
ศธ.-ก.คลังแก้หนี้ครูปล่อยกู้ยึด4มาตรฐาน
ศธ.หารือคลัง แก้หนี้สินครู เล็งให้เจ้าหนี้เลิกปล่อยกู้ให้ครูซ้อนกัน ระบุ โครงการปล่อยกู้ครูในอนาคตต้องอยู่บน 4 มาตรฐานทั้งดอกเบี้ยต่ำ ลดความซ้ำซ้อน โปร่งใส และนำไปสู่การพัฒนาชีวิตครูอย่างแท้จริง
เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2553 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกศ.)ซึ่งดูแลกองทุนเงินหมุนเวียนแก้ไขปัญหาหนี้สินครู สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ซึ่งดูแลโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตครู ธนาคารออมสินซึ่งเป็นธนาคารหลักในการปล่อยกู้โครงการพัฒนาชิวตครูและโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. และตัวแทนสหกรณ์ออมทรัพย์ครู มาหารือเรื่องแก้ปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบเพื่อนำไปสู่
รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ผลของการหารือเบื้องต้น ทุกองค์กรจะร่วมมือกันบูรณาการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครูเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างหยั่งยืนและแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบ โดยธนาคารออมสินยอมปรับอัตราเงินกู้โครงการพัฒนาชีวิตครูเหลือ MLR ลบ 0.5 และทาง สกสค.ยอมให้เงินที่เรียกเก็บจากผู้กู้เงิน ช.พ.ค.ร้อยละ 1 เพื่อสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการสกสค. คืนกลับสู่ครู ซึ่งในรายละเอียด ธ.ออมสินและ สกสค.จะไปประชุมเพื่อวางเกณฑ์ต่อไป
“ที่สำคัญ ผมจะให้มีการลดความซ้ำซ้อนในการกู้เงินของครูแต่ละราย เพื่อนำไปสูการลด ละ เลิกเป็นหนี้อย่างแท้จริง เนื่องจากผลวิจัยพบว่า ครูแต่ละรายมักเป็นลูกหนี้ของโครงการปล่อยกู้หลายโครงการซ้ำซ้อนกัน ปัจจุบัน ครูไทยเป็นลูกหนี้ 3 แหล่งใหญ่ ได้แก่ 1.สหกรณ์ออมทรัพย์ครู มีสมาชิกครูประมาณ 3 แสนราย มูลค่าหนี้ประมาณ 7 แสนล้านบาท , 2.โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครู ปล่อยกู้ครูแล้วทั้งหมด 5 หมื่นราย วงเงิน 9 หมื่นล้านบาท และโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.ปล่อยกู้สมาชิกไปแล้ว 1.5 แสนราย วงเงิน 2 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ไม่สามารถระงับหรือให้แต่ละหน่วยงานปล่อยกู้ได้เพราะเป็นสิทธิของเขา แต่ควรมีการเชื่อมโยงโครงการปลอ่ยกู้ต่างๆ ด้วยกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ครูกู้เงินซ้ำซ้อน เป็นหนี้ไม่สิ้นสุด “ นายชินวรณ์ กล่าว
นายชินวรณ์ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ยังไม่ตัวเลขที่ชัดเจนว่า ครูที่เป็นหนี้ครบทั้ง 3 แหล่งใหญ่มีตจำนวนเท่าใด แต่ผลวิจัยพบ ครูจะหมุนเวียนเป็นหนี้แต่ละแหล่งซ้ำซ้อนกัน เพราะฉะนั้น จะมีหารือเพื่อหาแนวทางกดดันหน่วยงานที่ปล่อยกู้ครู ระมัดระวังไม่ปล่อยกู้ซ้ำซ้อนกัน โดยอาจใช้มาตรการหักเงินเดือน ณ ที่จ่ายเพื่อส่งหนี้เป็นเครื่องมือ หากหน่วยงานใดปล่อยกู้ซ้ำซ้อน อาจไม่ให้หักเงินส่งให้ เพราะฉะนั้น ต่อไป การปล่อยกู้ครูจะต้องยึดหลัก 4 ประการ ดอกเบี้ยต่ำ ลดความซ้ำซ้อน โปร่งใส และนำไปสู่การพัฒนาชีวิตครูอย่างแท้จริง
รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้ข้อสรุปด่วยว่า กระทรวงการคลังจะให้ความร่วมมือกับ ก.ค.ศ.ในการช่วยเหลือครูที่ยังอยู่ในระบบราชการและมีหนี้สินภาวะวิกฤตซึ่งน่าจะมีอยู่ไม่เกิน 2 หมื่นราย โดยช่วยเหลือผ่านเงินกองทุนหมุนเวียนแก้ไขปัญหาหนี้สินครูแต่ปรับปรุงให้การบริหารจัดการกองทุนมีประสิทธิภาพในการแก้หนี้ครูมากขึ้น เพราะที่ผ่านกองทุนนี้ยังไม่ถูกใช้เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครูได้อย่างแท้จริง



