
มิจฉาชีพจ้อง "ยาง 8 แสนไร่"
ไปๆ มาๆ โครงการส่งเสริมปลูกยางพาราในพื้นที่ใหม่ระยะที่ 3 มีพื้นที่เป้าหมาย 8 แสนไร่ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า "โครงการปลูกยางพาราใหม่ 8 แสนไร่" เพียงแค่ผ่านความเห็นชอบในหลักการของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2553 หากมองอย่างผิวเผินถือเป็นโครงการที่ดี และ
ไม่ได้จับผิดโครงการดีๆ ที่จะส่งเสริมเพื่อยกฐานะความเป็นอยู่เกษตรกรให้ดีขึ้น โดยปราศจากวาระซ่อนเร้นหรอกครับ เพียงแต่บอกว่า โครงการดีๆ มากมายในอดีตหลายโครงการมีวาระซ่อนเร้นแอบแฝงในกลุ่มของผู้มีอำนาจ และอีกจำนวนไม่น้อยเช่นกัน ที่โครงการดีๆ กลายเป็นแหล่งหากินของกลุ่มนักมิจฉาชีพที่คอยหลอกลวงหากินบนคราบความยากจนของเกษตรกร
ดุจเดียวกันกับโครงการปลูกยางพาราใหม่ 8 แสนไร่ ที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ที่กำลังเดินสายทำความเข้าใจให้แก่ชาวบ้าน ขณะนี้ที่ดูเหมือนว่าเริ่มมีบรรดาบริวารของเหล่ามารร้ายที่เป็นนักมิจฉาชีพทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ในคราบของแกนนำผู้เสียสละ จ้องหาช่องทางหากินตามความถนัดของแต่ละกลุ่ม
หลังจากที่มีการสัมมนาเชิงวิชาการหัวข้อ "ยางใหม่ 8 แสนไร่เพื่อใคร?" ที่ห้องประชุมสุธรรมอารีกุล อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน มีผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาหลายราย บอกว่า เวลาน้อย ถามไม่ทัน บางคนบอกว่า ไม่กล้าถาม ส่งอีเมลมาถาม หลายเรื่องเกี่ยวกับพันธุ์ยาง บางรายนั้นยังไม่มีเวลาจะตอบ แต่ที่น่าสนใจมีบางคนโทรมาบอกว่า ไม่ได้มาร่วมสัมมนา แต่จ่ายเงินให้แกนนำ และเซ็นชื่อแล้วให้แกนนำมอบให้ผู้ใหญ่ โดยได้รับการยืนยันจากแกนนำว่าจะได้โควตาปลูกยางพาราในโครงการ 8 ไร่แน่นอน
ฟังแล้วใจหนึ่งคิดว่านี่หลอกเงินชาวบ้านนี่น่า...เพราะโครงการนี้เพียงแต่เห็นชอบในหลักการของ ครม.เท่านั้น รายละเอียดยังไม่มี ประจวบเหมาะที่ คุณเพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ที่เปิดเผยต่อสื่อบางฉบับว่า ได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรที่จะปลูกยางพาราในหลายพื้นที่ ว่ามีแก๊งไปแอบอ้างหาผลประโยชน์จากโครงการ "ปลูกยางพาราใหม่ 8 แสนไร่" แอบอ้างว่ามีอำนาจในการทำให้เกษตรกรสามารถได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ในโครงการดังกล่าว และสามารถทำให้เกษตรกรที่สนใจโครงการนี้เข้าร่วมโครงการได้โดยเร็วในขั้นตอนการพิจารณา
บางกลุ่มจะแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยรัฐบาลเป็นผู้ส่งให้มาดำเนินการรวบรวมรายชื่อเกษตรกรที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเกษตรกรที่สนใจจะต้องรวมกลุ่มกันมาลงชื่อกับกลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ และต้องเสียค่าใช้จ่ายรายละ 1,000 บาท มีเกษตรกรหลายจังหวัดตกเป็นเหยื่อ คาดว่าสูญเงินรวมกันแล้วกว่า 30 ล้านบาท
นี่เป็นมิจฉาชีพชัดๆ ครับ เป็นมิจฉาชีพรุ่นเล็กหลอกหากินกับชาวบ้าน ที่น่ากลัวยังมีรุ่นใหญ่ รุ่นนี้ใช้อำนาจในกำมือ หาวิธีสารพัด ที่เคยเห็นมาคือตัดหัวคิวกินเปอร์เซ็นต์ จัดซื้อด้วยวิธีประมูล คือกินทั้งโครงการครับ ตอนนี้ทราบว่ามีบางกลุ่มไปหารือกับสถาบันการเงินเพื่อขอกู้กว่า 200 ล้านบาท นำมาเดินเกมสร้างภาพลักษณ์ แล้วคอยหาวิธีหักเงินจากโครงการ หากใช้งบกว่า 8,000 ล้านบาท ให้ไร่ละ 1.1 หมื่นบาท ดูแล 7 ปี กินยาวครับ
"ดลมนัส กาเจ"



