ไลฟ์สไตล์

จุรินทร์เผยผลสำรวจปี52พบไอคิวเด็กไทยลดเหลือ91

จุรินทร์เผยผลสำรวจปี52พบไอคิวเด็กไทยลดเหลือ91

26 ส.ค. 2553

"จุรินทร์” เผยผลสำรวจในปี 52 พบไอคิวเด็กไทยลดลงเหลือ 91 ซึ่งไอคิวเฉลี่ยสากลอยู่มี่ 90-110 จุด เหตุเพราะขาดไอโอดีน เร่งออกกฎกระทรวงฯ บังคับเติมไอโอดีนในเกลือตามองค์การอนามัยโลกกำหนด ให้สถานบริการทุกแห่งแจกไอโอดีนหญิงตั้งครรภ์ทุกคนเริ่ม ต.ค.53

วันที่ (26  สิงหาคม 2553) นายจุรินทร์   ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดประชุมผู้ประกอบการผลิตเกลือ น้ำปลา ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วประเทศประมาณ 300 คน และมอบนโยบายเกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้า เพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ กทม.ว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องไอโอดีนอีกครั้ง เนื่องจากผลสำรวจในปี 2552  พบตัวเลขน่าตกใจว่าเด็กไทยไอคิวต่ำลง เฉลี่ยที่ 91 จุดถือว่าต่ำมาก ซึ่งตามมาตรฐานสากลไอคิวเฉลี่ยอยู่ที่ 90-110 จุด  สาเหตุสำคัญองค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟสรุปตรงกันว่า คนไทยหรือเด็กไทยขาดไอโอดีน ดังนั้นจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาในกลุ่มเสี่ยง 3 กลุ่ม

   กลุ่มแรกคือ หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากผลการสุ่มสำรวจระดับไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ซึ่งมีปีละ 8 แสนคน พบภาวะไอโอดีนในปัสสาวะต่ำกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลิตร ร้อยละ 59 ในปี 2552 ซึ่งเกินมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดให้ไม่เกินร้อยละ 50 หากหญิงตั้งครรภ์ขาดไอโอดีน ลูกที่คลอดออกมามีโอกาสเสี่ยงพิการหรือปัญญาอ่อน จึงกำหนดนโยบายชัดเจนว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 เป็นต้นไป กระทรวงสาธารณสุขให้สถานบริการสาธารณสุข ให้ไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ที่ไปฝากครรภ์ ฟรี

 กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มทารกแรกเกิด ซึ่งมีปีละประมาณ 8 แสนคน จะต้องตรวจเลือดทุกคนเพื่อดูระดับไทรอยด์ฮอร์โมน ซึ่งจะมีผลต่อความเฉลียวฉลาด และการเจริญเติบโตของเด็ก หากพบว่าไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ ให้รีบรักษาทันที  โดยฮอร์โมนไทรอยด์จะสัมพันธ์กับไอโอดีน   และกลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มเด็กเล็กจนถึงประชาชนทั่วไป เนื่องจากไอโอดีนมีความจำเป็นสำหรับคนทุกเพศทุกวัย  สำหรับเด็กหากโตขึ้นและขาดไอโอดีนระดับไอคิวจะพร่อง ซึ่งองค์การอนามัยโลกกำหนดให้ทุกประเทศเติมไอโอดีนในเกลือ แต่ประเทศไทยยังไม่ได้บังคับ     

 นายจุรินทร์กล่าวต่อไปว่า การประชุมในวันนี้  จึงเป็นโอกาสที่ดี ที่จะมีการบังคับ โดยกระทรวงสาธารณสุขจะออกประกาศบังคับ  กำหนดให้เกลือที่ใช้เพื่อการบริโภคที่จำหน่ายในประเทศไทย  ต้องเติมไอโอดีน 30-100  มิลลิกรัมต่อเกลือ 1 กิโลกรัม   ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการยกร่างประกาศฯ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนามแล้ว จะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน  180 วัน  ดังนั้นโรงงานที่ผลิตเกลือบริโภคทั้งหมดต้องเร่งปรับปรุงในการเสริมไอโอดีนลงไปด้วยตามมาตรฐานกำหนด  ซึ่งจะมีผลให้น้ำปลา ซีอิ้ว ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบที่คนไทยบริโภคเป็นจำนวนมาก จะมีไอโอดีนเสริมไปด้วยโดยปริยาย เพราะต้องใช้เกลือผสมไอโอดีนในการผลิต   และหากบริษัทผู้ผลิตใดจะเติมไอโอดีนเข้าไปสินค้าด้วย  ก็สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้จะสนับสนุนและอนุญาตให้ใช้ตรา“เพิ่มไอโอดีน เพิ่มไอคิว” ของกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการออกแบบ บรรจุลงไปในถุงได้ต่อไปในอนาคต กระทรวงสาธารณสุขจะเริ่มต้นรณรงค์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้คนไทยทั่วประเทศบริโภคเกลือและอาหารเสริมไอโอดีน แก้ปัญหาไอคิวลดต่ำลงกว่ามาตรฐาน

    "วันนี้ได้เชิญผู้ประกอบการเกลือทั่วประเทศ โรงงานผลิตน้ำปลา ซีอิ้ว ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาประชุมและรับทราบนโยบาย ทุกโรงงานยินดีที่จะให้ความร่วมมือ ซึ่งหากมีการบังคับใช้เป็นกฎหมายต้องปฏิบัติตาม  จะแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้า เพื่อให้มีเวลาในการเตรียมตัว 180 วัน" นายจุรินทร์ กล่าว