
วอนสมาชิกกำจัดเหลือบ"สหกรณ์"พบปี"53 ทำรัฐเสียหายกว่า 500 ล้าน
ภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติได้มีการพิจารณาโรดแม็พ และแผนปฏิบัติการ เพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาสหกรณ์ 5 ปี (2554-2558) โดยมีเป้าหมายในปี 2558 จะมีจำนวนสหกรณ์เพิ่มขึ้นเป็น 8,400 แห่ง
จากเดิม 7,685 แห่ง เป็นสมาชิกภาคเกษตร 8.58 ล้านคน สมาชิกนอกภาคเกษตร 4.62 ล้านคน ซึ่งจากปัจจัยการเพิ่มจำนวนของสหกรณ์และสมาชิกข้างต้น คาดว่าสหกรณ์จะมีการขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นจากการรวบรวมผลผลิตเกษตรและแปรรูปเกษตรจำนวน 2.46 ล้านล้านบาท จากเดิม 1.26 ล้านล้านบาท
นอกจากนั้นสหกรณ์จะมีทุนเรือนหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 754,200 ล้านบาท จากเดิม 468,300 ล้านบาท รวมทั้งมีจำนวนสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพิ่มขึ้น 70% จากเดิมเพียง 45% ตลอดจนสหกรณ์มีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน การผลิต การแปรรูป และการตลาด ผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรอย่างครบวงจร
แต่ทว่าในการดำเนินของระบบสหกรณ์เองก็ใช่ว่าไม่มีปัญหา "คม ชัด ลึก" มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษรองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ "จิตรกร สายประดิษฐ์" ระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมความสำเร็จของกลุ่มสหกรณ์ในหลายพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ ถึงสภาพปัญหาดังกล่าว
อยากทราบปัญหาของระบบสหกรณ์ในขณะนี้
ด้วยการหลักการดำเนินกิจการของสหกรณ์ เพื่อให้สมาชิกได้ช่วยเหลือตนเอง และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกลุ่มสหกรณ์ ไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น เหมือนกับการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน รัฐบาลจึงให้การช่วยเหลือหลายรูปแบบ เพื่อให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชนในระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นภาษี ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสหกรณ์ที่สูงกว่าสถาบันการเงินทั่วไป ซึ่งปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสหกรณ์อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3 ต่อปี ในขณะที่สถาบันการเงินมีอัตรดอกเบี้ยเงินฝากร้อยละ 1.5 ต่อปี ซึ่งหากฝากกับระบบสหกรณ์จะได้กำไรมากกว่า 2 เท่า และจากจุดตรงนี้เองทำให้เกิดกระบวนการแสวงหาผลประโยชน์จากระบบสหกรณ์ ทั้งที่ถูกกฎหมาย และไม่ถูกกฎหมาย บ้างก็เข้ามาด้วยวิถีทางพิเศษ
ตัวอย่างการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์
อย่างเช่น มีกระบวนการเอาเงินมาฝากในนามของสมาชิก แต่เจ้าของเงินไม่เป็นสมาชิก เช่นสมาชิกสหกรณ์ที่ญาติร่ำรวย ถ้าเอาเงินไปฝากกับสถาบันการเงินจะได้ดอกเบี้ยน้อย ก็จะนำมาฝากในระบบสหกรณ์ที่ได้ดอกเบี้ยสูงกว่าถึงร้อยละ 3 หมายความว่าเอาบุคคลภายนอกเข้ามาหาผลประโยชน์ในระบบสหกรณ์ ซึ่งดอกเบี้ยที่บุคคลนั้นได้เพิ่มมาจากสหกรณ์ 1.50 บาท ถือเป็นเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้มาจากหยาดเหงื่อ เลือดเนื้อของสมาชิกทุกคน
มูลค่าจากกระบวนการทุจริตในระบบ
ความเสียหายจากกระบวนการทุจริตในระบบสหกรณ์คาดการณ์ว่าประมาณ 1% ของปริมาณธุรกิจทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันสหกรณ์มีเงินทุนหมุนเวียน 1.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่สมาชิกถือหุ้น 4 แสนล้านบาท และเงินฝากของสมาชิก 8 แสนล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินกิจการของสหกรณ์มีกำไรอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง 1% ของการเข้ามาหาผลประโยชน์จากสหกรณ์ของกลุ่มคนที่ไม่ใช่สมาชิก ทำให้ภาครัฐเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีเป็นมูลค่าไม่น้อยจากเงินฝากที่แอบแฝงอยู่ในเงินฝากของสหกรณ์ หลายคนอาจจะไม่ยี่หระ แต่จริงๆ แล้วเหมือนเป็นมะเร็งที่เป็นเนื้อร้ายที่เกิดขึ้น ต่อไปก็จะขยายลุกลาม เราต้องตัดไปเสียแต่ต้นลม
จากข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2553 พบสหกรณ์ที่มีปัญหาทุจริตและมีข้อบกพร่องจำนวนทั้งสิ้น 610 สหกรณ์ แบ่งเป็นสหกรณ์ที่มีการทุจริตด้านเงินสดขาดบัญชีจำนวน 286 สหกรณ์ จำนวนเงิน 285,385,658.94 บาท สหกรณ์ที่มีทุจริตด้านสินค้าขาดบัญชีจำนวน 161 สหกรณ์ จำนวนเงิน 57,885,541.71 บาท สหกรณ์ที่มีทั้งการทุจริตด้านเงินสดและสินค้าขาดบัญชีจำนวน 119 สหกรณ์ จำนวนเงิน 161,431,702,13 บาท
กรมมีวิธีการแก้ไขปัญหาทุจริตอย่างไร
สิ่งแรกสมาชิกทุกคนต้องช่วยกันดูแล ช่วยกันเลือกคนดีๆ ที่รักความสุจริต โปร่งใส มีความเสมอภาค มีความตั้งใจเข้ามาเป็นกรรมการบริหารสหกรณ์ และช่วยกันตรวจสอบปัญหาต่างๆ คงไม่เกิดขึ้น ในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เปิดสถาบันพัฒนากรรมการสหกรณ์ขึ้น เพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริหารสหกรณ์ด้านการบริหารสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้กลุ่มคนเหล่านี้มีความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม เพื่อให้การดำเนินงานของสหกรณ์เกิดประโยชน์แก่สมาชิกของสหกรณ์อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะให้ผู้ที่เป็นกรรมการสหกรณ์ ต้องผ่านการอบรมจากสถาบันพัฒนากรรมการสหกรณ์ หรือสถาบันการศึกษา หรือชุมนุมสหกรณ์ระดับชาติ หรือสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานต่างๆ ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์และขบวนการสหกรณ์ไทยให้การรับรอง
รอบ-เปิดแผนพัฒนาระบบสหกรณ์ 5 ปี (2554-2558)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยถึงแผนปฏิบัติการเพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาสหกรณ์ 5 ปี (2554-2558) ว่าจะประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างความเข้มแข็งให้สมาชิกสหกรณ์ โดยการรณรงค์อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการของสหกรณ์อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง สนับสนุนและส่งเสริมให้สมาชิกเป็นศูนย์กลางในการจัดตั้ง การพัฒนาและส่งเสริมระบบสหกรณ์และการสร้างคุณภาพชีวิต สังคมและสิ่งแวดล้อมของชุมชนสหกรณ์และสมาชิก
ส่วน ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาระบบบริหารสหกรณ์ให้ทันสมัย โดยจะส่งเสริมให้สหกรณ์ใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหาร การสร้างและพัฒนารูปแบบการดำเนินงานของสหกรณ์อย่างเป็นระบบ ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ/ประสิทธิผล และสนับสนุนและส่งเสริมให้สหกรณ์มีการบริหารโดยใช้ระบบสารนิเทศที่ทันสมัย และ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็งยั่งยืน โดยจะพัฒนาสหกรณ์เข้าสู่ระบบมาตรฐานสหกรณ์ พัฒนาสหกรณ์ให้มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาด ผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรครบวงจร และสร้างเครือข่ายต่อสหกรณ์และพันธมิตรทางธุรกิจ
โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการ และมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาสหกรณ์ตามโรดแม็พดังกล่าวแบบบูรณาการอย่างครบวงจร เชื่อมโยงต่อแผนพัฒนาสหกรณ์ฉบับที่ 3 โดยเน้นการมีส่วนร่วมของสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร บนพื้นฐานให้สหกรณ์สามารถดำเนินพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง
สุรัตน์ อัตตะ



