
โรคภูมิแพ้ป่วนคุณภาพชีวิตเด็ก
ทุกวันนี้คุณภาพชีวิตของเด็กเอเชีย รวมทั้งเด็กไทยกำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพ้นมวัว ด้วยเหตุนี้ ดูเม็กซ์ หนึ่งในผู้นำด้านโภชนาการระดับโลก ภายใต้ดานอน เบบี้ นิวตริชั่น จึงได้จัดงานสัมมนาใหญ่ทางการแพทย์ Danone Asia Pacific Nutr
รศ. พญ. จรุงจิตร์ งามไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินการบรรยายสัมมนาวิชาการระดับภูมิภาคในครั้งนี้ กล่าวว่า ในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาจำนวนเด็กไทยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคแพ้นมวัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10 ซึ่งเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูงและน่ากังวล เพราะเด็กที่แพ้นมวัวมักมีพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กปกติในหลายๆ ด้าน เช่น หากเด็กแสดงอาการแพ้ทางระบบทางเดินอาหารอย่างต่อเนื่อง เช่น เลือดออกในระบบทางเดินอาหาร อาเจียน ท้องเสียบ่อย ร่างกายก็จะสูญเสียสารอาหารไปมาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย และอาจมีพัฒนาการต่ำกว่าเกณฑ์ ในรายที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เด็กก็จะง่วงซึมไม่สดชื่น เพราะคัดจมูก น้ำมูกไหล บางรายมีอาการรุนแรงมากถึงขนาด ไอแล้วหอบ”
พ่อแม่สามารถวินิจฉัยโรคแพ้นมวัวเป็นการเบื้องต้นได้ โดย รศ. พญ. จรุงจิตร์ให้คำแนะนำว่า อาการแพ้นมวัวต้องเกิดขึ้นภายในไม่เกิน 6 เดือนหลังจากที่เด็กเริ่มกินผลิตภัณฑ์จากนมวัวครั้งแรก และอาการที่เกิดต้องเป็นเรื้อรังต่อเนื่องยาวนานไม่ต่ำกว่า 1 เดือน นอกจากนี้ ร้อยละ 90 ของเด็กแพ้นมวัวมักจะแสดงอาการภายในขวบปีแรก โดยมักจะมีอาการอย่างน้อย 2 อย่างร่วมกัน เช่นท้องเสียและมีผื่นแดงขึ้นที่ผิวหนัง
“การป้องกันมีบทบาทสำคัญในการยับยั้งการเกิดโรค ในทารกที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ แพทย์จะเน้นย้ำให้รับประทานนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด หากไม่สามารถให้นมแม่ได้ ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับทางการแพทย์ระดับสากลว่านมวัวที่ผ่านนวัตกรรมการผลิตที่ทำให้โมเลกุลของโปรตีนเล็กลง หรือที่เรียกว่า นมสูตรไฮโปแอลเลอเจนิค มีประสิทธิภาพดีสำหรับใช้ป้องกันในเด็กที่เสี่ยงต่อการแพ้นมวัว นอกจากนั้นการเสริม พรีไบโอติก โอลิโกแซคคาไรด์ ในนมยังช่วยพัฒนาระบบภูมิต้านทานในลำใส้ของเด็กและช่วยลดอุบัติการณ์การแพ้ได้ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้ออื่นๆ ในเด็ก เช่น โรคหวัด และท้องร่วง” รศ. พญ.จรุงจิตร์กล่าวเสริม
หลายฝ่ายร่วมมือกันแข็งขันอย่างนี้ โรคแพ้นมวัวในเด็กไทยจะเป็นที่รู้จักและเข้าใจมากขึ้น ป้องกันได้ดีขึ้นรวมทั้งวินิจฉัยและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกหลานเรา



