
"จุรินทร์ตั้งคกก.63คนแก้ขัดแย้งกม.ผู้ป่วย
"จุรินทร์ ลงนามตั้ง คกก. 63 คน แก้ปัญหาขัดแย้งร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ พร้อมโยนขยายมาตรา 41 ให้ สปสช.พิจารณา ด้าน "ปลัด สธ." รับเตรียมจัดประชุมนัดแรกเร็วที่สุด ขณะที่ ปรียนันท์ ไม่ขัดข้องตั้ง คกก.ชุดใหม่ แต่ต้องหาข้อสรุปร่วมกันได้
(30ส.ค.) เวลา 11.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขความขัดแย้งร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ว่า ล่าสุดตนแต่งตั้งคณะกรรมการเสริมสร้างความสมาฉันท์ในระบบบริการสาธารณสุขแล้ว โดยได้เซ็นลงนามไปเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา มี นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานในการอำนวยการประชุมเพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน และมี นพ.ธเรศ .. เป็นเลขานุการ และมีทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและผู้รับบริการเข้าร่วมเป็นกรรมการ รวมทั้งสิ้น 63 คน ทั้งนี้กรรมการจะมีทั้งผู้แทนฝ่ายสภาวิชาชีพ 6 แห่ง ตัวแทนมหาวิทยาลัยแพทย์ อาทิ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงการณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นต้น ผู้แทนแพทย์สังกัด กทม.ทหาร ตำรวจ องค์กรแพทย์ อาทิ แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย สมาคมโรงพยาบาลเอกชน สมาคมแพทย์คลินิกไทย และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เป็นต้น
“วาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ยังไม่ชัดเจนว่าจะเข้าสู่การพิจารณาเมื่อใด แต่ยังอยู่ในช่วงกลางๆ และมีเวลาที่คณะกรรมการฯ ยังหารือกันได้ แต่ทั้งนี้เชื่อว่าปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะเร่งหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปแล้วเสร็จโดยเร็ว ” รมว.สาธารณสุข กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนที่มีการเสนอให้ขยายมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาตินั้น เรื่องนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องหาข้อสรุปก่อน เพราะขณะนี้ยังมีความเห็นไม่ตรงกันอยู่ เพราะบางฝ่ายเห็นว่าดำเนินการได้ บางฝ่ายเห็นว่าดำเนินการไม่ได้ อย่างไรก็ตามถือเป็นประเด็นที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะต้องเป็นผู้พิจารณา และตนก็จะสอบถามไปยัง สปสช. ในวันประชุมบอร์ดกลางเดือน ก.ย. นี้
ต่อข้อซักถามว่า ในการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมความสมาฉันท์ 63 คนนี้ สัดส่วนระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการมีความสมดุลกับหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้ฯ เป็นแค่การหาข้อสรุปร่วมกัน จำนวนจึงไม่สำคัญเพราะไม่มีการลงมติ ดังนั้นเรื่องจำนวนจึงไม่อยากให้นำมาเป็นประเด็น
นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า การประชุมตนจะพยายามให้เร็วที่สุดและรอบครอบ เพื่อให้ได้ข้อสรุปแล้วจะไม่มีประเด็นไปคัดค้านภายนอกอีก ส่วนที่ทางแพทย์จะทำประชาพิจารณ์บุคลากรในสาธารณสุขก่อนนั้น เรื่องนี้ตนได้พูดคุยแล้วว่า จะทำประชาพิจารณ์ก็ได้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีกต่อไป แต่ต้องเร่งรัดให้เร็วที่สุดแล้วจึงนำมาหารือในคณะกรรมการฯ เพื่อให้ได้ข้อสรุปทั้ง 2 ฝ่ายร่วมกันต่อไป
นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวว่า ทางเครือข่ายไม่มีปัญหาเรื่องสัดส่วนคณะกรรมการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในระบบบริการสาธารณสุข เพราะเปิดกว้างให้ใครจำนวนเท่าใดก็ได้สามารถเข้ามาพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันและสามารถผลักดันให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายฉบับนี้ออกมา เพราะในขณะนี้มีผู้ได้รับความเสียหายจากบริการสาธารณสุขรอความช่วยเหลืออยู่ ซึ่งในส่วนของเครือข่ายได้เสนอชื่อสมาชิกเข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยทั้งสิ้น 6 คน แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดว่า มีส่วนของเครือข่ายเข้าไปเป็นคณะกรรมการกี่คน แต่ก็ไม่มีปัญหา
“ ในช่วงแรกเราพยายามทำความเข้าใจพยายามให้โอกาส แต่วันนี้ได้มีการเลื่อนวาระการพิจารณากฎหมายฉบับนี้จากวาระเร่งด่วนที่ 10 เป็น วาระที่ 27 ตามที่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม วิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ ดังนั้นก็เป็นสิทธิที่เราจะเคลื่อนไหวได้ เพราะฝ่ายแพทย์ที่ต่อต้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้รุกคืบเข้ามา ขณะที่รัฐบาลก็นิ่งเฉยแล้วดันหลังให้เรามาคุยกันเอง แต่อย่างไรก็ตาม เราจะรอผลการประชุมของคณะกรรมการ 2 ฝ่าย ที่รมว.สาธารณสุขตั้งขึ้นมาก่อนว่าจะมีความจริงใจมากน้อยเพียงใด เพราะถ้าไม่จริงใจก็เป็นสิทธิที่เราจะเคลื่อนไหว ” ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์กล่าว
ส่วนประเด็นข้อเสนอให้ขยายมาตรา 41 หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายไปก่อนนั้น นางปรียนันท์ กล่าวไม่เห็นด้วย เพราะการแก้ไขต้องทำให้ครอบคลุมผู้รับบริการทุกสิทธิไม่เฉพาะ สิทธิบัตรทอง ข้าราชการหรือประกันสังคม แต่ต้องร่วมรพ.เอกชนด้วย ส่วนข้อสรุปของคณะกรรมการแพทยสภา ที่จะทำประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.ก่อนนั้น ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ขอตั้งสังเกตว่า แพทยสภาได้เข้าร่วมในการร่าง พ.ร.บ.ทุกขั้นตอน เหตุใดจึงเพิ่งจะมาทำประชาพิจารณ์ตอนนี้ เพราะทุกอย่างเดินมาสุดทางแล้ว และรัฐบาลจะปล่อยให้กลุ่มแพทย์ที่ต่อต้านมาชี้นำอย่างนี้หรือ



