
ดื่มกินธรรมชาติที่มัลดีฟส์
เท่าที่รู้ ไม่เคยมีสถิติว่าใครเมินหน้าหนีมัลดีฟส์ (Maldives) มีแต่หูตาเบิกโพลงใส่ เวลาได้ยินคนชวนไปนอนเอกเขนกบนเกาะกลางมหาสมุทรอินเดีย
มัลดีฟส์รอบที่ 3 ของชีวิตฉัน ยังคงใช้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส พาไปส่งจากกรุงเทพฯ ถึง มัลดีฟส์แบบม้วนเดียวจบ ไม่ต้องไปเปลี่ยนเครื่องให้ยุ่งยาก และที่สำคัญหลังจากสิ้นเดือนตุลาคมนี้เขายังจะการเพิ่มเที่ยวบินเป็น 3 วันต่อสัปดาห์ เรียกได้ว่า เป็นสายการบินแห่งเดียวในเอเชียที่พาโฉบเฉี่ยวสีสันอันฉูดฉาดของน้ำทะเลที่มัลดีฟส์ตอนกลางวัน
แถมเที่ยวนี้พิเศษตรงที่จะไปใช้ชีวิต Slow Life บนเกาะลันกันฟูชิที่มีรีสอร์ทหรูอย่างโซเนวา กีลี บายซิกส์เซ้นส์ หนึ่งในรีสอร์ทของโซเนวา ที่บริหารงานโดยบริษัทซิกส์เซ้นส์ รีสอร์ทแอนด์สปาส์ซึ่งให้บริการในหลายประเทศ โดยยึดหลักให้แขกเหรื่อได้รับบริการที่มีมาตรฐานที่ดีที่สุด ภายใต้แนวคิดที่ตระหนักถึงความสมดุลทางธรรมชาติ เรียกว่าเรื่องบริการต้องไม่พร่อง ในเวลาเดียวกันต้องไม่รบกวนหรือทำลายธรรมชาติ
แค่ฟังคอนเซ็ปท์แทนที่ใจจะเต้นเป็นจังหวะสโลว์ ที่ไหนได้มันเร่งบีท เต้นโครมคราม เร่งวันเร่งคืนอยากเห็นหน้าค่าตากันไวๆ
ที่จริงโซเนวา กีลีไม่ได้มีกฎเคร่งครัดอะไร ขอแค่เตรียมใจไปพักผ่อนอย่างแท้จริง ก็คงหาความสุขได้ไม่ยาก
แทนที่จะต้องมานั่งลิสต์มาต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ฉันมานั่งลิสต์ว่าลืมอะไรได้บ้างดีกว่า
ลืมรองเท้าก็เที่ยวได้อย่างสบายใจ คนที่นี่เขาเดินเท้าเปล่ากันทั้งเกาะ แฟชั่นรองเท้าแบบไหนจะมาแรงแค่ไหนก็แทบไม่มีความหมาย ใครใส่รองเท้าสิแปลก
ลืมโน้ทบุ๊คก็ไม่เป็นไร เพราะนอกจากจะ No Shoes ที่นี่เขายังยึดคอนเซ็ปท์ No News ด้วย ละทิ้งข่าวสารข้อมูลซะ 3-4 วันซะบ้าง ตัดขาดจากโลกภายนอกซะหน่อย คงไม่เป็นไร
ลืมไอพ็อตก็ช่างเถอะ เพราะจะได้เปิดโอกาสให้หูได้ฟังเสียงคลื่นบ้าง ถือซะว่าพาหูไปบำบัด เพลงเพลิงฟังแทบทุกวันอยู่แล้ว ไม่ฟังแค่ไม่กี่วันชีวิตคงไม่พร่องความสุนทรีย์
ถึงจะเป็นการเดินทางไปมัลดีฟส์เป็นครั้งที่ 3 แต่สารภาพว่าความตื่นเต้นยังก่อตัวไม่สร่างซา อาจจะเป็นเพราะจากประสบการณ์การเดินทาง ทำให้รู้ว่า แต่ละครั้งแต่ละเที่ยว ถึงจะไปในจุดหมายเดิม แต่มันไม่เคยซ้ำหน้ากันเลยสักเที่ยว
เรือเร็วพาฉันฝ่าทั้งคลื่นลูกโตและความวิกาล จากสนามบินไปหาเกาะสวยกลางมหาสมุทรอินเดีย 20 นาทีโดยประมาณก็ซิ่งมาถึงโซเนวา กีลี
