ไลฟ์สไตล์

ปิดวัดปรับปรุงวัด
การพัฒนาวัดในแนวคิดของ..."หลวงพี่สงบ"

ปิดวัดปรับปรุงวัด การพัฒนาวัดในแนวคิดของ..."หลวงพี่สงบ"

26 ส.ค. 2553

“เพื่อความประทับใจของผู้มาทำบุญ และท่องเที่ยวตลาดน้ำวัดตะเคียน ทางวัดขอหยุดกิจกรรมถวายสังฆทาน สะเดาะเคราะห์ต่อชะตาแบบนอนโลง ลอดโบสถ์หัวเสือ-หัวมังกร ปิดทองรูปหล่อหลวงปู่แย้ม เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ สถานที่เพื่อให้สวยงาม สะอาดตา เป็นเวลา ๑ เดือน ตั้งแต่วันท

  โบสถ์หัวเสือ-หัวมังกร ของวัดตะเคียนถือเป็นแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งในแต่ละวันจะมีพุทธศาสนิกชนเดินทางไปลอดโบสถ์จำนวนมาก รวมทั้งเดินทางมาสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาแบบนอนโลงที่วัดแห่งนี้ ขณะเดียวกันหลวงปู่แย้มก็มีดำริให้เปิดตลาดน้ำวัดตะเคียน เพื่อต้องการพลิกฟื้นวิถีชุมชนคืนภาพอดีตอันน่าสนใจให้คนยุคใหม่ได้สัมผัสรับรู้ ภายใต้การดำเนินงานของหลวงพี่สงบ โดยได้เปิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางวัดพยายามปรับปรุงสถานที่และภูมิทัศน์ แต่ก็ไม่สามารถรองรับศรัทธาของญาติโยมที่เดินทางไปร่วมทำบุญจำนวนมากได้

 หลวงพี่สงบบอกว่า ก่อนหน้านี้เคยยกศาลาการเปรียญ ศาลาท่าน้ำ สร้างห้องน้ำ ถมพื้นลานวัดทั้งหมดให้สูงขึ้น ปรับปรุงท่าน้ำหน้าวัด รวมทั้งสร้างห้องน้ำ คงไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว แต่ที่ไหนได้สิ่งที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอต่อพลังศรัทธาของญาติโยมที่เดินทางไปร่วมทำบุญ ทั้งนี้เพื่อความเป็นระเบียบ สะดวก สบาย ทางวัดจึงต้องหยุดกิจกรรมบุญทั้งหมดเพื่อปรับปรุงพื้นที่ ยกเว้นในส่วนของตลาดน้ำเปิดอยู่

 อย่างไรก็ตาม มีคณะกรรมการวัดหลายท่านเสนอแนะว่า น่าจะปิดปรับปรุงเฉพาะบางส่วน แต่งานก่อสร้างของวัดตะเคียนตั้งแต่มาเป็นพระเลขาฯ หลวงปู่แย้ม ส่วนใหญ่พระจะเป็นผู้ทำเองทั้งหมด การจ้างช่างภายนอกมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อประหยัดปัจจัย และการปรับปรุงวัดครั้งนี้ส่วนใหญ่พระในวัดเป็นผู้ทำงาน ถ้ายังคงเปิดวัดอยู่พระอาจจะทำงานไม่สะดวก การปิดวัดทำให้พระทำงานต่างๆ ได้สะดวกขึ้น  

  “งานไหนของวัดที่พระทำได้พระต้องทำ อย่างเช่นรูปปั้นหัวเสือและหัวมังกร รวมทั้งรูปปั้นยักษ์ในอิริยาบถต่างๆ ภายในวัด ช่างปั้น คือ พระถาวรโร ภิกขุ หรือหลวงพี่ตี๋ ยิ่งในพรรษามีพระบวชใหม่หลายรูป ซึ่งมีความสามารถที่แตกต่างกันไป บางรูปจบวิศวะ บางรูปจบช่างกล รมทั้งจบด้านงานศิลปะและบัญชี หากนำความรู้ทางโลกของพระมาใช้ในการสร้างวัดพัฒนาวัด เชื่อว่าพระบวชใหม่ต้องให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะเท่ากับว่าได้ฝากฝีมือและผลงานไว้กับวัดที่ตนเองบวชอยู่” หลวงพี่สงบกล่าว

 เมื่อถามถึงปัจจัยในการพัฒนาวัดปรับปรุงวัด หลวงพี่สงบพูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า “ปัจจัยที่นำมาใช้ในการพัฒนาวัดปรับปรุงวัดล้วนเป็นของญาติโยมที่มาร่วมทำบุญทั้งสิ้น พระหน้าที่เก็บรักษาและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อวัด ต่อพระพุทธศาสนา รวมทั้งญาติโยม เมื่อสิ่งใดเป็นประโยชน์โดยเฉพาะต่อญาติโยมพระต้องทำเป็นอันดับแรก ขืนเก็บเงินไว้มากๆ อาจจะเกิดกิเลสขึ้นได้ ที่สำคัญคือ เมื่อทำให้ญาติโยมเห็นศรัทธาก็จะเพิ่มเป็นเงาตามตัว”

