ไลฟ์สไตล์

คันฉ่องและโคมฉาย - ผู้นำกับธรรมะ (๘) 
ผู้นำไม่จำเป็นต้องเก่ง 
แต่ ใช้คนเก่งเป็น

คันฉ่องและโคมฉาย - ผู้นำกับธรรมะ (๘) ผู้นำไม่จำเป็นต้องเก่ง แต่ ใช้คนเก่งเป็น

02 ก.ย. 2553

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ บอกว่าสงครามโลกครั้งที่ ๑ เราสู้กันด้วยมีดด้วยปืน สงครามครั้งที่ ๒ เราสู้กันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ สงครามโลกครั้งที่ ๓ เราไม่รู้จะสู้กันด้วยอะไร แต่ผมคาดการณ์ได้ว่าสิ่งที่เหลือหลังจากนั้นก็คือ เราจะเริ่มนับหนึ่งกันที่ก้อนดินและท่อนไม้กันอ

  โลกไม่ควรที่จะมีสงครามให้มนุษย์บาดเจ็บล้มตายซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นการตัดเกรดก็เป็นการให้เอล่วงหน้าแก่นักเรียนที่มีแวว ไม่รู้ว่าเขาจะรักษาแววได้แค่ไหนเพราะกำลังฮึ่มๆ กับอัฟกานิสถาน นี่คือการส่งสัญญาณว่าโลกต้องการสันติภาพแม้จะเป็นสันติภาพในทางความคิดก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโลกนี้ เพราะสันติภาพทางความคิดนั่นแหละคือรากฐานของสันติภาพโลก

 บารัก โอบามา อายุแค่ ๔๗ ปี แต่ประสบความสำเร็จสูงมาก แม้เขาไม่ได้เป็นประธานาธิบดีสมัยหน้าก็ไม่เห็นจะต้องเสียใจอะไร เขาแค่ได้เป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของอเมริกาอายุ ๔๗ ได้รับรางวัลโนเบลจากการบริหารงานมาแค่ ๙ เดือน ชีวิตยังจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกไหม เพราะฉะนั้นชีวิตเขามาถึงจุดสูงสุดเร็วมากๆ เหตุผลสำคัญประการหนึ่งก็เพราะผู้ชายคนนี้รู้จักใช้คน เขามักจะพูดในสุนทรพจน์อยู่เสมอว่า เขาไม่ใช่คนเก่ง แต่เขามีคนเก่งมาช่วยงานเขามากมายหลายคน จะมีผู้นำกี่คนที่กล้าพูดอย่างนี้ ผู้บริหารกี่คนที่กล้าพูดอย่างนี้ ผู้บริหารส่วนมากจะพูดว่าที่สำเร็จเพราะผมทำมาตั้งแต่ต้น มันไปไม่ตลอดก็เพราะอย่างนี้ใช่ไหม ถ้าพูดอย่างนี้แล้วคนที่เขาทำงานจริงๆ เขาจะรู้สึกอย่างไร ก็ต้องใจฝ่อ สุดท้ายลูกน้องก็หายหมดเลย

 ดังนั้นผู้บริหารต้องใจกว้าง ใจของเรามี ๔ ห้องหัวใจต้องให้ลูกน้องเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย อย่าเก็บเอาไว้สำหรับตัวเองเพียงคนเดียว ลองมาพิจารณาดูสิว่าเราเป็นผู้บริหารที่ใช้คนเป็นไหม หากใช้คนเป็นแล้วเราให้เกียรติคนไหม เวลาเราประสบความสำเร็จแล้วเราใจกว้างพอที่จะให้ลูกน้องของเรา ผู้ตามของเรามาร่วมแบ่งปันความสำเร็จร่วมกันกับเราไหม ผู้บริหารที่ใครๆ ก็อยากเดินตามเพราะว่าผู้ตามรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วม

 หลิวปัง: จักรพรรดิที่ชาวจีนเคารพรัก
 หากเราได้ลองศึกษาประวัติของผู้นำผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จทุกคน เขาจะให้ความสำคัญหรือให้บทเด่นกับผู้ตามทั้งนั้น เช่น จักรพรรดิคนที่ชาวจีนเคารพมาก ชาวจีนเรียกตัวเองว่าชาวฮั่น จักรพรรดิที่เขาเคารพรักก็คือ หลิวปัง หรือพระเจ้าฮั่นเกาจู พระเจ้าฮั่นเกาจูนี้เดิมก็เป็นแค่กำนัน หรือนายก อบต.เท่านั้นเอง

 หลังความวุ่นวายของรัชสมัยจิ๋นซี ฮ่องเต้ หลิวปังนำประชาชนไปสร้างกำแพงแล้วไปไม่ทัน ฝนตกก็เลยหนี หนีเข้าป่าไปแล้วก็ตั้งเป็นชุมโจรขึ้นมา สถานการณ์บีบบังคับให้ต้องจี้ต้องปล้น สุดท้ายกลายเป็นชุมโจรที่เข้มแข็งร่วมนำทัพไปปราบกบฏด้วย ผลก็คือยิ่งปราบฝีมือยิ่งดี สุดท้ายเลยได้เป็นผู้นำก๊กขึ้นมาหนึ่งก๊ก แต่รบอย่างไรก็ตามก็ไม่สามารถยึดอำนาจได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดเสียที สุดท้ายเหลือกันสองก๊กคือ หลิวปัง กับ เซี่ยงอวี่ ทำกติกากันไว้ใครตีถึงเมืองหลวงก่อนคนนั้นได้เป็นอ๋อง ปรากฏว่าหลิวปังเข้าเมืองได้แต่บริหารไม่ได้ เพราะกองทัพของเซี่ยงอวี่นั้นมีแสนยานุภาพมากกว่ามาล้อมเอาไว้
 
 สุดท้ายกุนซือของหลิวปังก็บอกว่า เราออกจากเมืองกันดีกว่าเพราะขืนเราอยู่ตรงนี้นะหอกข้างแคร่คือเซี่ยงอวี่ไม่ยอมแน่ๆ ก็เลยออกมาแล้วให้เซี่ยงอวี่นั้นไปครองเมือง เซี่ยงอวี่ได้อำนาจแต่บริหารไม่เป็นปลดกุนซือทิ้ง อันนี้ผู้นำต้องฟังไว้ผู้นำบางคนเข้าใจผิดว่าฉันเก่ง แต่จริงๆ แล้วกุนซือของตัวเองต่างหากที่เก่ง พอเมื่อไปปลดกุนซือ คนอื่นเลยรู้ว่าในหัวมีอะไรบ้างซึ่งก็มีแต่ขี้เลื่อย ปลดใครไม่ปลด ปลดกุนซือก็เสียทุกสิ่งทุกอย่าง เซี่ยงอวี่ก็เหมือนกัน ปลดกุนซือเหลืออยู่คนเดียวออก สุดท้ายแววหายนะก็มาเยือน

"ว.วชิรเมธี"