ไลฟ์สไตล์

"น้ำเต้าหู้ญี่ปุ่น"ขายกลิ่น-รสชาติ
ดึงเงินเข้ากระเป๋าเดือนหลักหมื่น

"น้ำเต้าหู้ญี่ปุ่น"ขายกลิ่น-รสชาติ ดึงเงินเข้ากระเป๋าเดือนหลักหมื่น

01 ก.ย. 2553

น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ ถือเป็นอาหารคุ้นเคยของคนไทยหาซื้อได้ง่ายทั้งช่วงเช้าและกลางคืน ดังนั้น การจะทำธุรกิจให้เกิดความแตกต่าง จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่วันนี้ "คนอง กำไลวงค์" หนุ่มใหญ่วัย 35 ปี ชาวเชียงราย เจ้าของสูตรน้ำเต้าหู้ญี่ปุ่น พ่วงด้วยปาท่องโก๋ตัวใหญ

  มุมมองของ "คนอง" ใครๆ ก็ทำน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ได้ แต่จะอร่อยหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่อง ตลอดเวลาที่ผ่านมาระหว่างเป็นพนักงานขายสินค้า ได้เดินทางไปหลายจังหวัด ชิมที่ไหนก็ไม่เคยถูกใจ มักจะเจอน้ำเต้าหู้ที่มีกลิ่นเหม็นเขียว กลิ่นไหม้ ส่วนปาท่องโก๋ ก็จะเป็นกรอบนอก และข้างในเป็นโพรงไม่มีเนื้อแป้ง

 กระทั่งเขาเริ่มเบื่องานประจำ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงคิดว่าน่าจะใช้ความรู้ที่สั่งสมไว้เมื่อครั้งทำงานในโรงงานผลิตก้อนเต้าหู้ซึ่งเป็นสูตรที่เถ้าแก่ได้มาจากประเทศญี่ปุ่น จึงลงตัวที่จะทำน้ำเต้าหู้ขายด้วยสูตรที่ทำขึ้นเอง โดยเลือกใช้ถั่วเหลือง 100% หลีกเลี่ยงการใช้น้ำเชื่อม แต่ใช้น้ำตาลเม็ดแทน บวกเทคนิคการผลิตของตัวเอง จึงเกิดความต่างทั้งด้านรสชาติ กลิ่น และรูปร่างหน้าตา

 "ผมเริ่มต้นทำน้ำเต้าหู้ขายที่เชียงราย ใช้ชื่อ "น้ำเต้าหู้ญี่ปุ่น" เพื่อดึงดูดใจให้ลูกค้ามาทดลองชิม ส่วนปาท่องโก๋ก็ไม่เหมือนที่ขายทั่วไป แต่จะเป็นสูตรดั้งเดิมของเมืองจีน อาศัยว่าผมเป็นคนช่างสังเกต ช่างจำ พอคิดทำจริงจังก็นำมาปรับสูตร จึงเห็นว่าปาท่องโก๋ของเราจะเป็นแท่งยาว ข้างในเนื้อนุ่ม และแน่น แม้ทิ้งไว้ก็ไม่เหนียว" 
 
 แรกๆ ทำขาย คนองบอกไม่มั่นใจว่าลูกค้าจะชอบรสชาติหรือไม่ เพราะเท่าที่ไปทดสอบตลาดลูกค้าส่วนใหญ่มักชอบรสชาติที่มีกลิ่นไหม้ และกลิ่นของถั่วเขียว แต่ก็ไม่ท้อ ตรงข้ามกลับมองว่าถ้าทำอะไรที่มีจุดขายไม่เหมือนคนอื่น น่าจะเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น ด้วยชอบชิม ชอบทดลอง อีกทั้งมีการปรับสูตร ทั้งน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ จึงได้สูตรลงตัวในเวลาต่อมา 

 ถึงวันนี้เกือบ 8 ปี คนองขยายสาขาขายน้ำเต้าหู้ญี่ปุ่น 3 แห่ง ใน จ.เชียงราย อีก 2 สาขามีลูกค้ามารับไปจำหน่าย และอีก 1 สาขาให้น้องชายเปิดที่ จ.นครราชสีมา ทุกวันนี้ไม่ได้ขายเฉพาะน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ แต่ได้เพิ่ม น้ำลูกเดือย น้ำข้าวโพด น้ำฟักทอง น้ำงาดำ และเต้าทึงร้อนด้วย

 ล่าสุด เพิ่งเปิดสาขาอีก 1 แห่งใน จ.เชียงใหม่ ที่นี่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีเกินคาด วันหนึ่งต้องผลิตน้ำเต้าหู้ถึง 400 ลิตร แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งเสียงตอบรับของลูกค้าจะบอกว่าชอบน้ำเต้าหู้ที่เข้มข้น ส่วนราคาขายนั้นถุงละ 5 บาท ปาท่องโก๋ตัวละ 10 บาท หากใครซื้อน้ำเต้าหู้ครบ 5 ถุง แถมให้อีก 1 ถุง จึงไม่ต้องแปลกใจว่าตั้งแต่ 17.00 น.ทุกวัน ย่านประตูเชียงใหม่จะมีลูกค้าต่อคิวยาวเหยียดเพื่อซื้อสินค้าของเขา

 "ไม่หวงเรื่องวัตถุดิบพยายามทำทุกอย่างให้ได้มาตรฐาน ใช้ของดีที่สุด เน้นความสะอาด อุปกรณ์ต้องใช้สเตนเลส คนขายต้องมีชุดฟอร์ม แม้จะเป็นเพียงแค่รถเข็นก็ตาม เบ็ดเสร็จการลงทุนใช้เงินเกือบแสนบาทต่อ 1 สาขา ขณะที่รายได้กลับคืนมาแต่ละเดือนแตะหลักหมื่นบาทขึ้นไป"

 วันนี้การทำกิน ด้วยการขายน้ำเต้าหู้ญี่ปุ่นของ "คนอง" ดูจะไม่ธรรมดา เฉพาะใน จ.เชียงใหม่ มีคนสนใจขอซื้อสูตรกว่า 20 ราย และด้วยกระแสเรียกร้องของลูกค้าที่ไม่อยากรอซื้อสินค้าในจุดเดียว อาจขยายสาขาเพิ่มในรูปของรถเข็นเหมือนเดิม ซึ่งการเลี้ยงครอบครัวได้อย่างไม่เดือดร้อนก็น่าจะเพียงพอแล้ว 

"สกาวรัตน์ ศิริมา "