ไลฟ์สไตล์

ย่ำแดนแซมบ้า เริงร่าริโอ เดอ จาเนโร

ย่ำแดนแซมบ้า เริงร่าริโอ เดอ จาเนโร

28 ส.ค. 2553

หลังจากนั่งเครื่องบินรอนแรมมาถึง 3 ต่อ รวมเวลากันแล้วเฉพาะอยู่บนเครื่องบินก็ 24 ชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงสนามบินริโอ เดอ จาเนโร เสียที ในสภาพสะบักสะบอมเต็มทน ออกจากสนามบินเข้าที่พักได้ก็แทบจะหลับเลยทีเดียว

    เมือง ริโอ เดอ จาเนโร มีความหมายว่า แม่น้ำแห่งเดือนมกราคม เพราะนักสำรวจโปรตุเกสได้มาถึงที่ปากอ่าวกัวนาบาราในวันที่ 1 มกราคม 1502 เข้าใจผิดว่าปากอ่าวเป็นปากแม่น้ำ ก็เลยได้ชื่อนี้มาตั้งแต่แรกเริ่ม ริโอยังเคยเป็นเมืองหลวงของบราซิลเกือบ 200 ปี (1763-1960) ก่อนย้ายไปที่กรุงบราซิเลียในปัจจุบัน

  จุดหมายสำคัญของคนที่เดินทางมาถึงริโอ เดอ จาเนโร หนีไม่พ้น รูปปั้นพระเยซู (Christ the Redeemer) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เพราะไม่ว่าจะอยู่จุดไหนของเมืองก็มองเห็นพระเยซูกางแขนเป็นสง่าบนยอดเขาคอร์โควาโด หรือภูเขาหนอกอูฐ สูง 700 เมตรได้

 นอกจากพระเยซูจะเป็นสัญลักษณ์ของเมืองแล้วยังเป็นจุดแบ่งเมืองริโอด้วย หากอยู่เบื้องขวาของพระเยซูก็เป็นโซนใต้ของเมือง หากอยู่เบื้องซ้ายก็เป็นโซนเหนือ

 ขึ้นไปบนยอดเขาคอร์โควาโดก็ง่ายดายเพราะมีถนนไปถึงแทบจะฐานพระเยซู แล้วก็มีให้เลือกว่าจะเดินขึ้นบันได หรือลิฟต์ต่อบันไดเลื่อนไปที่ฐานพระเยซูที่สามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา แต่ถ้าอยากไฮโซโก้เก๋ก็เช่าเฮลิคอปเตอร์บินวนดูก็ได้ แต่น่าเสียดายหน่อยตรงที่ตอนไปเยือนพระเยซูบนยอดเขาก็ไปตรงกับช่วงเวลาการซ่อมแซมองค์พระเยซู ที่ดำเนินการทุกๆ 10 ปีพอดี ก็เลยได้ภาพพระเยซูมีนั่งร้านล้อมรอบมาด้วย
        
  ท่าฮิตประจำกับการถ่ายรูปที่หน้าพระเยซูคือการกางแขนเหมือนพระเยซู 

 อีกจุดแลนด์มาร์กของริโอ เดอ จาเนโร คือ Sugar Loaf เป็นภูเขาที่มีลักษณะเหมือนกรวยน้ำตาลสมัยก่อน จึงได้ชื่อนี้มา
       
 ที่นี่ก็เป็นจุดชมวิวสามารถนั่งเคเบิลคาร์ขึ้นไปชมวิวอ่าวกัวนาบาราได้สวยงามมาก ยอดเขาซูการ์โลฟสูง 396 เมตร เป็นจุดสังเกตของนักเดินเรือสำรวจมาแต่ครั้งโบราณ น่าสนใจว่ามีการสร้างเคเบิลคาร์เพื่อขึ้นไปชมวิวกันตั้งแต่ปี 1912 เลยทีเดียว ปัจจุบันเปลี่ยนรถเคเบิลคาร์มาเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว เคเบิลคาร์จะมี 2 ช่วงระยะทาง 1,400 เมตร ใช้เวลาเพียง 3 นาทีก็ถึง

