ไลฟ์สไตล์

ไทย-เกาหลีแลกเปลี่ยนโบราณวัตถุกระชับสัมพันธ์

ไทย-เกาหลีแลกเปลี่ยนโบราณวัตถุกระชับสัมพันธ์

23 ส.ค. 2553

ไทยจับมือเกาหลีแลกเปลี่ยนโบราณวัตถุ-ศิลปวัตถุ หวังสร้างความรู้ กระชับสัมพันธ์สองประเทศ

 (23ส.ค.) นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากการที่ตน และคณะผู้บริหารกรมศิลปากร ได้เดินทางไปศึกษาดูงานและเจรจาความร่วมมือด้านพิพิธภัณฑ์ ที่ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเร็วๆนี้ โดยทั้ง 2 ประเทศได้มีการหารือในกรอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยน ขอยืม โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เพื่อนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ในประเทศเกาหลีใต้ ช่วงปี 2554-2555 โดยฝ่ายไทยได้มีความเห็นในหลักการ ว่า มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ยืมโบราณวัตถุไปจัดแสดงได้ แต่จะต้องพิจารณาว่า ต้องไม่เป็นโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่มีความสำคัญต่อประเทศอย่างมากและเหลืออยู่เพียงชิ้นเดียว เพราะเกรงว่าจะได้รับความเสียหาย หรือ สูญหาย ซึ่งจะส่งผลเสียกับประเทศอย่างมาก

 อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า ในส่วนของประเทศไทย ก็มีแนวความคิดที่จะยืมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุของประเทศเกาหลีใต้มาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเช่นกัน เนื่องจากเห็นว่า ขณะนี้คนไทยมีกระแสความนิยมต่อประเทศเกาหลีใต้อย่างมาก จึงคิดว่า อาจจะขอยืมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ วิถีชีวิต ศาสนาพุทธ และงานสถาปัตยกรรม เครื่องแต่งกายโบราณ ของทั้ง 2 ประเทศมาจัดแสดง ให้คนไทยได้ชม ดังนั้น ตนจะกลับมาหารือกับคณะทำงานของกรมศิลปากร เพื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในการนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ให้ยืมแสดงให้กับประเทศเกาหลีใต้ ที่สำคัญจะต้องมีการลงนามความร่วมมือร่วมกันเพื่อเป็นหลักฐานในการแลกเปลี่ยนโบราณวัตถุ รวมทั้งมีการกำหนดกรอบการเจรจาการแลกเปลี่ยนและส่งคืนให้เป็นไปตามกำหนด การประกันราคาก่อนและหลังการส่งมอบจากนั้นจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง

 “การแลกเปลี่ยนโบราณวัตถุของทั้ง 2 ประเทศ จะส่งผลดีทำให้นักวิชาการได้มีโอกาสศึกษาค้นคว้าแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน ทำให้มีความรู้ทางด้านโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุอย่างกว้างขวางมากขึ้น นอกจากนี้ยังนำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์ทางด้านวัฒนธรรมซึ่งเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ทางด้านอื่นๆ อย่างไรก็ตามผมก็ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการส่งโบราณวัตถุออกนอกประเทศ เพราะต้องมีการพิจารณาความเหมาะสม และต้องมีความระมัดระวังไม่ให้เกิดความสูญหายมากที่สุด” นายเกรียงไกร กล่าว