
พอแล้วรวย - พลังรัก พลังอำนาจ
เป็นที่เข้าใจกันดีว่าอำนาจนั้นคือความสามารถทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำพาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และนี่คือหนึ่งในปัญหาสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เมื่อเราให้คำจำกัดความว่า ความรักและอำนาจนั้นเ
ณ ขณะนี้เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมองขั้วทั้งสองนี้อย่างถูกต้อง และเป็นสิ่งที่เราควรตระหนักว่า อำนาจที่ปราศจากความรัก จะขาดการไตร่ตรองและก่อให้เกิดอันตราย และความรักที่ปราศจากอำนาจ ก็จะติดอยู่กับห้วงของอารมณ์จนขาดพลังขับเคลื่อน เห็นได้ชัดเจนว่า การปะทะกันระหว่างอำนาจที่ปราศจากคุณธรรม กับคุณธรรมที่ปราศจากพลังอำนาจคือ วิกฤติใหญ่หลวงในยุคสมัยของเรา”
ข้อความข้างต้นเป็นข้อความแปลที่คัดลอกมาจากหนังสือ “จากที่นี่เราจะไปไหน” ของ มาร์ติน ลูเธอร์คิง จูเนียร์ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ฮีโร่ของชาวผิวดำอเมริกัน ที่ต่อสู้กับการถูกกดขี่ เหยียดหยาม จนชาวผิวดำในอเมริกาได้รับสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรี เทียบเท่าคนผิวขาว ข้อความดังกล่าวถูกนำมาเป็นข้อความนำในหนังสือ พลังรัก พลังอำนาจ (Power and Love) เขียนโดย อดัม คาเฮน โดยมี ดร.สันติ กนกธนาพร และ ดร.สุมิท แช่มประสิทธิ์ ถอดความเป็นภาษาไทย
สิ่งที่น่าสนใจคือ อดัม คาเฮน ไม่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้จากมุมมองของนักวิชาการ หรือนักจิตวิทยา แต่เป็นมุมมองของนักปฏิบัติในฐานะนักสันติวิธีที่มีบทบาทสำคัญในการเข้าไปสร้างสันติภาพ ยุติความขัดแย้งในสงครามเหยียดสีผิวระหว่างคนผิวขาวและผิวดำในประเทศแอฟริกาใต้ที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนานในช่วงทศวรรษที่ 90 ด้วยการนำกระบวนการสร้างภาพจำลองเหตุการณ์ในอนาคต (Scenario) มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญบนพื้นฐานของการหาจุดสมดุลระหว่างพลังอำนาจกับพลังความรัก
หัวใจของกระบวนการสร้างภาพจำลองเหตุการณ์ คือ การมองข้ามปัญหาและวิกฤติเฉพาะหน้าไปก่อน เพ่งความสนใจไปยังอนาคตและสร้างภาพร่วมกันว่าเราต้องการอนาคตของเราให้มีหน้าตาอย่างไร!
อดัม คาเฮน เชื่อว่า กระบวนการนี้จะทำให้คู่ขัดแย้งเริ่มเปิดใจ เปิดเผยต่อกัน จนถึงขั้นเชื่อมต่อกันได้ และนำไปสู่การยุติความขัดแย้งและบรรลุสันติภาพในที่สุด
เนลสัน แมนเดลา ผู้นำของแอฟริกาใต้ เคยกล่าวชื่นชมถึงกระบวนการสร้างสันติภาพบนการเจรจาพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ของอดัม คาเฮน ที่มีผลให้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศของตนยุติลง
หากใครที่มีอายุกึ่งศตวรรษ ก็คงจำได้ถึงภาพการต่อสู้ ฆ่าฟันกันในประเทศแอฟริกาใต้ที่เป็นข่าวประจำวันในช่วง 20 ปีก่อน
เหตุการณ์ในแอฟริกาใต้ตอนนั้น ถือว่ารุนแรงและมีผลกระทบต่อชีวิตผู้คนมากกว่าที่ประเทศไทยเผชิญอยู่อย่างเทียบกันไม่ติด
จึงน่าจะเป็นความหวังว่า ความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยยังมีทางออก หากเราเพ่งความสนใจไปยังอนาคต ตอบคำถามให้ได้ว่า “เราจะส่งมอบอนาคตของสังคมเราให้แก่ลูกหลานเราอย่างไร”
ด้วยวิสัยทัศน์เช่นนี้ คนทั้งสังคมก็จะแสวงหาจุดที่ร่วมกัน สร้างภาพอนาคตที่มีลูกหลานเป็นเดิมพันร่วมกัน ลดอัตตา ลดอำนาจที่ไร้คุณธรรม เพิ่มความรักที่มีต่อกัน เพราะต่างก็ตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งของภาพที่วาดในอนาคตว่า ถึงตอนนั้นอาจจะไม่มีผู้ที่ขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้งกันในวันนี้หลงเหลืออยู่เลยก็ได้ จะมีก็แต่ลูกหลานหน้าตาบ๊องแบ๊วของเราเท่านั้นที่พวกเราต้องคำนึงถึง ...
แล้ว เราจะทะเลาะกันอยู่ทำไม !!!
"อาจารย์ยักษ์ มหาลัยคอกหมู "



