันอบน้ำผึ้ง และเผือกอบน้ำผึ้งเข้าประกวดในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) ในนามเขตสะพานสูง ได้โอท็อประดับ 5 ดาว จึงมีโอกาสออกงานแสดงสินค้าโอท็อปที่เมืองทองธานี จ.นนทบุรีด้วย ในปี 2549 ผลิตภัณฑ์ฟักทองทอดกรอบได้โอท็อประดับ 4 ดาว ล่าสุดปี 2552 ส่งในนามส่วนตัวได้โอท็อป 1 ดาว สินค้าใหม่คือ มันต่อเผือกทอดกรอบ

 "พอออกร้านมากคนรู้จักมาก ทำให้มีลูกค้าประจำเกิดขึ้น ลูกค้าเหล่านี้สั่งออเดอร์เพื่อนำไปขายต่อทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ เป็นต้น แต่ตลาดหลักกว่า 90% ยังขายตามห้างทั่วกรุงเทพฯ ที่เหลือส่งตามออเดอร์ที่สั่งเข้ามา กระนั้นต้องยอมรับว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี กระทบยอดขายมาก จากเดิมที่เคยรุ่งเรื่องวันหนึ่งต้องออกงานในเวลาเดียวกันถึง 11 แห่ง มีเงินหมุนเวียนเดือนละหลักแสนบาท ตอนนี้ยอดตกกว่า 50% ธุรกิจรายย่อยต้องกัดฟันให้อยู่ได้ หวังว่าสักวันหนึ่งคงฟื้น" เจ้าของผลิตภัณฑ์นภัสวรรณ กล่าวด้วยความหวัง

 ก็นับเป็นกลุ่มวิสาหกิจขยาดย่อมอีกแห่งหนึ่งที่ประสบผลสำเร็จมาด้วยดี แม้จะเจอมรสุมเศรษฐกิจกระหน่ำอย่างปัจจุบัน แต่ นภัสวรรณ บูรณพันธุ์วิวัฒน์ สามารถประคองกิจการได้จนตลอดรอดฝั่งได้ถึงวันนี้

 สูตร กล้วยทอดกรอบ-เค็ม-ปาปริก้า
 ใช้กล้วยพันธุ์อะไรก็ได้ทั้งพันธุ์มารีออง ไส้เหลือง เนื้อกล้วยหวาน ไม่มีเมล็ด พันธุ์สำลี มีไส้ขาวเนื้อกล้วยหวาน ไม่มีเมล็ด หรือกล้วยน้ำหว้าพันธุ์ทั่วๆ ไป ผลิตได้หมด ต้องเป็นกล้วยอายุ 90 วัน (นับจากวันออกปลี)

 เมื่อได้วัตถุดิบคือกล้วย แล้วตัดกล้วยออกจากหวี เป็นลูกๆ ล้างน้ำให้สะอาด ปอกเปลือกหั่นเป็นแว่น

 จากนั้นนำกล้วยที่หั่นแล้วคลุกกับเนยให้พอประมาณ รวมแล้วได้กล้วยดิบรวมเนยน้ำหนัก 5  กก. แล้วนำไปทอดโดยใช้น้ำมัน 2 ใน 3 ส่วนของกระทะ ใช้เวลาทอด 15 นาที ดูสีน้ำตาลเข้มจึงนำมาสะเด็ดน้ำมันให้แห้ง จนเหลือน้ำหนัก 2.5 กก.  หากทำเพื่อรับประทานเองที่บ้าน ควรใส่เนย น้ำตาลปี๊บสะอาด เกลือ ตามใจชอบ ผสมให้เข้ากัน นำกล้วยดิบที่ผสมสูตรแล้ว 2 ขีด ทอดใส่กระทะพร้อมกัน ทอดให้ออกสีน้ำตาล จึงยกมาสะเด็ดน้ำ ปล่อยให้เย็นแล้วรับประทานได้

"ดลมนัส กาเจ"