 สนามฟุตบอลมาราคาน่า สนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้บุกเข้าไปดูห้องแต่งตัวและห้องซ้อมของนักฟุตบอล รวมทั้งเข้าไปถึงขอบสนามดูความอลังการ แม้จะเข้าไปตอนเกือบถึงเวลาปิดสนามแล้วก็ยังพอมีเวลาดื่มด่ำคำนึงถึงเสียงเชียร์กระหึ่มยามมีการแข่งขันโดยเฉพาะฟุตบอล 2014 ในอีก 4 ปีข้างหน้า

 และเมื่อมาถึงริโอแล้ว นอกจากพระเยซูที่อยู่ตรงไหนก็มองเห็น ยังมีสลัมเชิงเขาของริโอ หรือ Favela ด้วย  
 ไม่ว่าอยู่มุมไหนของเมืองก็มีสลัมผุดให้เห็นตามเชิงเขาที่อยู่รอบเมือง อาชญากรรมและยาเสพติดก็มีอยู่เต็มสลัม แต่หากนักท่องเที่ยวอยากไปดูความเป็นอยู่ของสลัมก็มีบริษัททัวร์จัดให้ไปเที่ยวได้ สำคัญมากต้องไปกับทัวร์เท่านั้น และจะถ่ายรูปก็ต้องถ่ายในจุดที่ไกด์บอกให้ถ่ายได้ ไม่งั้นเจอดีแน่ๆ และแม้จะไปกับไกด์เอง คณะเราก็เจอกับปืนที่ตบขาโชว์และถือปืนมากอดคอให้หวาดเสียวเล่น

 ที่ริโอมีชายหาดที่สวยงามอยู่หลายหาด หนึ่งในนั้นไม่พ้น ชายหาดโคปาคาบาน่า ที่โด่งดังจากเพลงของ แบร์รี่ มานิโลว์ เป็นหาดที่ยาวถึง 4 กิโลเมตร มีโรงแรมเรียงรายหลายสิบแห่ง อีกหาดที่น่าสนใจคือ หาดอิปาเนม่า ที่มีเพลงบอสซาโนว่าชื่อดังอย่าง The Girl from Ibanema แต่การจะหาสาวบราซิลหุ่นดีใส่บิกินีมานอนอาบแดดหาได้ยากจริงๆ

  ส่วนเรื่องอาหารการกินของบราซิลรสชาติหนักไปทางเค็มทุกอย่าง แต่ที่เห็นแล้วต้องตะลึงคือ Torresmo ที่รูปลักษณ์และรสชาติเหมือนแคบหมูของบ้านเราเลย ขาดแค่ไม่มีน้ำพริกหนุ่มเท่านั้น

 ไกด์เล่าว่าสมัยอาณานิคม พวกเจ้านายจะกินเนื้อหมู ส่วนหู หาง กีบ และหนัง ให้ทาสกิน ชาวบราซิลก็เลยมีแคบหมูกินมาตั้งแต่นั้น ยังมีเครื่องดื่มขึ้นชื่อของบราซิลคือ Caipirinha ซึ่งทำจากเหล้าที่ทำจากอ้อยผสมกับน้ำมะนาว ดื่มอร่อยใช้ได้

 คนริโอ ชอบออกกำลังกายกันสุดๆ ไม่ว่าอายุเท่าไรก็มาออกกำลังกายกันไม่ว่าจะเดิน วิ่ง วอลเลย์บอล และฟุตบอลชายหาด และชื่นชอบฟุตบอลกันเป็นชีวิตจิตใจ ส่วนอัธยาศัยก็ใจเย็นมากๆ อะไรก็ don’t worry ไปกินข้าวรอนานเป็นชั่วโมงก็ไม่เป็นไร นั่นอาจเป็นสาเหตุให้ทำไมจึงมีการเสิร์ฟเครื่องดื่มไม่อั้นก่อนมื้ออาหารก็ได้ เพราะต้องนั่งรออาหารนาน

  จะไปบราซิลก็ง่ายดายไม่ต้องขอวีซ่า แต่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เหลืองก่อนออกเดินทาง และก็เตรียมตัวเตรียมใจที่จะนั่งเครื่องบินนาน 24 ชั่วโมงก็เท่านั้นเอง

"www.oknation.net/blog/twin"