ไลฟ์สไตล์

มีหนี้เพราะน้องเมีย

มีหนี้เพราะน้องเมีย

30 ส.ค. 2553

ผมมีเรื่องอยากปรึกษาครับ ขณะนี้มีเจ้าหนี้นอกระบบตามทวงหนี้แทบทุกวัน ผมเอาเงินมาให้น้องภรรยาครับ ผมเป็นคนค้ำประกันให้ เพราะภรรยาบอกว่าน้องจะเอาเงินมาลงทุนทำธุรกิจ

 แต่ที่ผ่านมา งานทำให้ผมต้องเดินทางอยู่ตลอด เลยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วน้องภรรยาไม่ได้เอาเงินมาลงทุน และขณะนี้ผมไม่ต้องเดินทางออกต่างจังหวัดแล้ว ความลับเลยแตก ภรรยาผมเองก็กลุ้มใจที่ตามเอาเงินกับน้องสาวไม่ได้ แล้วเจ้าหนี้ก็มาทวงอยู่ทุกวัน บางวันทำให้เราเริ่มมีปากเสียงกัน
 นอกจากนั้น ก็ยังมีเรื่องของบัตรเครดิตอีก ที่ผมกดเงินสดมาให้ภรรยา และเธอเอาไปให้น้องสาว กลายเป็นว่า ตอนนี้เรามีหนี้ที่ไม่ได้ก่ออยู่จำนวนมาก พร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์อีก 1 คัน ที่เจ้าหนี้ตามทวงอยู่ อยากทราบว่า ผมจะทำอย่างไรดีกับหนี้ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ก่อ
 เรื่องรถนี่ผมจะทำอย่างไรดี ตามหาทั้งคนและรถไม่เจอแล้ว
 เอก
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า ขอแยกเป็นเรื่องๆ นะครับ ว่ากันที่หนี้นอกระบบก่อน ตรงนี้ก็คงต้องไปดูที่ตัวสัญญาเงินกู้ที่ทำกันไว้ว่า เป็นการรวมดอกเบี้ยกับต้นไว้หรือเปล่า เพราะในตามกฎหมายแล้ว กำหนดว่า อัตราดอกเบี้ยต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งถ้าสัญญาที่ทำกันไว้เกินกว่านี้ ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นก็ถือว่า เป็นโมฆะ ถ้าไม่มีเงินจ่ายก็คงต้องเจรจากับเจ้าหนี้ ถ้าไม่ใช่เจ้าหนี้โหดก็น่าจะคุยกันรู้เรื่องและหาทางออกร่วมกันได้
 ส่วนเรื่องของบัตรเครดิตนั้น เจ้าหนี้ไม่ได้สนใจว่าคุณจะเอาเงินออกมาใช้เองหรือไม่ ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของบัตร อย่างไรเสียคุณก็ต้องชำระหนี้ที่เกิดขึ้น เพราะเจ้าหนี้เรียกเก็บหนี้ในชื่อของคุณเพียงคนเดียว ซึ่งก็ต้องใช้หนี้กันไป และส่วนเรื่องค้ำประกันรถนั้น ในเมื่อเจ้าหนี้ตามผู้ซื้อรถไม่ได้ คุณในฐานะที่เป็นผู้ค้ำประกัน ซึ่งเปรียบเหมือนลูกหนี้คนที่สอง ก็ต้องชดใช้หนี้ที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย
 โดยเบื้องต้นอาจจะลองเจรจากับเจ้าหนี้ดูว่า คุณมีความสามารถในการชดใช้หนี้ได้แค่ไหน หากเจ้าหนี้ตกลงก็อาจจะผ่อนชำระกันไป แต่ถ้าเจ้าหนี้ไม่ตกลง และคุณไม่มีเงินพอที่จะจ่ายให้ตามที่เจ้าหนี้เรียกร้อง ก็คงต้องปล่อยให้เข้าสู่กระบวนการของศาล เมื่อถึงเวลานั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร แต่เชื่อได้อย่างหนึ่งว่า ศาลจะให้ความเป็นธรรมแก่คุณมากที่สุด
 ลุงแจ่ม