
เห็นสุขทุกข์ท่องเที่ยว
หลายคนติดใจการออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมิใช่น้อยในการไปสัมผัสลิ้มลอง "รสชาติของความเปลี่ยนแปลง" (สำนวนของท่านพุทธทาส) โดยจริงแล้วการไปเที่ยวต่างประเทศก็เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางปัญญาจากประสบการณ์แปลกใหม่ในชีวิต ถ้าผู้
พุทธศาสนาสอนให้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยการมองให้ถ่องแท้ ครบถ้วน คือ ๑.ต้องมองเห็น "อัสสาทะ" คือรสอร่อย หรือแง่มุมที่เป็นความสุข ๒.ต้องมองเห็น "อาทีนวะ" คือส่วนที่เป็นโทษ เป็นทุกข์เป็นความน่าเบื่อหน่าย และ ๓.ต้องพิจารณาและปฏิบัติจนกระทั่ง "นิสรณะ" คือหลุดพ้นไปจากความยินดีและความไม่ยินดีในอัสสาทะ และอาทีนวะ นั้นๆ นับเป็นคำสอนที่มีความรอบคอบแยบคาย และเป็นการนำจิตเข้าไปสัมผัสให้ซึ้งถึงความจริงตามความเป็นจริงโดยแท้
ในส่วนที่เป็นความสุขจากการท่องเที่ยวนั้น จะไม่กล่าวถึงในโอกาสนี้ แต่ส่วนที่เป็นความทุกข์จากการท่องเที่ยวย่อมเป็นเรื่องน่าพิจารณา การเสียเงินเพื่อการท่องเที่ยวนั้นเป็นการสิ้นเปลืองโดยคุ้มค่าหรือไม่ เป็นเรื่องน่าจะตั้งและตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ถ้านำเงินจำนวนนั้นไปทำประโยชน์อย่างอื่นจะดีกว่าหรือไม่
ความแปลกตาแปลกใจที่ได้ไปพบเห็นต่างแดนนั้น มักจะมีเฉพาะคนต่างแดนที่ไปเยือน แตกต่างจากคนในดินแดนแห่งนั้น กลับไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นด้วย โดยจริงแล้วการที่ได้เพ่งพินิจสถานที่ใกล้เคียงอย่างใส่ใจและใช้ปัญญา ก็จะทำให้เราได้คำตอบว่า การท่องเที่ยวแบบไม่ต้องไปไกลถึงต่างแดนก็ทำให้ได้ประสบการณ์แปลกใหม่ หรือเข้าถึง "รสชาติแห่งความเปลี่ยนแปลง" แบบต้นทุนต่ำ ทั้งในเรื่องเงินตราและเวลาที่ต้องเสียไป
ข้าพเจ้าเคยสนทนากับหลวงพ่อปัญญา นันทะ ผู้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้งมาก แต่ท่านเล่าว่าไม่เคยข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปสัมผัสเกาะเกร็ดเลย ทั้งๆ ที่อยู่ห่างจากวัดชลประทานฯ แค่เดินและข้ามเรือไปถึงได้โดยสะดวก
หลังจากเดินทางไปต่างประเทศมาหลายแห่ง ข้าพเจ้าเริ่มเดินทางด้วยเท้าไปสัมผัสบริเวณในวัดและใกล้วัดอย่างแยบคายด้วย "โยนิโสมนสิการ" ได้พบหญ้าปากคอกจำนวนมิใช่น้อย หลายจุดในวัดและใกล้วัดได้กลายเป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะเกิดจากความใส่ใจอย่างแท้จริง
"ท่านจันทร์"
www.prajan.com