อัตถประโยชน์ของวัด
 เมื่อความก้าวหน้าทันสมัยทางเทคโนโลยีมีมากขึ้น ความสำคัญของวัดก็ดูจะเริ่มลดน้อยลง บทบาทเด่นๆ หลายอย่างได้เปลี่ยนแปลง เช่นการศึกษาตกไปเป็นหน้าที่และบทบาทของทางโรงเรียน การรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วย หน้าที่และบทบาทเป็นของสถานีอนามัยและโรงพยาบาล การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและตัดสินความเป็นหน้าที่และบทบาทของศาลสถิตยุติธรรม เป็นต้น ปัจจุบันสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ดำเนินโครงการ “วัดเป็นศูนย์กลางชุมชน”  เรียกได้ว่าเป็นการฟื้นฟูบทบาทของวัดอย่างเช่นอดีตให้กลับคืนมาอีกครั้ง

 พระเทพคุณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร กทม. และรองเจ้าคณะภาค ๑๓ บอกว่า ปัจจุบันนี้วัดนอกพำนักอาศัยศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เพื่อเป็นศาสนทายาทสืบต่ออายุพระศาสนาของพระภิกษุสามเณรเมื่อศึกษาและพิจารณาในทางสังคมจากอดีตที่ผ่านมา จะพบว่าวัดในพระพุทธศาสนาได้มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทยหรือสังคมชาวไทยเป็นอย่างมาก บทบาทที่สำคัญนั้นเช่น

 ๑.วัดเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านส่งกุลบุตรมาอยู่รับใช้พระสงฆ์และรับการฝึกอบรมทางศีลธรรม และเล่าเรียนวิชาการต่างๆ ตามที่มีการสอน ๒.วัดเป็นสถานที่ที่พ่อแม่ตลอดจนคนแก่เฒ่าและสตรี มารับความรู้ด้วยการสดับพระธรรมเทศนา ๓.วัดเป็นสถานพยาบาล ที่รักษาผู้เจ็บป่วย ตามภูมิรู้ของคนในสมัยก่อน โดยวัดเป็นแหล่งตำรายาและตำราแพทย์ และพระสงฆ์ทำหน้าที่เป็นหมอรักษาพยาบาลคนเจ็บป่วยทั่วไป ๔.วัดเป็นสถานสงเคราะห์ ที่บุตรหลานชาวบ้านที่ยากจนได้มาอาศัยเลี้ยงชีวิตและศึกษาเล่าเรียนตลอดจนถึงผู้ใหญ่ที่ยากจนได้มาอาศัยเลี้ยงชีพ

 ๕.วัดเป็นสถานที่พักอาศัยของคนเดินทาง ๖.วัดเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านได้มาพบปะสังสรรค์และพักผ่อนหย่อนใจโดยที่ทางวัดได้จัดสถานที่ต่างๆ ในบริเวณให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด ร่มรื่น ๗.วัดเป็นสถานที่รื่นเริง ที่จัดงานเทศกาลและมหรสพต่างๆ สำหรับชาวบ้าน เช่นงานก่อเจดีย์ทรายในวันสงกรานต์ งานเทศน์มหาชาติ ฯลฯ ๘.วัดเป็นบ่อเกิดและศูนย์กลางของศิลปกรรมแขนงต่างๆ เช่นจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม และวรรณกรรม ๙.วัดเป็นที่ไกล่เกี่ยวข้อพิพาท เป็นที่ปรึกษาแก้ปัญหาชีวิตและครอบครัวและความทุกข์ต่างๆ ของชาวบ้าน

 ๑๐.วัดเป็นสถานที่สำหรับชาวบ้านรอบวัดได้มาทำบุญและบำเพ็ญกุศลตลอดจนประกอบพิธีต่างๆ ทางศาสนา ๑๑.วัดเป็นคลังพัสดุสำหรับเก็บของต่างๆ ซึ่งชาวบ้านจะได้ใช้ร่วมกันเมื่อมีงานที่วัด หรือขอยืมไปใช้เมื่อคราวมีงาน และ ๑๒.วัดเป็นศูนย์กลางการบริหารหรือการปกครอง ที่กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านจะเรียกลูกบ้านมาประชุมกัน เพื่อบอกแจ้งกิจกรรมต่างๆ

 “งานไหนของวัดที่พระทำได้พระต้องทำ ยิ่งในพรรษามีพระบวชใหม่หลายรูป ซึ่งมีความสามารถที่แตกต่างกันไป หากนำความรู้ทางโลกของพระมาใช้ในการสร้างวัดพัฒนาวัด เพราะเท่ากับว่าได้ฝากฝีมือและผลงานไว้กับวัดที่ตนเองบวชอยู่”

เรื่อง... "ไตรเทพ ไกรงู"
ภาพ... "ประเสริฐ เทพศรี"