ไลฟ์สไตล์

กษิตแนะม.หัวหอกดันบัณฑิตไทยสู่อาเซียน

กษิตแนะม.หัวหอกดันบัณฑิตไทยสู่อาเซียน

22 ส.ค. 2553

"กษิต"แนะมหาวิทยาลัยเป็นหัวหอกดันบัณฑิตไทยสู่ประชาคมอาเซียน เร่งพัฒนาทักษะภาษาไทย-ต่างประเทศ ชูศิลปวัฒนธรรมไทยเป็นจุดขายดึงดูดชาวต่างชาติ เสนอศธ.เป็นเจ้าภาพชำระประวัติศาสตร์อาเซียนเลิกปมบาดหมาง จับมือไทยพัฒนาอาเซียน ด้านทปอ.รับลูกให้ม.รัฐรวบรวมข้อมูลโคร

 (23ส.ค.)  ศ.ดร.ประสาท       สืบค้า     อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)  เปิดเผยผลประชุมทปอ. เมื่อเร็ว ๆนี้ ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)ว่า   ในการประชุมทปอ. ครั้งนี้ ได้เชิญ นายกษิต   ภิรมย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของมหาวิทยาลัยในยุคโลกาภิวัฒน์  เพื่อรองรับการเป็นเอกภาพของประชาคมอาเซียนที่จะเป็นหนึ่งเดียวในปี 2558   โดยเน้น  3 ประเด็นได้แก่

ประเด็นแรกในเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน  และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน  ซึ่งนายกษิตเห็นว่ามหาวิทยาลัยไทยมีศักยภาพ  บทบาทสำคัญหรือเป็นหัวหอกในการเตรียมตัวบุคคลหรือบัณฑิตที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  จึงอยากให้มหาวิทยาลัยไทยร่วมมือทางด้านต่างๆกับกลุ่มประเทศในอาเซียนให้มากขึ้น   หากมีเรื่องใดที่จะให้กระทรวงการต่างประเทศก็ยินดีสนับสนุน 

 ประธานทปอ. กล่าวอีกว่า   ส่วนประเด็นที่สองประเทศไทยต้องเผชิญการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรี การเคลื่อนย้ายอุตสาหกรรมบางประเภทระหว่างประเทศอาเซียน ซึ่งบัณฑิตไทยจะต้องแข่งขันเข้าทำงานและเป็นทีมงานร่วมกับบัณฑิตในกลุ่มประเทศอาเซียน  นายกษิตจึงแนะนำให้มหาวิทยาลัยเน้นเรื่องของภาษาโดยจะต้องให้บัณฑิตไทยได้มีความรู้ ความสามารถภาษาอย่างน้อย 3 ภาษา คือ ภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ และภาษาเพื่อนบ้านมากขึ้น อีกทั้งอยากให้มหาวิทยาลัยช่วยดึงศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยออกมา เพื่อเป็นจุดขายให้ต่างชาติได้เข้ามาท่องเที่ยวและชื่นชมวัฒนธรรมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทย  และซื้อสินค้าของไทย  และประเด็นที่สามนายกษิต ยังเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นเจ้าภาพในการชำระประวัติศาสตร์ของประเทศในกลุ่มอาเซียน   เพื่อลดความขัดแย้ง เพิ่มความสัมพันธิ์อันดี โดยให้ลืมปัญหา เรื่องบาดหมางต่าง ๆไปให้หมด และมาร่วมกันพัฒนากลุ่มอาเซียนให้ก้าวหน้าต่อไป

  “ขณะนี้มหาวิทยาลัยไทยร่วมมือในด้านต่าง ๆกับประเทศในกลุ่มอาเซียนอยู่แล้ว  แต่ไม่ได้มีการรวบรวมไว้ว่า แต่ละแห่งร่วมมือกับประเทศไหน ทำอะไรบ้าง หรือซ้ำซ้อนกันหรือไม่    ทปอ. จึงมีมติขอให้รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการของแต่ละมหาวิทยาลัยไปช่วยรวบรวมข้อมูลมาเสนอในการประชุมทปอ.ครั้งต่อไป  เพื่อจะได้ดูว่ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งทำอะไร   มีศักยภาพ หรือความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ  จากนั้นจะได้นำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์บทบาทของมหาวิทยาลัยในการร่วมมือกับกลุ่มประเทศในอาเซียน  เพื่อประสานความสัมพันธ์ของกลุ่มประเทศในอาเซียนมากขึ้น  และดูว่าจะให้กระทรวงต่างประเทศช่วยเหลืออะไรบ้างด้วย  “ศ.ดร.ประสาท กล่าว

 ประธานทปอ. กล่าวต่อไปว่า   ที่ประชุมทปอ.ยังได้ขอความร่วมมืออธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆให้ประสานคณะต่างๆในมหาวิทยาลัยของตนเองให้ร่วมใช้คะแนนจากการทดสอบความถนัดทั่วไป(GAT)และความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ(PAT)ในการคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนด้วยระบบรับตรงของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการอยู่  เพื่อลดภาระในการสอบให้แก่เด็ก  ส่วนคณะของมหาวิทยาลัยต่าง ๆจะใช้หรือไม่เป็นอำนาจของแต่ละคณะ