ไลฟ์สไตล์

คาใจเรื่องถ่วงล้อ

คาใจเรื่องถ่วงล้อ

22 ส.ค. 2553

มีคำถามพื้นฐานง่ายๆ เข้าไปที่www.nationradio.co.th เมื่อไม่กี่วันมานี้ว่า รถพวงมาลัยสั่นนำเข้าไปถ่วงล้อที่ร้านรับถ่วงล้อ ได้รับแจ้งว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นสามารถที่จะแก้ไขได้ด้วยการถ่วงล้อแบบจี้เท่านั้นจะนำไปแก้ไขโดยการถ่วงล้อแบบถอดล้อไม่ได้

 เจ้าของคำถามๆ ว่าเป็นคำแนะนำหรือเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือไม่ ที่จริงดูจากเนื้อหาของคำถามแล้วก็สามารถที่จะตอบกันได้ง่ายๆ สั้นๆ ว่าจริงหรือไม่จริง แต่อยากนำมาขยายความกันอีกครั้งในเรื่องของการถ่วงล้อว่า การถ่วงล้อคือ การแก้ปัญหาของล้อที่ไม่สมดุลเมื่อล้อหมุนในความเร็วใดความเร็วหนึ่ง ก็ต้องถามกันต่อไปอีกว่าล้อที่ไม่สมดุลจนต้องนำมาแก้ไข(ถ่วง)นั้นเกิดจากอะไร  ก็ต้องตอบว่า เกิดจากการสึกหรอ การเสื่อมสภาพตามปกติหลังจากการใช้งานไปได้ระยะหนึ่งโดยมีอาการบ่งบอกว่าในขณะขับที่ความเร็วคงที่(ปานกลางถึงสูง)พวงมาลัยจะสั่นหรือสะบัด)เบาจนรู้สึกได้ที่มือทั้งสองข้าง เมื่อมีอาการดังกล่าวจึงต้องรีบนำรถเข้าร้านถ่วงยาง(ไม่เกี่ยวกับศูนย์ล้อทีจะเขียนถึงในคราวต่อไป)

 การเสื่อมสภาพของยางจนทำให้ยางเสียการสมดุลในขณะหมุนมักจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าต่างกับการสึกหรอที่เกิดจากศูนย์ล้อเสียศูนย์ ยางที่จะต้องนำมาแก้ไขการเสียสมดุลนั้นก็ทำได้ด้วยการถ่วงล้อและการถ่วงล้อนั้นในปัจจุบันก็มีเครื่องมือที่ใช้อยู่สองแบบ คือแบบที่ใช้กันมาเนิ่นนานใช้ได้กับยางทุกชนิดทุกขนาดคือ เครื่องถ่วงล้อแบบต้องถอดล้อออกมาเข้าเครื่องถ่วง ซึ่งเป็นวิธีการที่คนใช้รถ ช่างในยุคปัจจุบันมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากเสียเวลาเพราะต้องยกรถขึ้น ถอดล้อ

 นำล้อไปเข้าเครื่องถ่วงถ้าต้องทำทั้งสี่ล้อก็จะเสียเวลาและยุ่งยากกันพอสมควร แต่อีกแบบ คือการถ่วงแบบไม่ต้องถอดล้อหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าการ ถ่วงจี้ เป็นวิธีการที่ร้านถ่วงล้อมักจะแนะนำและอวดอ้างสรรพคุณว่าการถ่วงล้อแบบนี้แก้ปัญหาเรื่องล้อไม่สมดุลได้อย่างเด็ดขาด

 กรรมวิธีก็ง่ายๆ ยกล้อข้างที่ต้องการถ่วงลอยขึ้นจากพื้นเคลื่อนเครื่องมือหรือเครื่องถ่วงเข้าไปที่ล้อแล้วปล่อยให้กลไกของเครื่องถ่วงทำงาน เป็นวิธีการทำงานที่ง่ายสะดวกรวดเร็วสำหรับช่างและเจ้าของรถที่ต้องการความรวดเร็ว  จากคำถามที่เป็นประเด็นว่า ถ่วงแบบใดดีกว่ากันนั้น ก็ตอบได้ว่า ถ้าจะวัดเอาคำตอบสุดท้าย คือ แก้ปัญหาพวงมาลัยสั่น(จากล้อเสียสมสดุล)ได้ไหม?คำตอบคือได้และดีด้วยกันทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกใช้แบบใด

