ไลฟ์สไตล์

น้ำแล้ง น้ำล้น

น้ำแล้ง น้ำล้น

01 ก.ย. 2553

มีคำสอนในพระไตรปิฎกสั้นๆ แต่น่าประทับใจ และน่าประทับจำ อย่างยิ่งว่า “โลกนี้พร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักเต็ม”

 เข้าใจตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ว่า โลกนี้ไม่มีความสมบูรณ์เลย ความไม่พอดีเป็นธรรมดาของโลก


 เห็นได้ชัดในเรื่องน้ำ เพิ่งมีปัญหาภัยแล้งเมื่อเร็วๆ นี้ ยังต้องมาเจอปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่เข้าไปอีก กล่าวคือ มีปัญหาเรื่องน้ำน้อยเกินไป และมีปัญหาน้ำมากเกินไปก่อให้เกิดความทุกข์ทั้งสองสภาพ เพราะไม่มีความพอดีเป็นธรรมดา

 การยอมรับความจริงตามความเป็นจริง โดยไม่ยอมจำนนต่อภัยพิบัติที่เกิดขึ้น  น่าจะเป็นการอยู่กับความทุกข์โดย ไม่เป็นทุกข์ และต้องใช้ปัญญาเข้าไปพิจารณาถึงสาเหตุด้วยว่า ความไม่พอดีของธรรมชาติแห่งน้ำดังที่กล่าวมานั้น เป็นผลมาจากเหตุแห่งความไม่พอประมาณของมนุษย์ หรือหากไม่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า ความทุกข์จากภัยธรรมชาติวันนี้ มาจากความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ทั้งจากคนใหญ่คนโต และคนเล็กคนน้อย

 เราทั้งหลาย ต่างพากันตัดไม้ทำลายป่า ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม บ้านเมืองเราจึงขาดต้นไม้ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ ทำให้เกิดปัญหาภัยแล้ง เมื่อขาดแคลนต้นไม้ไปมาก จึงไม่มีแหล่งดูดซับน้ำไว้ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมตามมา

 การตัดไม้ทำลายป่าโดยอ้อม ได้แก่ การปลูกบ้านไม้ขนาดใหญ่ และการใช้เครื่องเฟอร์นิเจอร์ที่ทำด้วยไม้จำนวนมาก ทั้งเป็นไม้ที่หายาก ล้วนเป็นการสร้างเหตุแห่งการตัดไม้ทำลายป่า ต้นเหตุแห่งปัญหา น้ำแล้ง และปัญหาน้ำล้น ดังที่เห็นและเป็นอยู่ในบัดนี้

 การแก้ปัญหาความทุกข์ส่วนรวม ต้องเริ่มต้นด้วยการสำรวจส่วนตน ว่าเราแต่ละคนมีส่วนในการทำลายโลกใบนี้มากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ จะต้องมีการสำรวจตรวจตนเองอย่างปราศจากฉันทาคติ (ลำเอียงเพราะรัก) และไม่ต้องเริ่มต้นด้วยการกล่าวโทษคนอื่น อย่างมีโทสาคติ (ลำเอียงเพราะชัง)

 การใช้ทรัพยากรอย่างประโยชน์สูง และประหยัดสุด นั่นแหละจะเป็นการช่วยลดอัตราการเร่งความเสื่อมของโลก มิให้ไปถึงจุดจบเร็วกว่าที่ควรจะเป็น

 ถึงอย่างไรก็ตาม โลกของเราก็ต้องไปถึงความวิบัติเป็นแน่นอน ด้วยเป็นไปตามกฎแห่งไตรลักษณ์ แต่เราก็ควรทำตนให้เป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดให้เกิดไตรลักษณ์ในเชิงบวก คือ ทำความไม่เที่ยงในทางเจริญขึ้น และเจริญขึ้นโดยลำดับ โดยใช้สติปัญญาไปในทางสร้างสรรค์ มิใช้สติปัญญาไปในทางทำลาย ดังเช่นคนมีปัญญาไม่สะอาดจำนวนมากทำกันอยู่

 "อัตตัตถะ ปัญญา อะสุจี มะนุสสา" หมายถึง "มนุษย์ผู้มีปัญญาเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เป็นคนไม่สะอาด (อสุจิ)"

"ท่านจันทร์"
 www.prajan.com