
เรื่องเด่นประเด็นดัง-น้ำทุกหยดล้วนมีต้นน้ำโลกนี้ไม่มี แม่กระป๋องขาย....เทศนาธรรมจาก3พระดัง
ควันหลงในช่วงวันแม่ที่ผ่านมา "ครูพี่แนน" อริสรา ธนาปกิจ รองผู้อำนวยการและหัวหน้าทีมเอ็ดดูเทนเนอร์ โรงเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษ เอ็นคอนเส็ปท์ อี แอคเคเดมี่ ได้จัดทริปพิเศษ ลมหายใจแห่งพระคุณแม่
โดยชวนตัวแทนคุณแม่ๆ และเยาวชนกลุ่มหนึ่งไปร่วมสนทนาธรรมกับพระสงฆ์ชื่อดัง 3 รูป ได้แก่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ว.วชิรเมธี พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตถิผโล วัดนาป่าพง และพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมนำคำถามในใจคุณแม่และคุณลูกไปขอข้อธรรม
เริ่มต้นในช่วงเช้าสดใสกับท่าน ว.วชิรเมธี ณ สถาบันวิมุตตยาลัย กรุงเทพฯ โดยครูพี่แนนได้พาคุณแม่ พร้อมกับทีมผู้ปกครองและเยาวชนไปกราบนมัสการขอข้อธรรม โดยมีตัวอย่างหัวข้อธรรมดังนี้
“ตอนนี้สังคมไทยมีปรากฏการณ์ Aging Society หรือสังคมที่มีผู้สูงวัยเยอะขึ้น รวมทั้งมีคนโสดที่อายุตั้งแต่ 40-50 ปีขึ้นไป หลายคนคุณพ่อคุณแม่เสียไปหมดแล้ว พอถึงวันแม่ก็ไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร" ครูพี่แนนเกริ่นกล่าว
ท่าน ว.วชิรเมธี เสริมว่า "แม้แม่ไม่อยู่แล้ว แต่สายสัมพันธ์นั้นไม่ได้ขาด เมื่อวันแม่มาถึงก็ควรไปทำบุญอุทิศให้ท่าน ประการที่สอง คุณสมบัติของท่านยังอยู่ในตัวเรา ลองถามตัวเองดูว่า เราได้ใช้กายนี้ใจนี้ที่ท่านให้มาคุ้มไหม ใช้ร่างกายและจิตใจที่แม่ให้มาเพื่อไปทำความดี หรือใช้เพื่อไปทำเลว ถ้าคุณลูกทำดีตลอด คุณก็ทำดีในนามของแม่ด้วย แม่กำลังไปทำกับคุณด้วย อย่างวันนี้เรามาคุยกับพระ ก็เท่ากับแม่ที่ล่วงลับดับขันธ์ได้มาฟังกับเราด้วย แต่ถ้าลูกใช้รูปกายนี้เพื่อไปติดอยู่ในอบายมุข ในยาเสพติด เฮโรอีน ฝิ่น กัญชา ยาม้า ยาบ้า ยาอี ตลอดจนถึงอบายมุข คบคนชั่วเป็นมิตร ขี้เกียจ หรือว่าเป็นคนเลว เป็นคนโป้ปดมดเท็จ หรือว่าคอรัปชั่น เหล่านี้ ความชั่วทั้งหมดนะ ทำหรือเปล่า ถ้าลูกทำ ได้โปรดรับรู้ว่าลูกกำลังพาแม่ไปทำชั่ว ...โปรดรู้ด้วยว่าสายสัมพันธ์แห่งความเป็นลูกและสายสัมพันธ์แห่งบุญจะถูกถ่ายโอนไปถึงคุณแม่ทุกคราไป”
ด้านตัวแทนคุณแม่ กล่าวว่า "แม่ที่มีฐานะยากจน ไม่พร้อมจะดูแลลูก จำเป็นต้องเอาลูกไปไว้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หรือทิ้งให้คนอื่นเลี้ยง ถือว่าบาปไหมคะ"
ท่าน ว.วชิรเมธี เทศนาต่อว่า "คำว่าบาปมี 2 ความหมายนะ บาปปัจจุบันคือความเดือดเนื้อร้อนใจ รู้สึกผิดไปทั้งชีวิต มีลูกแต่เอาลูกไปทิ้งถังขยะ วางใต้ต้นไม้ วางป้ายรถเมล์ ทำเป็นลืม บาประยะยาวในอนาคตอันไกลคือคุณจะเป็นคนที่ถูกทิ้งเหมือนกัน ทางแก้ก็คือชายหนุ่มหญิงสาว ถ้าคุณมีความรัก คุณต้องมีความรับด้วย คือความรับผิดชอบ “ความรักให้มาพร้อมกับความรับ” หากไม่พร้อมต้องหาวิธีป้องกัน หนักกว่านั้นคือทำแท้ง
วันต่อมา ครูพี่แนน พร้อมทีมผู้ปกครองและเยาวชนพากันเดินทางไปกราบ พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตถิผโล ณ วัดนาป่าพง อันเงียบสงบ ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาอันเขียวขจีลึกเข้าไปจากปากคลองสิบ ถนนรังสิต-นครนายก ปทุมธานี โดยครูพี่แนนถามพระอาจารย์ว่า การอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่อย่างดี มีเงินให้ใช้ มีคนรับใช้ให้คอยดูแล ถือว่าเป็นการตอบแทนที่ดีพอหรือยัง
