
ความสัมพันธ์ที่มีความสุข
ความสุขที่เป็นความปรารถนาของมนุษย์เราทุกคน 'องค์ทะไลลามะ' เคยรับสั่งว่า เราต้องให้ความปรารถนาดี ความเมตตา ความกรุณาให้แก่สัพสัตว์ทั้งหลาย ขอให้เขาพ้นทุกข์ ขอให้เขามีความสุข เพราะว่ามันเป็นสิทธิ์ของเขา ที่เขาจะพ้นทุกข์ เป็นสิทธิ์ของเขา ที่เขาจะมีความสุข หล
จะพากเพียรเรียนหนังสือ เพื่อให้ได้งานดี เพื่อให้ได้เงิน เพื่อให้ได้มีชีวิตที่สะดวกสบาย นั่นก็คือ ถ้าเป็นคนที่จบปริญญาตรีปริญญาโท ก็อยากจะมีรถ อยากจะมีบ้าน อยากจะมีครอบครอง ล้วนแล้วแต่เป็นสมบัติ ล้วนแล้วแต่เป็นไปเพื่อความสบายทางกาย ลืมนึกไปว่า ความสุขนั่นเป็นคุณภาพของจิต ที่เราจะต้องสร้างขึ้นเอง แน่นอนที่สุด ความสะดวกทางกายก็เป็นส่วนที่นำมารให้เราได้มีความสุขได้เหมือนกัน แต่ความสะดวกทางกาย นั่นไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง
ถ้าหากว่า การที่เรามีเงินมาก เป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึงว่า เรามีความสุข ถ้าอย่างนั้นเศรษฐีทั้งหลายเขาก็มีความสุข แต่ปรากฏว่า เศรษฐีทั้งหลายก็ถูกเผารนอยู่ในความทุกข์มากพอๆ กับเรา หรือว่ามากกว่าเราด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ความสุขจึงเป็นคุณภาพของจิต ที่เราจำเป็นจะต้องฝึกฝนสร้างมันขึ้นมา ท่าทีอย่างหนึ่งก็คือ ท่าทีทางจิตใจ ที่เราจะรู้จักคิดในสิ่งที่ดี
อันนี้ก็เป็นวิธีการที่ทำให้ชีวิตของเราเป็นไปได้ โดยที่เรามีความทุกข์น้อย แล้วก็มีความสุขได้บางวิธีคิดที่จะทำให้เรามีความสุข ก็คือ คิดในเชิงที่เป็นกุศลคิด ในเชิงบวก
อาตมาเคยยกตัวอย่างน้ำครึ่งแก้ว ถ้าคุณโยมมีท่าทีเป็นเชิงลบ คุณโยมก็บอกว่าเสียใจ เพราะว่ามีน้ำอยู่ครึ่งแก้ว
แต่ถ้าหากว่า เรามีท่าทีจิตใจที่เป็นไปในทางที่เป็นเชิงบวก เราก็จะมีความยินดีว่า เรายังมีน้ำเหลือตั้งครึ่งแก้ว ข้อมูลความจริงก็คือ น้ำครึ่งแก้ว แต่ท่าทีทางจิตใจของเรา ที่เราพึงพอใจ หรือไม่พึงพอใจนี้ เป็นวิธีที่เราคิดทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้น เมื่อเป็นอย่างนั่น จึงควรที่จะปรับวิธีคิดของเราปรับวิธีการที่เรามองโลก ปรับวิธีการที่เราสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ในสังคม ให้เป็นไปในเชิงบวก ให้เป็นไปในเชิงที่เป็นกุศล นำมาซึ่งความสุขของตัวเราเอง
"ธัมมนันทา"



