ไลฟ์สไตล์

เล่นหูเล่นตา-ผู้หญิงคนนั้นชื่อ...ป้าหวี (I)

เล่นหูเล่นตา-ผู้หญิงคนนั้นชื่อ...ป้าหวี (I)

23 ส.ค. 2553

จากปากซอยเล็กๆ แคบๆ พอให้รถ 2 คันขับสวนกันได้ สองข้างทางมีรถโดยสารสี่ล้อสีแดงจอดแหมะอยู่เป็นแนวสั้นๆ อีกฝั่งเป็นตึกที่ซอยเป็นห้องให้เช่าเรียงรายกันอยู่เป็นทิวแถว ซอยแคบๆ เหมือนคอขวดคดโค้งไปตามทางนำไปสู่เวิ้งโอเอซิสกว้าง 3 ไร่ อันเป็นที่อยู่อาศัยหรืออีกนั

 จากปากซอยมาจนสุดซอยไม่มีใครไม่รู้จักป้าหวี ผู้หญิงร่างใหญ่ในวัย 74 ที่ยังดูดีและแข็งแรง ผิวคล้ำดูน่ายำเกรง เอามือไพล่หลังเดินไปมาเป็นท่าประจำ หากมองจากมุมนั้นอาจทำให้คนที่ไม่รู้จักเกิดอาการเกร็ง แต่เมื่อป้าหันหน้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างโชว์ฟันขาว หัวเราะเสียงดัง บ่งบอกถึงความใจใหญ่และใจดี คนแถวนี้จึงรัก ป้าหวี …

 ป้าหวีใช้ชีวิตอยู่ท้ายซอยอย่างไม่เหงาหงอย เพราะนอกจาก “ตาหาญ” สามีที่อยู่ในโอวาทมากว่า 40 ปี กับลูกอีก 2 คนที่ไม่ค่อยอยู่ในโอวาทแล้ว ป้าหวียังมีบริวารอีกนับสิบ ไม่ใช่คนงานหรือลูกจ้าง แต่เป็นคนที่เช่าบ้านเช่าของป้าหวีอยู่ ภาพที่คุ้นตาคือเด็กๆ ลูกบ้านเช่าวิ่งเล่นไปมากับคนเช่าที่เป็นเพื่อนคุยจนไม่มีเวลาจะเหงา เอาเข้าจริงๆ แล้วป้าหวีก็ไม่ค่อยได้อยู่ติดบ้านเฝ้าสมบัติปรนนิบัติผัวเหมือนคนแก่ๆ คนอื่นเขาเป็นกัน

 “โอ๊ย! ออนทัวร์ตลอดทั้งปี ไปเชียงใหม่ครั้งที่ 820 ไปลาวครั้งที่ 50 ป้าหวีเป็นหัวหน้าทัวร์ทำบุญ ถ้าช่วงไหนโลว์ซีซั่นแกก็จะอยู่ทำบุญในกรุงเทพฯ เช้ามืดลุกขึ้นมาทำอาหารหม้อใหญ่กินกันได้ทั้งหมู่บ้าน ทำบุญทำทานไปพร้อมกัน ลูกบ้านแถวนั้นก็พลอยได้ชิมฝีมือแกบ่อยๆ บ่อยเท่ากับที่แกไปทำบุญนั่นแหละ”

 “อาหารฝีมือแกที่ภูมิใจนำเสนอคือ ขนมจีนน้ำยา แกพูดแบบถ่อมตัว (ตรงไหน) ว่าที่สุดในเวิ้งช่องนนทรี (ตั้งแต่ตีนสะพานคลองเตยยาวไปถึงตรอกจันทน์สะพาน 5)”

