ไลฟ์สไตล์

ไฟเขียวพ.ร.บ.สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

ไฟเขียวพ.ร.บ.สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

31 ส.ค. 2553

(31ส.ค.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

ก่อนหน้านี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.แล้วเมื่อ 19 มิ.ย. 2550 ซึ่ง ครม.อนุมัติในหลักและให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ดังนั้น เมื่อกฤษฎีกาตรวจทานร่างเสร็จเรียบร้อยจึงเสนอกลับมาให้ครม.พิจารณาอีกครั้ง

 รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษานี้ มีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลแต่ไม่เป็นส่วนราชการ ส่วนทุนและทรัพย์สินของสถาบัน ประกอบด้วยเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับโอนมา รวมทั้งเงินที่รัฐบาลจ่ายเป็นทุนประเดิมและเงินอุดหนุนรายปี และให้รายได้ของสถาบันไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้ของแผ่นดิน

 ส่วนการบริหารงานนั้น กำหนดให้มีคณะกรรมการสถาบันทำหน้าที่บริหารจัดการ ประกอบด้วยประธานคณะกรรมซึ่งครม.แต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่กำหนด มีกรรมการโดยตำแหน่งจำนวน 6 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 8 คน โดยมีผู้อำนวยการสถาบันเป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งผู้อำนวยการสถาบันนนั้นคณะกรรมการแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด

 รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า กฎหมายนี้ยังมีสาระสำคัญให้จัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยรัฐบาลประเดิมกองทุนให้ 5 ล้านบาท นอกจากนั้น กองทุนฯได้รับเงินที่จัดสรรตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม และเงินค่าสัมปทานและผลกำไรที่ได้จากการดำเนินการด้านสื่อสารมวลชน

 หลังจาก ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่าน ครม.แล้ว รอเข้าสู้การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป แต่ระหว่างนี้ ศธ.เตรียมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ETV และสถาบันเทคโนโลยีของ กศน. Uninet เพื่อยกระดับการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้ครอบคลุมทั้งประเทศ