
หมอแฟนพันธุ์แท้เดอะบีทเทิลส์แพทย์ชนบทเด่น53
"หมอกิติภูมิ" แฟนพันธุ์แท้เดอะบีทเทิลส์ ได้รับรางวัลแพทย์ดีเด่นชนบทของศิริราช เผยคติประจำใจยึดพระราชดำรัสในหลวง "ขาดทุนคือกำไร" พร้อมได้กำลังใจจากบทกวีของ "จิตร ภูมิศักดิ์"
เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่โรงพยาบาลศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานแถลงข่าวประกาศผลและมอบรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2552 ร่วมกับ รศ.นพ.อนุพันธ์ ตันติวงศ์ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบท โดยในปี 2552 ได้มีมติให้ นพ.กิติภูมิ จุฑาสมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เป็นผู้ได้รับรางวัลนี้ โดยได้รับโล่เกียรติยศและเงินรางวัล 170,000 บาท ทั้งนี้ นอกจากนพ.กิติภูมิ จะเป็นศิษย์เก่าศิริราช รุ่น 92 แล้ว ยังเป็นผู้ชนะเกมรายการแฟนพันธุ์แท้เดอะบีทเทิลส์ 2 ปีซ้อน คือปี 2544 และ 2546
รศ.นพ.อนุพันธ์ กล่าวว่า ในปี 2552 มีการเสนอชื่อแพทย์ที่ปฏิบัติงานในชนบท 26 คน และคณะกรรมการได้คัดเลือกให้ นพ.กิติภูมิ เป็นผู้ได้รับรางวัลนี้ เพราะนพ.กิติภูมิ เป็นแพทย์ผู้เสียสละ มีอุดมการณ์มุ่งมั่น ดูแลเอาใจใส่ประชาชนในพื้นที่ชนบทอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นผู้ที่พอใจในชีวิตสมถะ เรียบง่าย เป็นตัวอย่างความพอเพียงและปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็กอย่างมีความสุข ทั้งยังพัฒนาการดูแลสุขภาพของประชาชนมากว่า 20 ปี
นพ.กิติภูมิ กล่าวว่า รางวัลนี้ถือเป็นเกียรติสูงสุด เป็นรางวัลของคนทำงานทั้งโรงพยาบาลภูสิงห์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั้งอำเภอ ทั้งนี้ การทำงานในชนบทค่อนข้างยากลำบาก ทั้งประสบปัญหาขาดแคลนแพทย์และงบประมาณ โดยโรงพยาบาลภูสิงห์มีผู้ป่วยนอกถึงวันละ 200 คน แต่บางช่วงโรงพยาบาลมีแพทย์เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น แต่ต้องให้บริการผู้ป่วยอย่างเต็มที่ อีกทั้งในพื้นซึ่งเป็นอำเภอติดชายแดนยังประสบปัญหามากมาย
นพ.กิติภูมิ กล่าวว่า เริ่มทำงานในชนบทเมื่อปี 2530 คติชีวิตในการทำงานที่ทำให้อยู่ในชนบทได้ถึง 23 ปี คือ ยึดพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ “All lost is all gian” ขาดทุนคือกำไร เพราะหากเรายอมขาดทุนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นรายได้ ชื่อเสียง กำไรที่ได้ก็จะเกิดแก่สังคม ทำให้สังคมดีขึ้น และบทกวีที่ จิตร ภูมิศักดิ์ แปลมาจากบทความของชาวแทนซาเนียที่ว่า “เพื่อลบรอยคราบน้ำตาชาวประชาราษฎร์ สักพันชาติจะสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์ แม้ชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน จะน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน” ซึ่งบอกว่า ประชาชนมีความทุกข์มีความเดือดร้อน หากเราทำให้ประชาชนคลายทุกเดือดร้อนได้ก็คุ้มค่า
นพ.กิติภูมิ กล่าวว่า หลังเรียนแพทย์จบและจับสลากได้ไปทำงานที่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งตนอยู่กรุงเทพฯ มาโดยตลอด ตอนจะไปแม่ร้องไห้ด้วยความเป็นห่วง เพราะอยู่บ้านซักผ้ายังไม่เคยทำ แต่หลังอยู่ชนบทก็ทำเองทุกอย่าง ตอนนี้อายุ 45 ปีแล้ว อีก 15 ปีจะเกษียณ ยังสนุกกับการทำงาน ไม่คิดย้ายไปไหน