 ก็เป็นจริงที่สุดอย่างที่ป้าหวีว่า (ฉันชิมมาแล้วหลายหน) ขนมจีนน้ำยาหอมเครื่องแกงที่เคี่ยวกับกะทิคั้นสดๆ ปลาน้ำดอกไม้ที่ป้าต้มมาผสมกับเครื่องแกงแล้วบรรจงคนเบาๆ กับกะทิที่ไม่แตกมัน (น้ำยาที่ดีกะทิต้องไม่แตกมัน) กินคู่กับขนมจีน ผักสดที่มีทั้งถั่วงอก ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลีซอย และที่ขาดไม่ได้ใบแมงลัก คนชอบกินเผ็ดแบบฉันขอเติมพริกป่นคั่วใหม่ๆ หอมฉุนจนต้องกลืนน้ำลาย อีกอย่างที่อร่อยไม่แพ้กันคือ “มัสมั่นไก่” ป้าหวีถมทั้งกะทิ ถั่ว สะโพกไก่ชิ้นโต และพริกแกงมัสมั่นเจ้าประจำในตลาดแพตาท้วม (ตลาดรุ่งเจริญ แถวสาธุประดิษฐ์) กินขนมจีนน้ำยากับมัสมั่นไก่ของป้าหวีแล้วถึงชาตินี้ไม่มีผัวก็ยังนอนตายตาหลับ

 เรื่องทำบุญกับท่องเที่ยวของป้าหวีจัดอยู่ในพวก “สายแข็ง” ไกลแค่ไหน กันดารเท่าไหร่ ป้าหวีสู้ตาย ลืมลูกลืมผัวไปเสียสนิท โชคดีที่ลูกๆ ดูแลตัวเองได้ ส่วนผัว “ตาหาญ” ก็ดูแลตัวเองมาตลอด ต่อให้มีป้าหวีอยู่ใกล้ ตาหาญก็ไม่เคยทำตัวเป็นภาระในวัย 80 ปี ตาหาญก็ยังแข็งแรงดี เสียแค่ตาข้างหนึ่งที่มองไม่ค่อยเห็นกับหูที่ฟังไม่ค่อยได้ยิน ซึ่งก็ไม่น่าวิตกอะไร … “ตามสภาพ” หากเปรียบกับรถแกก็คงเป็นดัทสันเก่าๆ ที่ทั้งเก๋าและแกร่ง ไม่ซิ่งแต่ยังวิ่งได้ แม้ตัวถังสีจะถลอกนิดหน่อย วันๆ แกจะซ่อมโน่นตอกนี่ เก้าอี้ก็ทำเอง สายไฟในบ้านก็เดินเอง บ่ายๆ ค่อยเอนหลังฟังวิทยุ นอนกินลมข้างสวนของแกเป็นคนแก่ที่มีความสุขที่สุดคนหนึ่ง … สุขอย่างพอเพียง

 ในวัยหนุ่มตาหาญแกหลงรักป้าหวีตั้งแต่ป้าหวียังซิงเพราะทำงานที่เดียวกัน แต่ผู้ชายที่ป้าหวีเลือกนั้นหล่อลาก ใครๆ ก็อยากได้มาทำผัว ไม่เว้นแม้แต่ป้าหวี มาก่อนแต่ต้องไปต่อท้ายแถว ตาหาญเลยอกหักรักคุด แต่ก็ยังไม่ถอดใจ “รักอมตะรักนิรันดร์ คือ รักเขาข้างเดียว ตาหาญคงคิดแบบนั้น … พระเจ้าหรือฟ้าดินคงสงสาร แล้วการรอคอยของตาหาญก็สิ้นสุดลง วันที่ป้าหวีเป็นม่าย (ผัวตายด้วยอุบัติเหตุ) … รักคืนรังของตาหาญมีของชำร่วยติดมาด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักที่โขกป้าหวีออกมาโดยเฉพาะจมูกงุ้ม ตากลมโตสีน้ำตาล ใบหน้าเรียวงาม เหมือนลูกแขกขาวชาวตุรกี เหมือนป้าหวีย่อส่วน ผลรวมของความรักครั้งก่อนของป้าหวี “ฉันรักทุกอย่างที่เป็นเธอ” ตาหาญคงคิดแบบนั้น (อีก) แกรักป้าหวีสุดหัวใจ และรักลูกติดราวกับลูกในไส้ แม้จะมีลูกเธอ และลูกเราตามมาอีก 1 คน ความรักที่ตาหาญมีให้ก็ไม่ลดลง แมนโคตรเลยนะตาหาญ!