 เพราะเครื่องถ่วงล้อทั้งสองแบบคือเครื่องที่จะบ่งบอกตำแหน่งของจุดที่ล้อเสียสมดุลพร้อมกับบอกถึงน้ำหนักของล้อที่หายไปในจุดนั้น ความเที่ยงตรงแม่นยำจึงขึ้นอยู่กับคุณภาพของเครื่องถ่วงในขณะนั้นและที่สำคัญคือความนิ่งของมือช่างในขณะนั้น

 หลายคนอาจจะเคยพบว่า เมื่อล้อสั่นนำไปถ่วงแบบถอดล้อแล้วไม่หายแต่ เมื่อเอาไปถอดจี้แล้วหายขาดเช่นกันที่บางท่านอาจจะถ่วงจี้แล้วไม่หาย แต่ไปหายด้วยการถ่วงแบบถอดหรือแบบโบราณ ความจริงแล้วกรรมวิธีหรือแบบของเครื่องถ่วงนั้นไม่ใช่คำตอบว่าอย่างไหนหรือแบบใดดีกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องมือที่ใช้ในขณะนั้นมีความสมบูรณ์เพียงพอหรือไม่ ปกติแล้วเครื่องถ่วงล้อก็ คือเครื่องมือวัดประเภทหนึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบค่าที่ใช้วัดว่าคงที่หรือไม่เป็นประจำหรืออย่างน้อยต้องทำการคาลิเบรทเครื่องมือปีละครั้ง หลายครั้งที่ถ่วงล้อร้านหนึ่งไม่หายไปถ่วงใหม่อีกร้านหนึ่งแล้วหายก็เกิดจากประสิทธิภาพของเครื่องในขณะนั้น

 เครื่องถ่วงแบบถอดล้อ ดูจะเป็นวิธีการที่ยุ่งยากเสียเวลา แต่ข้อดีที่ได้คือช่าง(ที่ดี)และเจ้าของรถที่รักรถสามารถที่จะตรวจสอบช่วงล่าง เบรก โช้คอัพ คอยล์สปริงและอื่นๆ ได้ในขณะที่รถถูกยกล้อและล้อถูกถอดออกไป ในขณะที่การถ่วงแบบจี้จะไม่สามารถทำได้

 เรื่องของยางเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกของการใช้รถในเรื่องของความปลอดภัย มีลักษณะของยางอีกแบบหนึ่งที่เสียสมดุลจนไม่สามารถที่จะแก้ไขด้วยการถ่วงล้อ และการตรวจสอบด้วยสาตาต้องใช้ความเป็นคนช่างสังเกตเอามากๆ ก็คือ ยางเบี้ยว ซึ่งหมายถึงความกลมของยางสูญหายไปหมดจากการเสื่อมสภาพ ยางเบี้ยวจะพอสังเกตได้เมื่อขึ้นล้อลอยแล้วหมุนยางด้วยมือเปล่าสังเกตเส้นรอบวงของยางที่หมุนอยู่โดยรอบนั้นจะเป็นว่า เส้นรอบวงจะไม่เป็นวงโค้งเรียบแต่จะเป็นคลื่นสูงต่ำ ยางเบี้ยวคนใช้รถอาจจะสัมผัสได้จาก เมื่อออกรถด้วยความเร็วต่ำแล้วรู้สึกเหมือนว่ารถโคลงเหมือนเรือ จนความเร็วเพิ่มมากขึ้นอาการนี้ก็หายไป บ่งบอกได้ว่ายางเส้นใดเส้นหนึ่งหรือมากกว่าเสียการสมดุลจนเกิดเบี้ยว ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน
ครับเหมือนกับคำแนะนำหลายๆ ครั้งใช้รถต้องตรวจยางต้องวัดลมกันให้เกิดความเคยชินการประหยัดและความปลอดภัยจึงเกิดขึ้น