
วุฒิสภาไฟเขียวเปลี่ยนสวช.เป็นกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
"นิพิฏฐ์" เผยที่ประชุมวุฒิสภาเห็นชอบเปลี่ยน สวช. เป็นกรมส่งเสริมวัฒนธรรมตามที่วธ. เสนอแล้ว รับรองงานไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น
เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2553 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติ วุฒิสภา ได้ผ่านความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.... และร่างพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ... แต่เนื่องจากมีการแก้ไขรายละเอียดในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวบางส่วน อาทิ เพิ่มจำนวนคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ดังนั้นต้องส่งร่างพ.ร.บ.ทั้งสองฉบับให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่าเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขหรือไม่ ทั้งนี้ถ้าเห็นชอบก็สามารถประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาได้ทันที แต่หากไม่เห็นชอบต้องตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วม 2 สภาเพื่อพิจาณาร่วมกันเพื่อหาข้อยุติ
รมว.วัฒนธรรม กล่าวอีกว่า หากพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ ประกาศใช้จะส่งผลให้ต้องยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 5 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2485 พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2486 พ.ร.บ.เครื่องแบบกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2486 พ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2522 และพ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ส่วนเรื่องชื่อกรมที่จะตั้งแทนสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) นั้นได้รับรายงานว่า กรรมาธิการ (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎรและ กมธ.วุฒิสภา เห็นตรงให้ปรับแก้ไขจากเดิมชื่อกรมวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญา เป็นกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
“เหตุผลการเปลี่ยนชื่อกรมใหม่ เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่าหากชื่อเดิมอาจจะเป็นการกำหนดขอบเขตของกรมดังกล่าวให้แคบเกินไป รวมทั้งงานวัฒนธรรมยุคปัจจุบันมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ดังนั้นบทบาทของหน่วยงานรัฐจากเดิมเป็นหน่วยงานหลัก ต้องเปลี่ยนเป็นเน้นเรื่องการส่งเสริมวัฒนธรรม และยืนยันว่าการทำงานของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมจะไม่ทับซ้อนกับหน่วยงานสังกัด วธ. แน่นอน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่น่าจะมีปัญหาเพราะการแก้ไขมีเพียงเล็กน้อยและไม่ได้กระทบต่อสาระสำคัญของกฎหมาย” นายนิพิฏฐ์ กล่าว



