ไลฟ์สไตล์

กก.ถ่ายโอนมีมติให้กศน.ถกอปท.สรุปโอนห้องสมุด46แห่ง

กก.ถ่ายโอนมีมติให้กศน.ถกอปท.สรุปโอนห้องสมุด46แห่ง

31 ส.ค. 2553

คณะกรรมการถ่ายโอนด้านการศึกษามีมติให้กศน.ไปตกลงกับ อปท.ประสงค์จะรับโอนห้องสมุด 46 แห่งหรือไม่ หากไม่รับโอนกศน.ต้องปรับโฉมห้องสมุดให้ตอบสนองนโยบายของศธ.เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาตามอัธยาศัย

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2553 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารการถ่ายโอนภารกิจบุคลากรและงบประมาณด้านการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีการถ่ายโอนสถานศึกษาไปให้อยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี 2549-2553 รวมจำนวนทั้งสิ้น 456 โรง โดยในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนระดับก่อนประถมศึกษา 7 โรง อย่างไรก็ตาม สำหรับในปีการศึกษา 2553 นี้ สพฐ. ได้อนุมัติให้มีการถ่ายโอนสถานศึกษาให้อยู่ในสังกัด อปท. อีกจำนวน 21 โรงเรียน  ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนในระดับก่อนประถมศึกษา 2 โรงเรียน

 รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ในการประชุมครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ได้สรุปผลรายงานการถ่ายโอนห้องสมุดไปสังกัด อปท. ด้วย โดยปัจจุบัน กศน.มีห้องสมุดทั่วประเทศจำนวน 851 แห่ง แบ่งเป็นห้องสมุดประชาชนที่มีอาคารเป็นเอกเทศ จำนวน 177 แห่ง ห้องสมุดประชาชนแบบไม่แยกอาคารแต่ใช้พื้นที่ของ กศน.อำเภอหรือ กศน.จังหวัด จำนวน 590 แห่ง ห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี จำนวน 80 แห่ง และห้องสมุดที่ใช้ชื่ออื่น ๆ อีก จำนวน 4 แห่ง

 นอกจากนี้  ที่ประชุมได้มีการพิจารณาการถ่ายโอนห้องสมุดของ กศน. ในส่วนของห้องสมุดประชาชนที่มีอาคารเป็นเอกเทศจำนวน 177 แห่ง เพราะในจำนวนนี้เป็นห้องสมุดที่ กศน.ใช้ประโยชน์ในการเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการศึกษา จำนวน 131 แห่ง และไม่ได้ใช้ในการจัดกิจกรรมแหล่งเรียนรู้ จำนวน 46 แห่ง จึงเห็นว่าหากจะถ่ายโอนก็ควรจะถ่ายโอนในส่วนที่ไม่ได้ใช้ในการจัดกิจกรรม แต่เนื่องจากในจำนวน 46 แห่งนั้น เป็นห้องสมุดที่ใช้พื้นที่ของ กศน.เอง จำนวน 20 แห่ง ใช้พื้นที่ของผู้อื่น 11แห่ง และเป็นพื้นที่เช่า 9 แห่ง

 “ที่ประชุมเสนอแนะให้ กศน.ไปทำความตกลงร่วมกับอปท.ก่อนว่า ประสงค์ที่จะรับโอนห้องสมุดทั้ง 46 แห่งนี้หรือไม่ หากอปท.ประสงค์จะรับโอนก็ดำเนินการได้ แต่ถ้าไม่ประสงค์จะรับโอน ก็เป็นหน้าที่ของ กศน.ที่จะต้องไปปรับปรุงพัฒนาห้องสมุดเหล่านี้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตามนโยบายของ ศธ. ที่ต้องการให้มีการยกระดับคุณภาพการศึกษาตามอัธยาศัย ให้ กศน.เป็นแหล่งเรียนรู้ราคาถูกที่เข้าถึงชุมชน มีการส่งเสริมการอ่านตามที่ได้กำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ”นายชินวรณ์ กล่าว

 รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า  มีข้อเสนอจากฝ่าย อปท. ด้วยว่าตามที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนเรื่องให้เด็กได้ดื่มนมฟรี 100%  แต่ที่ผ่านมาในงบประมาณปี 2553  อปท.ได้รับงบประมาณเพื่อดำเนินการเรื่องนี้เฉพาะภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษาเท่านั้น และได้เพียง 60% ขาดอีก 40% ซึ่ง อปท.ได้ขอให้ ศธ.ช่วยเหลือเพื่อที่จะได้มีงบประมาณเพียงพอในการช่วยเหลือดูแลเด็กครบทุกคน