
กล้วยไม้กับความรัก ชื่อนี้มีเสน่ห์ (จบ)
สิ่งนี้เองอาจทำให้หลายคน หลังจากอ่านเรื่องนี้แล้วควรรู้ได้ว่า กล้วยไม้ที่ฉันหมายถึงนั้นหาใช่กล้วยไม้ซึ่งท่านทั้งหลายมองเห็นไม่ หากหมายถึงคุณธรรมประจำใจ ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม คนทั้งหลายส่วนใหญ่ถึงได้รู้สึกศรัทธา
นี่แหละล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้หนังสือชื่อว่า “หอมกลิ่นกล้วยไม้บังเกิดขึ้นในสังคมนี้”
คุณประยูร จรรยาวงษ์ ก็เป็นคนหนึ่งซึ่งติดตามรายการโทรทัศน์จากฉันซึ่งช่วงนั้นจัดทุกค่ำวันพุธหลังข่าวภาคแรกเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง
อาจเป็นเพราะการที่ฉันกล้าลุกขึ้นมายืนพูดโดยไม่ได้ดูหนังสือตำราที่มันเป็นเพียงตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ เรื่องนี้อาจทำให้เกิดความรู้สึกว่า “อาจารย์ระพีดีแต่พูด ครั้นทำจริงๆ ก็คงทำไม่ได้”
คนที่มองแบบนี้คงนึกไม่ถึงว่า “ตำราเล่มจริงนั้นมันอยู่ในใจของเราแต่ละคน ถ้าสนใจนำปฏิบัติ หลังจากนั้นก็ให้ค้นหาความจริงจากใจตนเอง” นี่หรือมิใช่ที่เรียกกันว่า “ตำราของจริง”
ดังนั้น สรุปแล้วคำว่าหอมกลิ่นกล้วยไม้นั้น แท้จริงก็คือความหอมที่เกิดจากการสร้างคุณงามความดีให้แก่สังคมจนเป็นที่ยอมรับนับถืออย่างกว้างขวาง
จากหนังสือที่ชื่อ “หอมกลิ่นกล้วยไม้” ซึ่งเล่มแรกได้จัดทำโดยกลุ่มนิสิตอาสาสมัครของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งนิสิตกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เรียกฉันว่า “คุณพ่อ”
จากชื่อหนังสือเล่มแรกรวมทั้งผลการปฏิบัติของฉันที่กระจายออกไปสู่สังคมอย่างกว้างขวาง ถัดจากนั้นมา “มูลนิธิโกมลคีมทอง” ก็ได้มอบหมายให้คุณสุจิตรา สุดเดียวไกล ซึ่งเธอเป็นอาสาสมัครอีกคนหนึ่งซึ่งมีผลงานเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางเป็นผู้มาขอสัมภาษณ์ฉันเพื่อนำไปพิจารณาทำหนังสือชื่อ “หอมกลิ่นกล้วยไม้เล่มที่ 2”
ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเล่มที่ 3 ที่ใช้ชื่อ “หอมกลิ่นกล้วยไม้” เช่นเดียวกันกับเล่มแรกและเล่มที่ 2 แต่หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับผลจากการจัดการศึกษาของไทยซึ่งฝังไว้ด้วยปัญหาหลายรูปลักษณะ โดยสำนักพิมพ์เดอะเนชั่นเป็นฝ่ายจัดพิมพ์ ซึ่งก็ได้รับการยอมรับจากคนในสังคมที่สนใจเรื่องการศึกษากับการดำเนินชีวิตที่ช่วยให้บังเกิดความสุขอีกเช่นกัน
ฉันหวังว่าหนังสือเล่มที่ 3 หากคนในสังคมยังมีความต้องการก็ควรนำมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข รวมทั้งเพิ่มเติมเพื่อพิมพ์ขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้ ฉันคงไม่ได้หมายความว่าจะทำให้หนังสือขายได้ แต่หมายความว่าควรจะช่วยสังคมซึ่งในปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัญหาอย่างหนักจนแทบจะเอาตัวรอดได้ยาก
"ระพี สาคริก"