พระอาจารย์คึกฤทธิ์เทศนาธรรมว่า การตอบแทนบุญคุณที่ดีที่สุด พระตถาคตบอกว่า คือการให้ธรรมะ
"อุปมาขนาดว่าว่าเราแบกพ่อแม่บนไหล่สองข้าง อุจจาระปัสสาวะรดตัวเรา ป้อนข้าวป้อนน้ำอยู่ตลอด 100 ปีก็ยังทดแทนบุญคุณไม่หมด แต่ถ้าโยมได้ให้ธรรมะแก่พ่อแม่ คือทำให้พ่อแม่พ้นจากสังสารวัฏได้ โยมหาหนังสือ เทปซีดีสอนธรรมะ ที่เป็นคำสอนของพระศาสดาเราให้ท่านได้ฟังให้ท่านได้อ่าน ท่านไม่อ่านก็เอาไว้ใกล้ๆ ตัวท่าน เกิดวันดีคืนดีได้เปิดอ่านมันจะได้เป็นกุศล เป็นอานิสงส์ของท่าน คนคนหนึ่งเกิดมาไม่ใช่ว่าจะรู้ธรรมะของพระศาสดาได้ ถ้าท่านอ่านไม่สะดวกเอาซีดีไปให้ แล้วดูด้วยว่าพ่อแม่มีเครื่องเล่นหรือเปล่า มีแล้วเปิดเป็นหรือเปล่าสอนด้วย อำนวยความสะดวกให้ท่าน อันนี้ถือว่าโยมทำเหตุของโยมแล้ว ทำหน้าที่ของโยมแล้ว เอื้อเฟื้อเต็มที่แล้ว ที่เหลือเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ เขาต้องอ่านเองต้องทำความเข้าใจเอง ต้องเดินเองแล้วโยมก็ชื่อว่าได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ตามที่พระพุทธเจ้าได้บอกเอาไว้"
ด้านตัวแทนคุณแม่ถามว่า ถ้าพ่อแม่อยากไปปฏิบัติธรรมะ แต่ลูกห้ามไว้เพราะกลัวจะไปอยู่อย่างลำบากที่วัด ไม่ทราบว่าบาปไหม แล้วในการปฏิบัติธรรมถ้าไม่ไปที่วัด ปฏิบัติธรรมเองที่บ้านได้ผลเท่ากันไหม
พระอาจารย์คึกฤทธิ์เทศนาว่า กาย วาจา จิต อยู่ที่ไหนมันก็ดีที่นั่น ไม่ใช่อยู่วัดแล้วจะต้องดีที่วัด
"แล้วการห้ามคนไม่ให้ไปปฏิบัติธรรมนั้น โยม..ขนาดแค่การห้ามคนไม่ให้ทาน พระตถาคตบอกว่าแค่ห้ามผู้อื่นให้ทาน ผู้นั้นไม่ใช่มิตร เป็นอมิตร นี่ขนาดแค่ให้ทานนะ แล้วห้ามคนจะปฏิบัติธรรมซึ่งมีอานิสงส์มากกว่าการให้ทานเป็นร้อยเท่า โยมคิดว่ามันน่าจะควรไหม"
หลังการสนทนาธรรมกับพระอาจารย์คึกฤทธิ์ ขบวนรถได้มุ่งหน้าต่อไปยังยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อกราบ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ซึ่งตัวแทนคุณแม่ ผู้ปกครองที่เคยฐานะดีแต่เจอพิษเศรษฐกิจทำให้การเงินย่ำแย่ แต่ไม่อยากให้ลูกรู้ ควรจะทำอย่างไรดี
พระอาจารย์ให้ข้อคิดว่า ไม่ต้องไปปิดหรือโกหกลูก ให้พูดความจริงออกไป เพื่อให้ลูกได้รู้ ได้คิด ได้สำนึก ว่าเงินที่คุณแม่หามาให้นั้น ได้มาอย่างยากลำบาก แม่ต้องไปหยิบยืมคนอื่นมา จึงเป็นหน้าที่ที่ลูกจะต้องใช้เงินอย่างรู้คุณค่า ขยันเรียน เมื่อเราหยิบยื่นเงินให้ลูก ควรบอกเขา สอนเขาให้รู้ถึงที่มาของเงินนี้ พอลูกโตขึ้นเขาก็ได้สำนึกและกลับมาช่วยเหลือครอบครัว
ทั้งนี้ ขอยกคำของ ท่าน ว.วชิรเมธี เป็นการทิ้งท้ายว่า...
“ผู้ที่มีความรู้สารพัดรู้ แต่ไม่รู้ว่าพ่อแม่มีพระคุณอย่างไร นับว่ามีความรู้ที่สูญเปล่า ขอให้ระลึกถึงต้นน้ำของเรา คนทุกคนล้วนมีต้นน้ำ ไม่มีใครเกิดมาจากสุญญากาศ ไม่มีเกิดมาจากก๊อกน้ำ ไม่มีใครเกิดมาจากไอพอด ให้นึกถึงคุณพ่อคุณแม่เสมอ และตอบแทนท่านด้วยความกตัญญูกตเวที สุภาษิตจีนกล่าวว่า ร้อยความดี ...ความกตัญญูมาเป็นที่หนึ่ง...
“ไหว้พระ หมื่นองค์ แต่ไม่เคยกราบพ่อแม่เลย ก็เท่ากับเป็นคนไม่มีคุณค่าอะไรเลย”