ค่ำคืนที่ท้องฟ้าโรยไว้ด้วยแสงดาว เรื่องความสวยยังมองไม่ถนัด แต่เรื่องความสงบสัมผัสได้ ตั้งแต่หะแรกที่ย่างเท้าขึ้นเกาะ
เล่าให้ฟังก็ได้ว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา เป็น 2 เกาะที่ไม่มีมู้ดนี้เท่าไหร่ อย่างที่รู้ว่ามัลดีฟส์จะเป็นระบบหนึ่งเกาะหนึ่งรีสอร์ท รีสอร์ทแรกที่เจอครั้งแรก พอตกกลางคืนให้ลูกค้าร้องคาราโอเกะกันลั่นเกาะ ก็สนุกตามอัตภาพ หนสองเป็นอีกรีสอร์ทที่กลางคืนจะมีปาร์ตี้ระหว่างแขกเหรื่อกับสตาฟฟ์ของรีสอร์ท นี่ก็สนุกและครื้นเครงไปอีกแบบ
แต่ถ้าโจทย์ของคุณคือมองหาเกาะที่ทั้งสวยและสงบ โซเนวา กีลีน่าจะเป็นที่ๆ คุณกำลังมองหาอยู่
โซเนวา กีลีมีบ้านพักเป็นวิลล่าในทะเล 43 หลัง เป็นเรือนไม้ขนาดใหญ่ที่เน้นความเป็นส่วนตัว วัสดุอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกดัดแปลงมาจากวัสดุธรรมชาติโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ไม้ที่สร้างตัววิลล่าถูกนำมาจากป่าที่ปลูกเพื่อสร้างพลังงานทดแทน ตัววิลล่าทุกหลังหันหน้าออกทะเลมองออกไปเห็นมหาสมุทรอินเดียอันกว้างใหญ่ วิลล่าทุกหลังมีระเบียงส่วนตัวชั้นบนและศาลาใช้ดูดาว ด้านล่างเป็นระเบียงอาบแดดแบบเป็นตาข่ายและที่นั่งเล่นยื่นออกไปนอกทะเลนานทีปีหน ที่นักเดินทางชั้นประหยัดอย่างฉันจะได้ใช้ชีวิตสุดหรูเยี่ยงนี้
เห็นหน้าตาเรือนพัก เห็นวิว เห็นบรรยากาศแล้ว ยังไม่แน่ใจว่าคืนนี้จะนอนหลับหรือเปล่า กำลังเคลิ้มกับความสะดวกสบายของโซเนวา กีลี ก็มีชายหนุ่มผิวสีกาแฟไม่ใส่นม มาแสดงตัว เขา คือมิสเตอร์ฟรายเดย์ ที่จะคอยปรนนิบัติพัดวี ถามไถ่และดูแลทุกสิ่งอย่าง เขาจะช่วยเนรมิตวันหยุดของทุกคนให้เป็นวันพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ อยากได้ อยากกิน อยากทำอะไร บอกเขา มิสเตอร์ไฟรเดย์จัดให้ทุกอย่าง แถวบ้านเรียกต้นห้อง
เช้าที่ดวงตะวันโผล่ขึ้นมาทำงานอย่างขะมักเขม้น แสงแรกช่วยคลี่ให้เห็นความสงบงามของโซเนวา กีลีอย่างเต็มตา แสงสายนวลตาเปลือยให้เห็นเกาะแห่งหนึ่งของมัลดีฟส์ที่สวยหมดจด แสงบ่ายตอกย้ำให้เชื่อว่าน้ำทะเลที่นี่ฉูดฉาดทุกองศา แต่ชีวิตที่ดื่มกินธรรมชาติเช้าสายบ่ายค่ำ มีความสุขเยี่ยงนี้นี่เอง ตอนหน้า จะพาไปตามรอยชีวิตแบบ Slow Life บนเกาะสวรรค์กลางมหาสมุทรอินเดีย
ติดตามรายการ Mangoplanet by Kanjana ทางแมงโก้ทีวี อาทิตย์ที่ 5 กันยายนนี้ เวลา 07.00 น.ตามรอยไปดูชีวิตแบบ Slow Life ที่โซเนวา กีลีบน ”มัลดีฟส์” เกาะสวรรค์ของชาวโลก
"กาญจนา หงษ์ทอง"



