ไลฟ์สไตล์

แนะตรวจมะเร็งปากมดลูกหลังคร่าชีวิตรองจากเต้านม

แนะตรวจมะเร็งปากมดลูกหลังคร่าชีวิตรองจากเต้านม

27 ส.ค. 2553

"ปกติเป็นคนไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพของตนเอง ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งปากมดลูก เพราะไม่มีอะไรที่บ่งบอกมาก่อนว่าจะเป็นมะเร็งปากมดลูก ไม่เคยตรวจด้วย แต่ละวันยุ่งกับการทำงาน กระทั่งมีอาการตกเลือดจึงเข้าตรวจรับการรักษา และรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งเมื่อไม่กี่เดือนที่

พเยาว์ ขันธ์ทอง วัย 58 ปี ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกที่เข้ารับการรักษาตัวด้วยการฉายรังสี ที่ศูนย์มะเร็ง จ.อุบลราชธานี กล่าว

 ครั้งแรกที่รู้ว่าเป็นมะเร็งรู้สึกท้อใจ เพราะไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับตัวเอง ที่ผ่านมาก็ไม่ใช้ชีวิตโลดโผนอะไร มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น แต่เมื่อเกิดแล้วก็ต้องใช้หลักธรรมะมาช่วยฟื้นฟูจิตใจ ที่สำคัญได้รับกำลังใจจากคนใกล้ชิดและครอบครัวทำให้ทำใจได้ และมีเพื่อนที่รู้จักป่วยด้วยโรคนี้เหมือนกัน ต้องเข้ารับการรักษาฉายแสงทั้งหมด 25 ครั้ง

 "ตอนนี้ฉายแสงมาแล้ว 13 ครั้ง ที่ศูนย์มะเร็ง จ.อุบลราชธานี จากที่จะต้องเข้ารับการฉายแสง รวมทั้งสิ้น 25 ครั้ง แต่ก็มีความมั่นใจในการรักษามากขึ้น เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีทันสมัย มีเครื่องฉายรังสีที่มีสมรรถนะ มีแพทย์พยาบาลเอาใจใส่ โรคนี้รักษาได้และคนรอบข้างควรให้กำลังใจเพื่อต่อสู้โรคร้ายต่อไปด้วย ฝากเตือนผู้หญิงทุกคนควรหมั่นตรวจเช็กร่างกายประจำเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร้าย เพราะจะสามารถรักษาได้ทันท่วงที" พเยาว์ กล่าว

 ทั้งนี้“มะเร็งปากมดลูก” เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในสตรีไทย รองลงมาจากมะเร็งเต้านม พบได้ตั้งแต่วัยสาวอายุก่อน 30 ปี จนถึงวัยชราอายุ 80 ปี พบมากในช่วง 35-50 ปี ในปีหนึ่งๆ พบว่ามีสตรีป่วยเป็นโรคนี้ทั่วโลก ทั้งๆ ที่เป็นมะเร็งที่ตรวจพบง่าย และสามารถป้องกันได้ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พบว่า สถิติผู้หญิงชาวอีสานส่วนใหญ่เป็นมะเร็งปากมดลูกมากเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งเต้านม โดยจากสถิติผู้ป่วยโรคมะเร็งศูนย์มะเร็งอุบลราธานีปี 2551 พบเป็นมะเร็งปากมดลูกจำนวน 295 ราย

 สำหรับแนวทางการป้องกัน สตรีที่ยังไม่แต่งงาน อายุ 35 ปี ต้องตรวจมะเร็งปากมดลูกต่อเนื่องทุกปี เพื่อเฝ้าระวัง ส่วนสตรีที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วควรตรวจภายใน และตรวจแปปสเมียร์ทุกปี และละเว้นการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV Vaccine) เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งจะมีประสิทธิภาพสูงสุด หากยังไม่เคยได้รับเชื้อนี้มาก่อน สามารถป้องกันได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป

 นพ.ถวิล กลิ่นวิมล ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็ง จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า สาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก มาจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา หรือเชื้อเอชพีวี (HPV) บริเวณอวัยวะเพศ โดยเฉพาะที่บริเวณปากมดลูก มีปัจจัยเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยต่ำกว่า 18 ปี เปลี่ยนคู่นอนบ่อย สามี หรือคู่นอนสำส่อนทางเพศ สตรีที่เคยเป็นโรคติดเชื้อจากการร่วมเพศ เช่น กามโรค สตรีที่เคยเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่บริเวณอวัยวะเพศ เช่น เริม หงอนไก่ ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือบกพร่อง เช่น ผู้ที่รับยาหลังการเปลี่ยนอวัยวะหรือผู้ติดเชื้อเอดส์ สตรีที่ติดบุหรี่ หรือผู้ใกล้ชิดเป็นผู้ติดบุหรี่

 ด้าน พญ.นิอร โชติธนประสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรศาสตร์ ศูนย์มะเร็งจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า อาการที่อาจพบในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก ได้แก่ มีตกขาวออกมาผิดปกติ อาจมีเลือดปนและมักมีกลิ่นเหม็น มีประจำเดือนไม่ปกติ กะปริบกะปรอย หรือบางครั้งออกมาก มีเลือดออกขณะหรือหลังร่วมเพศ มีเลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน อ่อนเพลีย ซีด เบื่ออาการ น้ำหนักลด มีการบวม ปัสสาวะไม่ออก หรือไหลไม่หยุด ปวดท้องน้อย หรือมีอาการผิดปกติของอวัยวะอื่นเมื่อโรคลุกลามไปถึง

 ทั้งนี้มะเร็งปากมดลูก สามารถเกิดได้ในสตรีที่มีความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์ ที่ไม่ระมัดระวัง หากมีการตรวจคัดกรองก็จะสามารถตรวจเช็กและรับรู้แนวทางการรักษาทันท่วงที และเมื่อเป็นแล้วคนใกล้ชิดหรือครอบครัวควรจะเป็นฝ่ายให้กำลังใจและทำความเข้าโรคนี้ไปพร้อมกับผู้ป่วย เพราะทางการแพทย์ยังพบว่าการพยากรณ์โรคปากมะเร็งมดลูกมีทิศทางที่ดีได้หากได้รับการรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์

 ดังนั้นวิธีการป้องกันที่ดีคือ ผู้หญิงที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปควรตรวจมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี ได้ที่โรงพยาบาลของรัฐและเอกชนใกล้บ้านทุกแห่ง ซึ่งศูนย์มะเร็งอุบลราชธานีได้จัดทำโปรแกรมการตรวจค้นหามะเร็งปากมดลูก “เลือกตรวจอย่างไร ? ให้เหมาะกับวัย มั่นใจ ไร้กังวล” สอบถามได้ที่ 0-4528-5610-5 ต่อ 1136, 1137 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โทร.0-2576-6680-3 โทรสาร 0-2576-6111-2 รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล โทร.0-2877-1111 หรือ คอลเซ็นเตอร์ 1745