 ป้าหวีชอบบังคับตาหาญ แกชอบซื้อแต่ก๋วยเตี๋ยวให้ผัวกิน ก่อนซื้อแกจะหันมาถามตาหาญว่าจะเอาเส้นอะไร ยังไม่ทันฟังคำตอบ ป้าหวีก็สั่งตามใจตัวเอง กินไปเลยเส้นใหญ่! (แล้วจะถามทำไม?) ช่วงไหนแกไปทำบุญต่างจังหวัดนานๆ ตาหาญจะถูกปล่อยให้เฝ้าบ้านกับลูกนานๆ เหมือนกัน คนใกล้ตัวป้าหวีเม้าท์ให้ฉันฟังน่าเห็นใจตาหาญทั้งชีวิตต้องอยู่กับการรอคอย

 อือ … ช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดี แม้มีผัวแล้วก็ยังใช้ชีวิตเยี่ยงคนโสดได้ ไม่เหมือนแม่ฉันกับเตี่ย ลูกๆ จะเรียกว่า แฝดอิน-จันอยู่แล้ว จะไปไหนแต่ละทีก็พะวักพะวนพิรี้พิไรกับผัวอยู่นั่นแล้ว ส่วนผัวก็ทำตัวมะงุมมะงาหรา งอแง เร้าหรือจนฉันรำคาญชีวิตรักโรแมนติกตลอดกาลของคนทั้งคู่แบบว่าด้วยรักและผูกพัน และนี่คือเหตุผลหนึ่งที่ฉันไม่อยากมีผัวเพราะกลัวเจอแบบเตี่ยแล้วฉันต้องกลายเป็นเมียอย่างแม่ … ตายแน่ตู! (อยู่เฝ้าผัวตอนแก่ไม่น่าใช่ฉันเสียด้วย)

 คนแก่มักจะทำทุกอย่างตามความเคยชิน ป้าหวีก็เช่นกัน ทุกวันนี้ป้าหวีไม่เคยเสียเงินทำผมให้ร้านแถวบ้าน แกมีร้านประจำที่ทำกันมา 10 กว่าปี เจ้าของร้านแก่ตัวลงตามป้าหวี พอดีที่ลูกแกรวยเลยบอกแม่ให้ปิดร้านแล้วย้ายไปอยู่คฤหาสน์หลังโตกับลูกๆ … โน่น … แกย้ายไปอยู่บางเขนแล้วเลิกทำผมโดยสิ้นเชิง แต่ด้วยความที่ป้าหวีเป็นที่รักของใครๆ เสมอ แกจึงทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ (เสมอ) … แถวบ้านเรียก “เล่นเส้น” เจ้าของร้านที่วันนี้อยู่ในคฤหาสน์ยังคงเก็บอุปกรณ์ทำผมไว้เพื่อลูกค้าคนเดียวในโลกคือ … ป้าหวี ทั้งป้าหวีและเจ้าของร้านควรจะได้เป็นพรีเซ็นเตอร์รถโตโยต้าภายใต้คอนเซ็ปต์ “เมื่อมีแต่ฉันและเธอตลอดมา ก็จะมีฉันและเธอตลอดไป จะอีกนานแสนนาน จะอีกไกลแสนไกล เราจะผูกใจไว้ด้วยกัน… ”

 เฮ้อ! … ถึงจะแก่แต่เหนียวแน่น!
 โปรดตามติดชีวิตป้าหวีอย่างใกล้ชิดยิ่งกว่า AF ในฉบับหน้า …

 เจนนิเฟอร์ คิ้ม