ไลฟ์สไตล์

ก.พ.ปลดพนักงานกรมศิลป์107อัตรากระทบงานอื้อ

ก.พ.ปลดพนักงานกรมศิลป์107อัตรากระทบงานอื้อ

25 ส.ค. 2553

ก.พ.ปลดพนักงานราชการกรมศิลป์107อัตรา อธิบดีชี้กระทบงานโดยรวมอื้อ เต้นส่งหนังสือถึงกพ.ขอจ้างต่อ

 เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2553  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมศิลปากร ได้มีหนังสือ ที่ วธ 0401/947 แจ้งเรื่องการจ้างพนักงานราชการซ้ำซ้อนกับลูกจ้างประจำ หรือ เกินกรอบอัตรากำลังที่จะจ้างได้ โดยได้ระงับการสั่งจ้าง พนักงานราชการใหม่ และให้หน่วยงานวางแผนในการจัดระบบงานบริหารจัดการอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับภารกิจในการปฏิบัติราชการให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่า

 ทั้งนี้ สืบเนื่องจากจากคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) ได้มีหนังสือ แจ้งให้ทราบว่าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.) มีมติเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาการจ้างพนักงานราชการซ้ำซ้อนกับลูกจ้างประจำ โดยได้กำหนดกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการชั่วคราว เพื่อรองรับอัตรากำลังพนักงานราชการในส่วนที่จ้างซ้ำซ้อนกับลูกจ้างประจำให้กรมศิลปากรตามข้อมูลจำนวนพนักงานราชการที่จ้างซ้ำซ้อน โดยมีเงื่อนไข 3 ข้อ ได้แก่ 1.ส่วนราชการต้องไม่จ้างพนักงานราชการในส่วนที่ซ้ำซ้อน ตามกรอบกำลังพนักงานราชการชั่วคราว เมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้าง 2. ส่วนราชการต้องไม่จ้างพนักงานราชการเพิ่ม เมื่อลูกจ้างประจำที่เป็นฐานของกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการปกติว่างลง จนกว่าจำนวนพนักงานราชการที่ซ้ำซ้อนจำหมดลงไป และ 3. ส่วนราชการต้องประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการอย่างเข้มข้นจริงจัง

 ทั้งนี้  ในส่วนการพิจารณาของกรมศิลปากร มีจำนวนพนักงานราชการที่จ้างในปัจจุบัน 295 ตำแหน่ง สามารถจ้างพนักงานราชการได้ 188 ตำแหน่ง ทำให้มีการจ้างพนักงานราชการเกินจำนวน และจะต้องปลดออก รวมทั้งสิ้น 107 ตำแหน่ง ได้แก่ สำนักงานสังคีต 29 ตำแหน่ง สำนักช่างสิบหมู่ 8 ตำแหน่ง สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ 7 ตำแหน่ง สำนักหอสมุดแห่งชาติ 6 ตำแหน่ง สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ 4 ตำแหน่ง สำนักเลขานุการกรมศิลปากร 4 ตำแหน่ง สำนักโบราณคดี 2 ตำแหน่ง งานเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 ตำแหน่ง และสำนักศิลปากร จาก 15 แห่ง ทั่วประเทศ อีก 45 ตำแหน่ง

 นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตนรับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว เนื่องจากเป็นมติของ กพร.ในการลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนลงของบุคคลกร และขอชี้แจงว่า มติของ ก.พ. ส่งผลกระทบอย่างมากกับการทำงานในภาพรวมของ กรมศิลปากร เนื่องจาก ขณะนี้ กรมศิลปากร มีปัญหา เรื่องการขาดแคลนอัตรากำลัง และบุคคลกรผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องเฉพาะงานอยู่แล้ว เนื่องจากงานของกรมศิลปากร เป็นงานที่เฉพาะด้าน ทำงานรับใช้เบื้องพระยุคคลบาท จึงคิดว่าจะต้องหาแนวทาง ในการแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน

 "เบื้องต้นอาจจะทำเรื่องเสนอไปยัง กพ. ว่า ไม่สามารถปลดพนักงานราชการที่จ้างอยู่ได้ หรือหากไม่ได้จริงๆ ก็อาจหาแนวทางในการจ้างพนักงานราชการต่อไป แต่จะต้องเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงานในลักษณะอื่นๆ เพื่อให้ไม่กระทบต่อการทำงานของกรมศิลปากร และเพื่อช่วยเหลือบุคคลกรที่ปฏิบัติงานในกรมศิลปากรด้วย" อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว