ไลฟ์สไตล์

“จุรินทร์ “สั่งพัฒนา5วิชาใน7ปีใช้โอเน็ตวัด

“จุรินทร์ “สั่งพัฒนา5วิชาใน7ปีใช้โอเน็ตวัด

27 มี.ค. 2552

“จุรินทร์ “ สั่งทำแผนพัฒนาการศึกษา 5 วิชาหลัก ขีดเส้นต้องพัฒนาดีขึ้นภายใน 7 ปี โดยใช้คะแนนโอเน็ตเป็นดัชนีชี้วัด

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางพัฒนาการจัดการศึกษาให้สามารถปั้นเด็กที่จบออกมาเป็นคนดี คนเก่งและมีคุณธรรม เบื้องต้นได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ไปกำหนดแนวทางว่า จะต้องตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ในรูปแบบใด สำหรับการแก้ปัญหาครั้งนี้จะเป็นความร่วมมือในทุกภาคส่วนของสังคม รวมถึงทุกกระทรวงที่มีรร.ในสังกัดโดยมีกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เป็นแกนนำ

 อย่างไรก็ตาม ปัญหาเร่งด่วนในขณะนี้คือ การพัฒนาเด็กให้เก่งใน 5 วิชา ได้แก่ วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และวิชาสังคมศึกษา ในส่วนของวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษและวิชาสังคมศึกษานั้นได้มอบหมายให้สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ปลัดศธ.) ไปดำเนินการหาแนวทางพัฒนาการเรียนการสอนใน 2 วิชานี้

 ส่วนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย ได้มอบหมายให้นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) ร่วมกับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเป็นแกนหลักในการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาคณะกรรมการชุดนี้ได้มีการประชุมร่วมกันและตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำให้เด็ก ป.3 ป.4 อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น สาเหตุที่ต้องแก้ปัญหาวิชาภาษาไทยพร้อม ๆ กับคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพราะภาษาไทยถือเป็นพื้นฐานที่จะทำให้เด็กอ่านออก เขียนได้และหากเด็กไม่มีความเข้าใจวิชาภาษาไทยก็จะทำให้มีปัญหาในรายวิชาอื่น ๆ ตามมา

 “ทั้งนี้ จะให้จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาแต่ละวิชาออกมาเป็นแผน 7 ปี เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา และในส่วนของดัชนีชี้วัดนั้น จะใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ระดับ ป.6 ม.3 และม.6 ในแต่ละปีเป็นตัวชี้วัด โดยนำมาเทียบกับค่าเฉลี่ยคะแนนโอเน็ตในปีการศึกษา 2551 ซึ่งขณะนี้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) กำลังรวบรวมตัวเลขคะแนนเฉลี่ยของแต่ละร.ร. หลังจากนี้แต่ละร.ร.จะต้องพัฒนาให้เด็กได้คะแนนเฉลี่ยแต่ละวิชาเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี เมื่อเทียบกับปี 2551 ”นายจุรินทร์กล่าว

 นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า สำหรับกรอบแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว ไว้ 5 ประการ ดังนี้ 1.เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้ปกครอง ชุมชน และทุกกระทรวงที่มีรร.ในสังกัด 2. พัฒนาหลักสูตร 3.เน้นการผลิตครู พัฒนาครูพันธ์ใหม่และช่วยพัฒนาเสริมการสอนให้ครูที่มีอยู่ 4.ใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนการสอน 5.ต้องมีการประเมินติดตามผลทุกระยะ ส่วนจะนำแนวทางทั้ง 5 ประการไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไรนั้น ได้มอบหมายให้ที่ประชุมไปหารือและกลับมารายงานที่ประชุมศธ.ภายใน 2 สัปดาห์